ความยากจนนับว่าเป็นปัญหาสำคัญของคนส่วนใหญ่ของประเทศ คำกำกัดความของคำว่า “ความยากจน” มีผู้ที่ให้ความหมายไว้มากมายเกินกว่าที่จะนำมากล่าวได้ เพราะปัญหาความยากจนมีที่มามากมายมาจากหลายๆ สาเหตุ การแก้ปัญหาจึงขึ้นอยู่กับว่า สาเหตุของปัญหานั้นๆ และเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะอยู่กับความยากจน ให้มีความสุขได้ กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้นำน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ความยากจนอย่างเดียว แต่ยังเป็นการเรียนรู้หลักการดำเนินชีวิตให้เกิดความสุขตามวิถีทางที่ควรจะเป็นคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคำศัพท์ที่ค่อนข้างเป็นวิชาการสำหรับประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ถ้าหากว่ามีคนไปถามชาวบ้านว่า เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร มีความหมายว่าอะไร ในความรู้สึก รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก หรือถ้าตอบได้ คำตอบก็จะมีความหลากหลาย เนื่องจากเป็นศัพท์ทางวิชาการ จึงเป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ที่จะต้องไปให้ความรู้ แปลงจากสิ่งที่เป็นวิชาการ ไปสู่การปฏิบัติ

         สำหรับบ้านดงขวางแล้ว เป็นหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบไทยเดิม ประชาชนส่วนมีการทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก คือทำนา ในอดีตการดำรงชีวิตไม่คอยได้ใช้เงินในการดำรงชีวิตมากนัก เพราะแต่ละครอบครัวมีความเป็นอยู่ใกล้เคียงกัน ระบบการผลิตทางการเกษตร ผลิตมาเพื่อใช้สำหรับการบริโภคแต่เพียงอย่างเดียวเป็นหลัก มีส่วนน้อยที่จะนำมาขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อใช้ซื้อของที่จำเป็น และไม่สามารถผลิตได้เอง การเปรียบเทียบของแต่ละครัวเรือน จึงมีน้อย แต่ในปัจจุบันการดำรงชีวิตได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากระบบการผลิตเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน มาเป็นการผลิตเพื่อการค้า เป็นส่วนใหญ่ การผลิตในลักษณะนี้ ส่งผลให้การดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเปลี่ยนไป เนื่องจากต้องการเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น การเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยให้สูงขึ้น ในทางวิชาการมีทางเป็นไปได้ สองทางเลือกด้วยกัน ทางเลือกที่หนึ่งคือเพิ่มพื้นที่การผลิตให้มากข้นเพื่อที่จะได้ผลผลิตให้มากตามความต้องการ และทางเลือกที่สองคือการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยให้สูงขึ้น ในข้อเท็จจริงแล้วในปัจจุบันไม่สามารถเพิ่มพื้นที่การผลิตได้อีกต่อไปแล้ว เพราะพื้นที่มีจำนวนจำกัด และในขณะเดียวกันคนในชุมชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นประชาชนจึงได้ใช้ทางเลือกที่สองคือการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย นั่นเอง ซึ่งการเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้สูงขึ้นมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือต้นทุนทางการผลิตที่สูงขึ้น ในการใช้ซื้อสารเคมีในการป้องกัน และกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อที่จะให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นตามจำนวนที่ต้องการ  แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับส่งผลกระทบในระยะยาว ประการแรกคือเกิดการแข่งขันที่สูง เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ล้นตลาดจึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้พ่อค้าคนกลางกดราคาผลผลิต ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ และผลกระทบประการที่สองคือผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยทำให้สภาพแวดล้อมที่เคยบริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติถูกทำลาย เนื่องจากมีการใช้สารเคมีในปริมาณที่มากและ มีความต่อเนื่องยาวนาน สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ถูกทำลาย และประการที่สามคือผู้ใช้สารเคมีดังกล่าวได้รับพิษโดยตรงจากการใช้สาร เคมี ชาวนาบางคนมีการสะสมของสารเคมีในร่างกายในปริมาณที่มาก บางรายมีอาการเป็นอัมพฤกษ์ และจากการสุ่มตรวจเลือดของผู้ที่ฉีดสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นประจำ พบว่ามีปริมาณสารเคมีในเลือดในประมาณที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ หมายถึงระดับที่อันตรายนั่นเอง และประการสุดท้ายคือ มีผลกระทบโดยตรงกับผู้บริโภค เนื่องจากสารเคมีบางชนิดมีพิษตกค้างไม่เพียงแต่ในสภาพแวดล้อม แต่ยังยังตกค้างที่ผลผลิตทางการเกษตรที่ผู้บริโภค ซื้อนำไปบริโภค ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และทำให้ต้องสูญเสียเงินในการรักษาฟื้นฟูและขาดแรงงานที่มีศักยภาพในที่สุด นั่นเอง

          ในปัจจุบันชาวบ้านดงขวาง ค่อยๆเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรจากที่เคยใช้สารเคมีในปริมาณที่มากได้หันกลับมาใช้แบบผสมผสาน(Integrated)  คือการใช้สารเคมีในปริมาณที่ถูกต้อง โดยไม่ใช้มากหรือน้อยเกินไป เพราะทำให้เกิดการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ และเหมาะสม คือในช่วงเวลาที่สมควรจะใช้ ในขณะเดียวกันก็มีการใช้สารชีวภาพในการจำกัดศัตรูพืชมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมามีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สารชีวภาพที่สามารถป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในระดับหนึ่ง เชื้อราชนิดนั้นคือเชื้อราที่มีชื่อว่า (บิวเวอเรีย )ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อราที่มีประโยชน์ทางด้านการเกษตร นอกจากนั้น ยังมีการใช้สารชีวภาพที่ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เช่น น้ำหมักชีวภาพ ซึ่งได้จากการหมักสารอินทรีย์ ที่มีประโยชน์ต่อพืช เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย มีการปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานโรค เช่นสายพันธุ์ กข 31 ซึ่งต้านทานต่อโรคเพลี้ยกระโดด ทำให้ผลผลิตมากขึ้น ข้าวบางส่วนเก็บไว้บริโภคภายในครัวเรือน โดยนำข้าวไปสีที่โรงสีชุมชน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านและการบริหารจัดการสร้างความความพึงพอใจ  มีเงินเหลือสำหรับเก็บออม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านดงขวางยังมีกลุ่มกิจกรรมที่ดำเนินกิจกรรมคล้ายกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต คือ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนดงขวาง ซึ่งเป็นแหล่งทุน และการเก็บออมของชาวบ้านอีกทางหนึ่ง และนอกจากนั้นยังมีกองทุนหมู่บ้านที่เป็นแหล่งทุนที่สำคัญที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในการบริหารจัดการในหลายๆด้าน เช่น การปลูกฝังวิถีประชาธิปไตย โดยมีการจัดให้มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือนเพื่อสร้างความเข้าใจ และความก้าวหน้าของการดำเนินงานให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ การเอื้ออาทรต่อคนทุกวัยในหมู่บ้านโดยมีการนำกำไรสุทธิมาจัดสรรตามระเบียบ และยังใช้แก้ปัญหาความเร่งด่วนของชุมชนได้อีกด้วย

         จะเห็นได้ว่าการดำเนินชีวิตของชาวบ้านดงขวางส่วนใหญ่มีการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีการลดรายจ่ายการเพิ่มรายได้ การเรียนรู้ โดยมีศูนย์เรียนรู้ในชุมชน   การออม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเอื้ออารีต่อกันของคนในชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนเอง และหน่วยงานทีเกี่ยวข้องที่เป็นหน่วยงานสนับสนุน ส่งเสริม ก่อให้เกิดการเรียนรู้ของคน
ในชุมชน ส่งผลให้ชุมชนดังกล่าวเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ข้อเขียนโดยคุณบพิธ  วาทวิจารณ์

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี