เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2552 ครั้งที่ไปร่วมมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการร่วมกับคณะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ที่ สปป.ลาว (ลาวใต้) ซึ่งเดินทางผ่านจุดผ่านแดนที่ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เข้าพักที่โรงแรมแสงอรุณใหม่ เมืองปากเซ และมีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง รวมถึงไปดูความสวยงามของน้ำตกคอนพะเพ็ง ตามข้อมูลที่เคยบันทึกไปแล้ว จากหัวข้อต่อไปนี้ครับ
1. การศึกษาของเมืองปากเซ สปป.ลาว http://gotoknow.org/blog/middle-man/303719
2. จากคอนพะเพ็งถึงวัดใหญ่พิษณุโลก http://gotoknow.org/blog/middle-man/344007
วันนี้มีโอกาสนำข้อมูลที่หลงเหลือมาบอกเล่าต่อครับ การคมนาคมบนถนนของ สปป.ลาว จะใช้เลนขวามือ ดังภาพด้านบนครับ เพราะความเป็นธรรมชาติ มีความก้าวหน้าทางโครงสร้างพื้นฐานช้า จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เชื้อชวนให้ผู้คนต่าง ๆ เข้าไปเยี่ยมชม
แพขนานยนต์ทั้ง 2 รูปด้านบน เป็นพาหนะที่นำพาผู้คนต่าง ๆ จากอีกหมู่บ้าน ข้ามแม่น้ำโขงไปอีกหมู่บ้าน ครับ ณ วันที่ไปถึงสถานที่ลงแพ(บ้านม่วง) วันนั้นน่าจะประมาณ 14.00 น. หรือมากกว่า เพราะเสียเวลารอรถ 2 แถว ประจำถิ่นที่วนรับ - ส่งนักท่องเที่ยวคณะต่าง ๆ ซึ่งผู้จัดโปรแกรมว่าจ้างไว้ สังเกตให้ดี ๆ นะครับ การเดินทางครั้งนี้ไม่มีหลักประกันใด ๆ สำหรับความปลอดภัย ยิ่งกระแสแม่น้ำโขง ณ วันนั้น เชี่ยวกราดมาก
หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คณะเดินทางทั้งหมดของ สพท.พล.1 ที่ข้ามฝั่งไปชมปราสาทวัดพู น่าจะรอดชีวิตได้เพียง 1 คน เพราะพี่คนดังกล่าว ได้ใส่เสื้อชูชีพของตนเองที่ตั้งใจนำพามาจากบ้าน นอกนั้นต้องอาศัยดวงของแต่ละคนตามยถากรรม เฮ้อ ! เป็นบทเรียนที่สำคัญครับ ที่ตนเองต้องจดจำและนำไปปรับใช้ หากต้องเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ (หลังจากวันนั้นอีกไม่นาน เมื่อกลับมาถึงไทยทราบว่า มีบางจุดของ สปป.ลาว มีแพขนานยนต์ล่มกลางแม่น้ำโขง ครับ)
เมื่อไปถึงอีกหมู่บ้าน ต้องโดยสารรถประจำทาง 2 แถว เข้าไปอีกระยะหนึ่ง กว่าจะถึงปราสาทหินวัดพู ของนครจำปาสัก ซึ่งเป็นเวลาค่อนข้างเย็นแล้ว ตัวปราสาทอยู่ใกล้เชิงเขา ข้อมูลการนำเที่ยวบอกว่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของ สปป.ลาว ซึ่งน่าจะสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 แหม ! คำว่ามรดกโลก ข้อมูลตรงนี้ทำให้คิดถึงปราสาทพระวิหารนะครับ ที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับเขมร
มองอย่างคนที่ไม่ค่อยได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ผมคิดว่าโครงสร้างของปราสาทหินวัดพู แห่งนี้ มีลักษณะคล้าย ๆ กับปราสาทหลาย ๆ แห่งที่สร้างไว้ในประเทศไทย เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง ฯลฯ ผู้คนสมัยนั้นที่เผยแพร่อารยธรรมของตนเองไปประเทศรอบ ๆ น่าจะมีความเจริญของเทคนิคการก่อสร้างขั้นสูง จึงสร้างสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โต สวยงาม วิจิตรพิศดาร แม้วันนี้จะทรุดโทรมไปมากเพราะกาลเวลา
(ภาพแกะสลักตรีมูรติ)
หากท่านใดมีเวลาลองเข้าไปติดตามข้อมูลของบุคคลอื่นที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้จากเวบไซด์ต่อไปนี้ ครับ
1.ปราสาทวัดพู ..มรดกโลกคู่ลาวใต้ (3) http://www.oknation.net/blog/print.php?id=303998
2.แนะนำสถานที่เที่ยวบ้านพี่เมืองน้อง..ปราสาทวัดพูมรดกโลกคู่ลาวใต้ http://www.kroobannok.com/blog/23730
3.ปราสาทวัดพู..จำปาหอมที่ลาวใต้ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ktip13&group=10
4.ปราสาทหินวัดพู : สถาปัตยกรรมขอมโบราณ http://www.ubon.go.th/article/detail.php?id=1434
การเดินทางกลับวันนั้น กว่าจะถึงบริเวณที่ข้ามแพขนานยนต์ เป็นเวลาประมาณ 19.00 น. ค่อนข้างมืดค่ำ ครับ และมีอันตรายยิ่งกว่าช่วงบ่าย ๆ ที่เดินทางไปปราสาท แต่เพราะโชคช่วย ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจากการเดินทางครั้งนี้ครับ