น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ดาวินชี นักวาดภาพคนดัง ผู้วาดภาพ “โมนาลิซ่า” นั้นได้เขียนนิทาน เรื่องสั้นไว้ไม่น้อย
เยือนถิ่น “อินสบรูค”-1
โสภณ เปียสนิท
...............................................
มัคคุเทศก์ยังใช้เวลาว่างเล่าประวัติศาสตร์สำคัญของกลุ่มประเทศในยุโรปอย่างต่อเนื่อง น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ดาวินชี นักวาดภาพคนดัง ผู้วาดภาพ “โมนาลิซ่า” นั้นได้เขียนนิทาน เรื่องสั้นไว้ไม่น้อย
ดาวินชีเขียนเรื่อง “หมึกกับกระดาษ” ไว้ว่า ครั้งหนึ่งมีกระดาษเปื้อนหมึกแผ่นหนึ่ง มองสภาพของตัวเองเห็นลายดำตัวอักษรบนตัวเองแล้วรู้สึกรกหูรกตา สกปรกน่ารังเกียจ จึงเกิดความโกรธว่า หมึกดำนี่เองที่ทำให้เปื้อน จึงหาเรื่องต่อว่าน้ำหมึก “เจ้าน้ำหมึกเอ๋ย เจ้ามันไร้ค่า เป็นตัวแทนของความสกปรก นี่แก่มาอยู่บนตัวฉันแล้วทำให้ฉันเปื้อนเลอะเทอะ ฉันอยากหลบหนีแกไปให้ไกล ๆ เสียจริง”
หมึกดำจึงแก้ว่า “เจ้าต่อว่าข้ามันก็ไม่ถูก ถ้าไม่มีหมึกดำอย่างข้า กระดาษอย่างแกก็เปล่าประโยชน์ คิดดูนะ ถ้าไม่มีหมึกอย่างข้า ใครเขาจะดูแก เป็นอย่างมากได้แค่กระดาษชำระ”
ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งเดินมาถึงที่ที่กระดาษและหมึกกำลังโต้เถียงกันอยู่ เขาหยิบกระดาษที่มีหมึกเปื้อนอยู่ขึ้นมาอ่าน โดยไม่ได้หันไปหยิบกระดาษเปล่ามาดูเลย แม้ว่าขณะที่เขานั่งอ่านกระดาษเปื้อนหมึกอยู่นั้น ลมได้พัดกระดาษเปล่าปลิวร่วงหล่นไปกองอยู่กับพื้น เขาได้แต่เพียงปรายตาดูเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เรื่องนี้อัครศิลปินดาวินชีต้องการชี้คติธรรมอย่างไรให้คุณผู้อ่านได้รับทราบ คิดว่าขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้พินิจพิจารณาด้วยตัวของท่านเองสรุปเองก็แล้วกันนะครับ
การเดินทางอันยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น มัคคุเทศก์เล่าประวัติศาสตร์ยุโรปให้ฟังมากมาย จนผมเองจดบันทึกไม่ค่อยทัน แม้ว่ามีข้อมูลที่จดมาก แต่ด้วยพื้นฐานความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ยุโรปของผมเองนั้นมีน้อย จนไม่กล้าที่จะเขียน เกรงว่าจะผิดพลาดและทำให้คุณผู้อ่านได้รับข้อมูลไม่ตรง จึงขอข้ามไปก่อน ผมหวังไว้ลึก ๆ ว่า สักวันหนึ่งข้างหน้า หากผมมีข้อมูลเพียงพอเมื่อใด จะนำมาเล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบต่อไป
มืดแล้วราตรีคลีกางม่านดำโอบกอดเมืองอินสบรูคทั้งเมือง อาหารมื้อค่ำวันที่ 19 ตุลาคม 2547 มีรสชาติดี อาจเป็นเพราะความหิวนะครับ ดูจากสมุดบันทึก ผมจดชื่อร้านตามภาษาท้องถิ่นไว้ว่า Stad platte Ground อยู่บนชั้นสองของอาคารขนาดกลาง ๆ มองดูยามค่ำคืนเหมือนบ้านพักมากกว่าเป็นร้านอาหาร มีโต๊ะรับประทานอาหารไม่เกินสิบโต๊ะ
ใต้ชายคาระเบียงด้านนอก ผมเห็นชายคนหนึ่งนุ่งกางเกงยีน สวมเสื้อยืดสีดำ ท่าทีเหงา ๆ นั่งจิบน้ำช้า ๆ เหมือนอยู่ในห้วงแห่งความคำนึงอะไรบางอย่าง เป็นภาพแห่งความโดดเดี่ยวเดียวดาย ที่สะท้อนให้เห็นมุมมองหม่นมัวแห่งเมืองอินสบรูคที่ซุกซ่อนอยู่ในซอกหลืบแห่งสังคม
คนขายและบริกรเป็นชายทั้งคู่รูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อ แต่ปราดเปรียวแข็งแรง สำรวจรายการอาหารตามบันทึกการเดินทาง มีหมูพะโล้ สลัดผัก น้ำซุป และไส้กรอกชิ้นใหญ่ ผมถือโอกาสชิมไวน์แดงหนึ่งแก้ว เพื่อประกอบกับเนื้อตามสูตรชาวตะวันตก
กว่าคณะของเราจะถึงโรงแรมฮิลตันเป็นเวลาสองทุ่มกว่า ต่างเร่งเข้าห้องพักเพราะความเหนื่อยอ่อน โรงแรมแห่งนี้มีผลแอ๊ปเปิ้ลไว้ต้อนรับแขก เห็นคนอื่นหยิบผลแอ๊ปเปิ้ลใส่กระเป๋าผมก็เอาอย่างบ้าง นำขึ้นไปรับประทานบนห้องพัก มัคคุเทศก์นัดหมายให้วางกระเป๋าหน้าห้องเวลาหกโมงเช้า เจ็ดโมงรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม แปดโมงเช้าออกเดินทางเยี่ยมชมวิหาร(หลังคา) ทองคำ โดยทางเท้า
