เรื่อง การใช้สื่อวีดีทัศน์เพื่อฝึกทักษะการพูดของเด็กพิการทางโสต

1.  นวัตกรรม : เรื่อง การใช้สื่อวีดีทัศน์เพื่อฝึกทักษะการพูดของเด็กพิการทางโสต

ผู้วิจัย : นาย ญานะวิสุทธิ์ สีมะสิงห์

ปีการวิจัย : พ.ศ.2534

2. ที่มาแ ละวัตถุประสงค์ในการพัฒนา

ที่มา  รายงานการวิจัยเรื่อง การสร้างและพัฒนาสื่อเพื่อฝึกทักษะการพูดของเด็กพิการทางโสต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ปีงบประมาณ 2533-2534

วัตถุประสงค์    

1.เพื่อให้เด็กหูตึงมีระดับการได้ยินระหว่าง 25 – 90 เดซิเบล ได้ฝึกทักษะกรพูดโดยใช้วีดีทัศน์                               2. เพื่อเพิ่มความสนใจในการเรียนของเด็กหูตึงในระดับอนุบาล                                                                                  3. เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องเรียนน่าเรียนยิ่งขึ้น

3..ขั้นตอนการพัฒนา

1. ประเมินความต้องการนวัตกรรม (need analysis) โดยประเมินสภาพปัญหาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนเพื่อค้นหาความ บกพร่อง ความไม่สมบรูณ์ของสิ่งที่มีอยู่ และก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ/ การบริหารงาน รวมทั้งปัจจัยอุปสรรคที่อาจมีผลขัดขวางการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนจากการใช้สื่อ วีดีทัศน์เพื่อฝึกทักษะการพูดของเด็กพิการทางโสต

2. กำหนดประเด็นหรือหัวข้อ ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรม ให้มีความเฉพาะเจาะจง ไม่ศึกษาหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน โดยนวัตกรรมที่จะพัฒนาอาจเป็น กลวิธี เทคนิค โปรแกรม วัสดุ/อุปกรณ์ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม

3. ทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบโดยตรวจสอบว่ามีกี่วิธีที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นการประเมินคุณภาพข้อมูลเชิงประจักษ์ทำโดย
               3.1 สืบค้นวรรณกรรมที่สนับสนุนความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบนวัตกรรม
               3.2 ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงประจักษ์ (level of evidence) หากมีประเด็นที่ยังไม่มีการทำวิจัยหรือพบความขัดแย้งในผลงานวิจัยจึงใช้ ความเห็นสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญการวิจัยหรือการเทียบเคียงผลของการปฏิบัติ งานต่างหน่วยงาน

4. สังเคราะห์ข้อความรู้ที่ได้จากวรรณกรรมที่มีคุณภาพเมื่อนำมา บูรณาการวางแผนและการออกแบนวัตกรรม

5. ออกแบบนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติหรือการบริหารจัดการให้ดีขึ้น

6. กำหนดวิธีวัดประสิทธิภาพของนวัตกรรมซึ่งอาจมาจากตัวชี้วัดการสอบของนักเรียนหรือตัวชี้วัดคุณภาของผู้สอนและองค์กร วิธีวัดส่วนใหญ่เป็นการวัดผลโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ

7. กำหนดรายละเอียดของวิธีการใช้นวัตกรรมในชั้นเรียนหรือในโรงเรียน

8. ดำเนินการศึกษานวัตกรรมในหน่วยงานหรือองค์กรเป้าหมาย ตามแผนที่วางไว้ในข้อ5 ข้อ6 และข้อ7

9. ประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรม ทั้งในด้านกระบวนการ รูปแบบและผลลัพธ์ทางความสามรถของผู้เรียน

10. บันทึกโดยสรุปผลพร้อมแหล่งอ้างอิงที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนและการอภิปรายผลลัพธ์ของนวัตกรรม

4.ลักษณะของนวัตกรรม  

เป็นนวัตกรรมที่ครูผู้สอนสามารถพัฒนาขึ้นและนำไปใช้ในการฝึกทักษะการพูดสำหรับเด็กหูตึงที่มีระดับการได้ยินระหว่าง 25-90 เดซิเบล ของนักเรียนระดับอนุบาล และได้รับการเตรียมความพร้อมในด้านการเปล่งเสียงมาแล้ว โดยคำที่นำมาใช้ฝึกประกอบด้วย 1-2 พยางค์ วลีและประโยคสั้นๆที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ซึ่งสื่อวีดีทัศน์ประกอบเครื่องช่วยฟังที่สร้างขึ้น ยังเป็นเครื่องช่วยผู้ปกครองในการฝึกพูดของเด็กขณะอยู่ที่บ้าน เพิ่มเติมจากที่ครูสอนในโรงเรียน และครูผู้สอนทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนและหลังการฝึกทักษะการพูดโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ ใช้ t –test

5. ผลการนำไปใช้

ประโยชน์ของการนำไปใช้ สื่อวีดีทัศน์ เป็นแถบบันทึกภาพ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการฝึกทักษะการพูดสำหรับเด็กหูตึง ที่เรียนในระดับอนุบาล ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก และทำให้มีทักษะการพูดเพิ่มขึ้น มีความสนใจติดตาม เรื่องราวและฝึกพูดได้จบขั้นตอนการฝึก แง่คิด การใช้สื่อวีดีทัศน์ในการฝึกทักษะการพูดของเด็กพิการ ทำให้เด็กสามารถฝึกพูดและมีพัฒนาการที่ดีและมีความสนใจในการฝึกการพูดมากขึ้น

6. ความคิดเห็นของผู้รายงาน

เป็นการช่วยพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังทำให้ผู้เรียนมีการพัฒนาในการเรียนในต่าง ๆ ขึ้น