จริยธรรมสำหรับผู้นำ
สำหรับผู้นำในสังคมไทยเรื่องจริยธรรม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่ง
จริยธรรมพื้นฐานของผู้นำที่ประชาชนทุกกลุ่มในสังคม (ที่แม้จะมุ่งผลประโยชน์ต่างกัน) ต้องการ
เหมือนกันคือ การยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง การคุ้มครองสวัสดิภาพ
การปราบทุจริต การกระจายความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง
หลากหลาย สังคมที่เข้มแข็งต้องจริงจังในการตรวจสอบจริยธรรมขั้นพื้นฐานของผู้นำ การปล่อยปละ
ละเลยจะทำให้เกิดวิกฤตจริยธรรมผู้นำและนำไปสู่วิกฤตประเทศอย่างที่เป็นอยู่ เพื่อความสงบสุข ร่มเย็น
ของประเทศ จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบจริยธรรมขั้นพื้นฐานของผู้นำ
ให้ชัดเจน มิฉะนั้นแล้วประเทศจะต้องเผชิญกับวิกฤตและเกิดความบอบช้ำเพราะความไร้คุณธรรม
จริยธรรมของผู้นำในหลายระดับ จริยธรรมพื้นฐานของผู้นำที่รับผิดชอบต่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของ
ประชาชนอย่างยุติธรรม จริยธรรมดังกล่าวพุทธศาสนาเรียกว่า "จักรวรรดิวัตร 5" ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่
ผู้ปกครองผู้ยิ่งใหญ่ 5 ประการดังนี้
1. ธรรมาธิปไตย ผู้นำต้องถือธรรมเป็นใหญ่ คือ ยึดถือหลักการ ความจริง ความถูกต้อง
ประโยชน์สุขที่แท้จริงของประชาชนเป็นหลักเกณฑ์ เป็นมาตรฐาน
2. ธรรมิการักขา ผู้นำต้องสามารถจัดการบำรุง คุ้มครองรักษาที่ชอบธรรมให้แก่ประชาชนทุกหมู่
เหล่า ตลอดจนสัตว์ทั้งหลาย ทั้งสัตว์บก สัตว์บิน สัตว์น้ำ
3. อธรรมการนิเสธนา ผู้นำมีหน้าที่ป้ องกันแก้ไขกำราบ ปราบปราม ไม่ให้มีการกระทำที่ไม่
ชอบธรรมไม่เป็นธรรม
4. ธนานุประทาน ผู้นำมีหน้าที่จัดสรรแบ่งปันเฉลี่ยทรัพย์สินเงินทอง ปัจจัยยังชีพ ให้ทั่วถึงแก่คน
ที่ขาดแคลนยากไร้ให้พอเพียงที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดีโดยทั่วกันอย่างยุติธรรม
5. ปริปุจฉา ผู้นำต้องรู้จักแสวงปัญญา รู้จักปรึกษาสอบถาม เข้าหาผู้รู้ผู้ทรงคุณ ค้นคว้าหาความ
รู้อยู่เสมอและยิ่งๆ ขึ้นไป
ทศพิธราชธรรม
ทศพิธราชธรรม หรือ ทศพิธราชธรรม 10 คือจริยวัตร 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติ
เป็นหลักธรรม ประจำพระองค์ หรือเป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มีความเป็นไป
โดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้จำเพาะ
เจาะจงสำหรับพระเจ้าแผ่นดินหรือผู้ปกครองแผ่นดินเท่านั้น บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในทุก
องค์กรก็พึงใช้หลักธรรมเหล่านี้ ทศพิธราชธรรม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ราชธรรม 10”
1. ทาน (ทานํ) การให้ หมายถึงการให้ การเสียสละ นอกจากเสียสละทรัพย์สิ่งของแล้ว ยัง
หมายถึงการให้น้ำใจแก่ผู้อื่นด้วย
2. ศีล (ศีลํ) คือความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง
อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา
3. บริจาค (ปริจาคํ) คือ การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม
4. ความซื่อตรง (อาชชวํ) คือ ความซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ในสัตย์สุจริต
5. ความอ่อนโยน (มัททวํ) คือ การมีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตผลที่ควร มีสัมมาคารวะต่อผู้
อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอกันและต่ำกว่า
6. ความเพียร (ตปํ) หรือความเพียร มีความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน โดยปราศจากความเกียจ
คร้าน
7. ความไม่โกรธ (อกฺโกธ) หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่นแม้จะลงโทษ
ผู้ทำผิดก็ทำตามเหตผล
8. ความไม่เบียดเบียน (อวีหึสา) การไม่เบียดเบียน หรือบีบคั้น ไม่ก่อทุกข์หรือเบียดเบียนผู้อื่น
9. ความอดทน (ขันติ) การมีความอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาอาการ กาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย
10. ความยุติธรรม (อวิโรธนํ) ความหนักแน่น ถือความถูกต้อง เที่ยงธรรมเป็นหลัก ไม่เอนเอียง
หวั่นไหวด้วยคำพูด อารมณ์ หรือลาภสักการะใดๆ
คุณธรรมและจริยธรรม เป็นข้อประพฤติปฏิบัติที่ทำให้บุคคลในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
สมานฉันท์ มีความเห็นพ้องต้องกัน เมื่อทุกคนมีคุณธรรมเป็นหลัก มีความเสมอกันด้วยความเห็นที่เป็น
สัมมาทิฏฐิ รู้จักสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด สิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ เสมอกันด้วยศีล ประพฤติตนให้อยู่ใน
กรอบของความสุจริต คือกายสุจริต วาจาสุจริต ใจสุจริต ความสามัคคีก็จะพึงเกิดมีขึ้น ด้วยคุณธรรมและ
จริยธรรมนั้น โดยไม่ต้องอ้อนวอนร้องขอจากผู้ใด หรือมีบทบัญญัติใดๆ บังคับ การคิดถูกด้วยการมี
สัมมาทิฏฐิ ด้วยอาศัยพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการคิดถูก คิดตรงนั้น
สำคัญยิ่งกว่าการคิดใหม่ ดังตัวอย่างของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้พบหลักธรรมมากมาย
แต่เรื่องแรกที่พระองค์ทรงนำมาเผยแพร่กลับเป็นเรื่องการคิดถูก หรือสัมมาทิฏฐิ จึงกล่าวได้ว่าแม้โลก
จะมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาก้าวหน้าและสร้างผลกระทบได้มากเพียงใดก็ตาม หากสังคมไทยมีการปลุก
จิตสำนึก หล่อหลอม ปลูกฝังผู้คนในสังคมให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ก็ย่อมเป็นเกราะป้ องกัน
เป็นภูมิคุ้มกันอย่างดีที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ความเจริญก้าวหน้า อย่างยั่งยืนและมั่นคง
สืบไป
ในขณะเดียวกัน ภาวะผู้นำที่ดี (Good Leadership) ของผู้บริหารหรือผู้นำทุกระดับทั้งภาครัฐและ
เอกชนในสังคมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ย่อมส่งผลให้เกิดการปกครองที่ดี หรือการจัดการที่ดี
มีคุณธรรม หรือที่เรียกว่าเป็นภาษาอังกฤษว่า Good Governance หากหมายถึงการจัดการในภาครัฐ และ
Good Corporate Governance ในภาคธุรกิจ ซึ่งก็คือการบริหารจัดการพร้อมด้วยการกำกับดูแลที่ดีมี
คุณธรรมในภาคธุรกิจนั่นเอง จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสังคม ประเทศชาติ
จะกลับไปสู่ความสงบสุขและสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืน ประชาชนมี
คุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้จำเป็นที่ต้องอาศัยภาวะผู้ที่ดี มีคุณธรรม