เมื่อจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความวิตกกังวลสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะปุถุชนอย่างพวกเรามีวิถีชีวิตที่ต้องเกี่ยวพันกับหลายสรรพสิ่ง นับตั้งแต่ตื่นนอนจนหัวถึงหมอน

เชื่อไหมคะผู้เขียนเองตอนเป็นเด็กวัยรุ่นเคยวิตกกังวลมากจนหัวแทบแตกกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง พอย้อนกลับไปนึกถึง ณ ตอนนั้น อยากจะหัวเราะดังๆออกมาเลย  แต่ก็อดนึกสงสารเด็กๆที่เขาประสบกับเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพของร่างกาย ว่าด้วยสารเคมีในสมอง, พันธุกรรม, ครอบครัว, และอีกมากมายที่ล้วนมีสาระตามที่ผู้รู้ท่านเคยศึกษาไว้ ฯลฯว่าจะจัดการกับปัญหาความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นอย่างไร

ผู้เขียนขอใช้โอกาสอ้างอิงถึงความเชื่อทางศาสนาที่ตนเองศรัทธานะคะ ผู้เขียนค่อนข้างเชื่อในกฏแห่งกรรม คือเราไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเราได้สร้างบุญสร้างกรรมอะไรมาบ้าง แต่ถึงอย่างไรอยากให้ทุกคนเชื่อเช่นกันว่าโชคดีแค่ไหนที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีปัญญา ขอให้ใช้สติพิจารณาทุกอย่าง แล้วแก้ไขและทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

หากเกิดความวิตกกังวลในเรื่องใดๆให้ปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1. อยู่กับตัวเอง ทบทวนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น อาจใช้วิธีการเขียนแล้ว list ออกมาเป็นข้อๆ แล้วเขียนวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ

2. ให้อาหารใจ  ลองอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาหรือชีวประวัติของคนดัง, หนังสือธรรมะ, ฟังเทศน์, ฟังเพลงเพราะๆเช่น live and learn, ฤดูที่แตกต่าง, When you believe, Hero ฯลฯ

3. เพื่อน เราสามารถพูดคุยกับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ที่เคารพ ซึ่งเขาอาจมีมุมมองหลากหลายให้คุณให้คิดอะไรเพื่มเติมในแง่มุมใหม่ๆ

4. กิจกรรมทางกาย  การออกกำลังกายเพื่อให้สารแห่งความสุข(endorphine) หลั่งออกมา, ทำงานบ้าน, ปลูกต้นไม้ แล้วจะเพลิดเพลินน่าดูค่ะ

5. การทำบุญ  การเข้าวัด สวดมนต์ ปฎิบัติธรรมและทำบุญในแบบต่างๆช่วยได้ดีนักแล

6. การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น การบริจาคเลือด, อ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง, เป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษา เพิ่มคุณค่าให้ตัวเราได้มากโข

 

ลองทำดูสักวิธีนะคะ คัมภีร์อยู่ที่ใจจริงๆค่ะ