วันที่ ๒๓ ก.ค. ๕๓ สาวน้อยกับผมไปเดินชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ท่ามกลางแดดเปรี้ยงระหว่าง ๑๐.๓๐ – ๑๑.๔๕ น. โดยไม่รู้สึกร้อน และตอนบ่ายก็กลับไปชมอีก แต่ช่วงหลังนี้นั่งรถเป็นช่วงๆ รวมทั้งมีเมฆและฝนปรอย
แดดจ้าแต่ไม่รู้สึกร้อนเป็นผลของสารเคมีครับ ตอนนั้นทั้งสาวน้อยและผมตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่ ความงามของสวน ทำให้สมองหลั่งสารสุขออกมาซาบซ่านร่างกาย ถึงแดดร้อน ใจก็ไม่รู้สึกร้อน
แต่พอกลับมาที่โรงแรมก็เริ่มเมื่อย รุ่งขึ้นเช้ามืดวันที่ ๒๔ ผมออกไปวิ่งกระตุ้นสารเคมีเพื่อลดความเมื่อย ผมมีข้อสังเกตว่าวันไหนผมเดินมากๆ และรู้สึกเมื่อยกล้ามเนื้อขาและตัว หากวันรุ่งขึ้นออกไปวิ่งเหยาะออกกำลัง ความเมื่อยจะลดลงหรือหายไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้ผมจึงใช้ยาลดความเมื่อยขนานที่ไม่ต้องซื้อนี้อีก นี่คือเคล็ดของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
สารเคมีต้นเหตุคือ เอ็นดอร์ฟิน ลองอ่านดูนะครับ จะเห็นว่าสารเคมีชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่พอเพียง เป็นสารที่เราสามารถได้มาโดยไม่ต้องใช้เงิน คือโดยการออกกำลัง
ความสุขอยู่ในตัวของเราเอง สมองของเราเองสร้างความสุขได้ เอ็นดอร์ฟิน เป็นสารที่สร้างจากสมอง สภาพชีวิตที่เรียกว่า Flow เป็นสภาพของความสุขยิ่งของชีวิต ผมเข้าใจว่าในสภาพเช่นนี้สารสุขจะหลั่งไหลออกมาจากสมองไม่ขาดสาย โดยสารเคมีที่สำคัญยิ่ง อีก ๒ ชนิดคือ ซีโรโทนิน และโดปามีน คนที่มีความสุขสารทั้ง ๓ นี้จะหลั่งออกมาจากสมองอย่างเหมาะสม
นักเคมีแห่งชีวิต เป็นนักปฏิบัติการชีวิต ที่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเกิดความสุข มีชีวิตที่เพลิดเพลินกับการสร้างสรรค์ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ให้แก่สังคม ผมคิดว่า นี่คือเคมีแห่ง Positive Psychology ที่ได้ความสุข ให้ความสุข เผื่อแผ่ความสุข โดยไม่ต้องซื้อหา
เคล็ดลับอย่างหนึ่งของนักเคมีแห่งชีวิต ที่เรียกสารสุขได้ดั่งสังข์ทองเรียกเนื้อเรียกปลา คือการใช้ชีวิตแบบมุ่งหาความสำเร็จมาต่อยอด มุ่ง “จับถูก” เอามาชื่นชม และสนับสนุนให้ขยายผล ทั้งทางกว้างและลึก ใช้ KM ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากความสำเร็จ โดยเคล็ดลับคือให้ฝึกมองหาความสำเร็จเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ให้พบ อย่ามองข้าม อย่ามุ่งแต่จะหาความสำเร็จใหญ่ๆ ให้ฝึกมองหาความสำเร็จเล็กๆ ในท่ามกลางอุปสรรค ปัญหา หรือความล้มเหลว
เดินถนนแห่งฉันทะและศรัทธา ไม่ใช่ถนนแห่งตัณหา
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.ค. ๕๓
เชียงใหม่
"ฝึกมองหาความสำเร็จเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ให้พบ อย่ามองข้าม อย่ามุ่งแต่จะหาความสำเร็จใหญ่ๆ ให้ฝึกมองหาความสำเร็จเล็กๆ ในท่ามกลางอุปสรรค ปัญหา หรือความล้มเหลว" ผมชอบประโยคนี้ครับ หลายองค์กรที่พยายามจะเอา KM ใช้ ผู้บริหารมักมองที่ความสำเร็จใหญ่ๆ จนลืมไปว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต้องมาจากชิ้นส่วนของความสำเร็จที่เล็กๆ แบบนี้ถึงจะยั่งยืนครับ
ขอแสดงการคารวะค่ะ
หนูจำไม่ค่อยเก่งนะคะว่าสารแต่ละตัวที่ทำให้ร่างกายมีความสุขชื่ออะไรบ้างและกระบวนการเกิดของสารเกิดจากอะไร แต่มีอยู่บางครั้งเมื่อมีอุบัติเหตุแล้วหนูยอมรับสภาพว่าสักพักความเจ็บต้องตามมา แปลกมาก ไม่น่าเชื่อความเจ็บนั้น ราวปลิดทิ้งเหมือนไม่รวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หนูได้โพสต์ถามกับอาจารย์ที่หนูนับถือว่าเป็นอาจารย์ (แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหนูเป็นศิษย์หรือเปล่า) ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ท่านได้ตอบว่า เมื่อเรามีสติที่ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวคลอนแคลนเราจะมีความสุขและร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมาทำให้ความเจ็บหรือทุกขเวทนาที่จะเกิดบรรเทาลงหรืออาจหายไปเลย หนูว่าหนูหาความสุขได้ง่ายขึ้น ทุกๆวันหนูมีความสุข สุขที่ว่าคือการเป็นอิสระไม่ติดล๊อคกับอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้ว่าตัวเองติด บางวัน(ในอดีตนะคะ) หนูรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกังวลเครียด แต่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุแห่งความเครียด แต่มาวันนี้อาจารย์ที่สอนธรรมะได้ "บอกทาง" จริงแล้วทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยพันธนาการ แต่เราไม่รู้ว่าเราถูกพันธนาการ เราก็จะทุกข์อยู่ร่ำไป
ด้วยจิตคารวะ
วิภารัตน์