ผลวิจัยพบ ร.ร.สังกัด อปท.คุณภาพเด็กแย่ ครูโวย แฉ ท้องถิ่นเกณฑ์เด็กใช้งานบ่อย
สภาการศึกษาเผยผลวิจัยการจัดการศึกษาของ อปท. พบ ภาพรวมผู้บริหารยอด ครูเยี่ยม แต่คุณภาพเด็กยังแย่เหมือนสังกัดอื่นๆ ขณะที่กลุ่มโรงเรียนโอนย้ายมาสังกัด อปท. ที่ผ่านมาพบสัญญาณดี งบประมาณ ครู พร้อมมากขึ้น ด้าน ผอ.ร.ร.เทศบาลโวย! ท้องถิ่นยัดงาน เกณฑ์เด็ก ครู ผู้บริหารร่วมบ่อยเกิน ทำการศึกษาแย่
วันนี้(24 ส.ค.) ที่รร.รอยัลริเวอร์ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดการประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พร้อมทั้งรายงานการวิจัยประเมินผลการจัดการศึกษาของ อปท. โดย ผศ.ดร.พิชิต ฤทธิ์จรูญ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในฐานะคณะผู้วิจัย กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างการจัดการศึกษาในระบบของ อปท. องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา รวมทั้งสิ้น 779 แห่ง พบว่า ภาพรวมในด้านคุณภาพผู้บริหารสถานศึกษาและครูจัดอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แต่คุณภาพเด็กซึ่งเป็นผู้เรียนยังไม่น่าพึงพอใจเหมือนๆ กับเด็กในโรงเรียนสังกัดอื่นๆ ทั้งนี้วิเคราะห์จากผลประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ช่วงปี 2549 - 2553 โรงเรียนสังกัด อปท.ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึง มัธยมศึกษาส่วนใหญ่ สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐาน สมศ.เกือบทุกด้าน แต่เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด คุณภาพของผู้เรียนในด้านสำคัญๆ ยังอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ
ขณะที่สถานศึกษาของ อบจ. ร้อยละ 60-70 เท่านั้นที่ผู้เรียนมีความสามารถเชิงคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ ขณะที่สถานศึกษาของ อบต. จำนวนร้อยละ 29 และ เมืองพัทยาจำนวนร้อยละ 20 เท่านั้น ที่เด็กมีความสามารถด้านดังกล่าว นอกจากนี้สถานศึกษาสังกัด อปท. ร้อยละ 50 ที่สามารถทำให้ผู้เรียนมีทักษะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ส่วนการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้มีทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรนั้น พบว่า สถานศึกษาสังกัดอบต. รวมถึง สังกัด กทม.ประมาณร้อยละ 60 สามารถพัฒนาเด็กให้มีทักษะดังกล่าวได้ ขณะที่สถานศึกษาสังกัดเทศบาลร้อยละ 46 เมืองพัทยาร้อยละ 30 และ อบจ.ร้อยละ 27
ผศ.ดร.พิชิต กล่าวต่อว่า ในส่วนคุณภาพครู ผู้บริหาร และกระบวนการจัดการศึกษานั้น พบว่าร้อยละ 73.3 - 100 มีครูที่มีวุฒิ/ความรู้ตรงกับงานที่รับผิดชอบ และมีครูเพียงพอ มีการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ผู้บริหารและกระบวนการจัดการศึกษา ร้อยละ 71.4 -100 ได้มาตรฐาน คือ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการบริหารจัดการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งภายในและภายนอก จัดสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน สนับสนุนอย่างเพียงพอและทั่วถึง ด้านการตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นพบว่า การจัดการศึกษาสามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นในระดับมากที่สุด ขณะเดียวกันยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก
สำหรับความเสอมภาคในการจัดการศึกษาของ อปท.นั้นพบว่า มีความเสมอภาคในระดับมากถึงมากที่สุด ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ สร้างความเสมอภาคให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กทุกกลุ่ม มีการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย สำหรับประชาชนและเยาวชนทุกระดับ สนับสนุนในด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กนอกเหนือจากนโยบายเรียนฟรี พร้อมทั้งยังจัดการศึกษาตามความพร้อมของเด็ก ให้โอกาสเด็กได้เรียนกับครูที่มีคุณภาพ
ผศ.ดร.พิชิต กล่าวด้วยว่า ขณะที่สภาพการเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาของ อปท. ที่รับการถ่ายโอนจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในทางบวกพบว่า มีพัฒนาการด้านวิชาการที่ดี โดยครูได้รับการจัดสรรอัตรากำลังที่ตรงกับความสามารถมากขึ้น และงบประมาณเพิ่มขึ้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงในด้านลบพบว่า สถานศึกษาบางแห่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำลง เนื่องจากผู้บริหาร อปท. และผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญกับงานด้านอื่นมากกว่าความสำคัญด้านงานวิชาการ
ด้านผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาของ อปท. พบว่า ผู้บริหาร อปท.ขาดวิสัยทัศน์ต่อการจัดการศึกษา ระบบการบริหารงานยังขาดประสิทธิภาพ ด้านสถานศึกษายังพบว่า ผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่น รวมถึงสถานศึกษาบางแห่งไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร นอกจากนั้นระบบการคัดเลือกและบรรจุแต่งตั้งครูมีช่องทางให้ใช้ระบบเส้นสายทำให้ได้ครูไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงกับความต้องกาสรของสถานศึกษา ด้านสภาพแวดล้อม พบว่า ระเบียบจากภาครัฐในบางเรื่องยังล้าสมัย ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีเวลาในการดูแลบุตรหลาน และเห็นว่าการจัดการศึกษาเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาอย่างเดียว อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความร่วมมือ
ด้านนางอุษา สุปิยะพันธ์ ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า ผลการวิจัยครั้งนี้จะไม่ออกมาในแง่ที่ว่าผู้บริหารเยี่ยม ครูยอด แต่เด็กกลับคุณภาพแย่ได้อย่างไร ในเมื่อโรงเรียนสังกัด อปท.ยังต้องทำงานสนับสนุนนโยบายอื่นๆ ของกระทรวงมหาดไทย(มท.) นอกเหนือการจัดการศึกษา
“อบจ. อบต. เทศบาล ที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่ละวันแต่ละสัปดาห์กระทรวงมหาดไทย อปท.มีกิจกรรมมีนโยบายต้องปฏิบัติมากมายเหลือเกิน และชอบมาเกณฑ์ครู เกณฑ์เด็ก เกณฑ์ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดไปช่วยทำกิจกรรมนอกเหนือการศึกษาเหล่านั้น ทำให้เด็กถูกเบียดบังเวลาเรียนมากเกินไป แล้วอย่างนี้คุณภาพเด็กจะไม่แย่ได้อย่างไร” ผอ.ร.ร.เทศบาลวัดโพธิ์ กล่าว
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000117910