วันแรกในสวิสเหมือนว่ายาวนานเป็นพิเศษ เนื่องจากพักผ่อนแบบไม่เต็มตื่นบนเครื่องบิน ต่างคนต่างมีท่าทีเหนื่อยอ่อนลงตามลำดับ
คืนแรกที่ลูเซิร์น-1
โสภณ เปียสนิท
.....................................................
วันแรกในสวิสเหมือนว่ายาวนานเป็นพิเศษ เนื่องจากพักผ่อนแบบไม่เต็มตื่นบนเครื่องบิน ต่างคนต่างมีท่าทีเหนื่อยอ่อนลงตามลำดับ หลังการรับประทานอาหารเย็นมื้อแรกที่ร้านเอเชียทาวน์ มีเวลาเล็กน้อยสำหรับการจับจ่ายใช้สอยเงินสกุลฟรังส์ และสกุลยูโรที่เตรียมกันมา บางคนอดใจไม่ไหว ภายหลังแวะที่ร้านบุ๊คเคอเร่อร์ตรงหัวมุมถนน ซื้อนาฬิกาสวิสกันคนละเรือนสองเรือน ตรงตามแนวคิดในการผลิตของชาวสวิสที่ว่า “ยากดีมีจนทุกคนต้องใช้นาฬิกา”
ตรวจสมุดบันทึกพบว่าผมเองจดรายการอาหารไว้ดังนี้ ปลาราดพริก รสจืดสนิท มัสมั่นรสแปลก น้ำซุปรสชาติสู้ที่ยอดเขาติสลิสไม่ได้ ไก่ทอดพอใช้ได้ ถั่วฝักยาวผัดพริกแกง ไร้รสชาติให้กล่าวถึง
หลายคนเดินไปเยี่ยมชมสะพานไม้อันเก่าแก่อายุราว 500 ปี ทอดยาวผ่านทะเลสาบประจำเมืองลูเซิร์น สะพานไม้แห่งนี้เองที่ได้รับการกล่าวขานกันว่าถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ผมเองเดินเตร็ดเตร่คุยกันเองบ้าง ทักทายฝรั่งเจ้าของประเทศที่ค้าขายในบริเวณนั้นบ้าง ก่อนจะแวะที่ร้านขายช็อคโคเล็ท เดินดูเพลิน ๆ เกิดความคิดว่าน่าจะมีอะไรจากประเทศสวิสไปฝากเพื่อนพ้อง เพื่อยืนยันว่าได้ถึงประเทศที่ช็อคโคเล็ทอร่อยที่สุดในโลก แล้วราคาก็ไม่แพงมากจนเกินไปนัก ชิ้นละหนึ่งฟรังก์ เทียบเงินไทยได้ราว 30 บาท จึงซื้อมาสิบกว่าชิ้น ทั้ง ๆ ที่เป็นคนขี้เกียจหอบหิ้วสัมภาระ แต่ก็นับว่าโชคดี เพราะเมื่อเดินทางต่อมาถึงประเทศออสเตรีย ราคาเพิ่มขึ้นเป็นสองเหรียญยูโรต่อชิ้น ร้อยบาทกว่าๆ ยังนึกเสียดาย หากรู้อย่างนี้ซื้อช็อคโคเล็ทที่ประเทศสวิสมาขายที่ออสเตรีย คงได้กำไรหลายตังค์
กลับขึ้นรถอีกครั้งตามเวลานัดหมาย ฟากฟ้าเมืองลูเซิร์นหม่นมัวมืดค่ำ ฝนเม็ดเล็กปรอยปรายชโลมพื้นเปียกแฉะ อากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง รถแล่นช้า ๆ ผ่านบ้านเมืองสองข้างถนน มองเห็นแสงไฟวับแวมสว่างไสวไม่น้อย หลายคนหยอกล้อกันเรื่องแผนการท่องเที่ยวยามราตรีต่างแดนเป็นที่สนุกสนาน
โรงแรมแอสโทเรีย (Astoria) ประจำเมืองลูเซิร์นอยู่ภายในอาคารหลายชั้นมีสภาพคล้ายอาคารพานิชย์หลายชั้นในบ้านเรา ด้านหน้าคับแคบ แต่ภายในเชื่อมต่อกันหลายอาคาร บางชั้นมีทางเชื่ยมแต่บางชั้นไม่มี ทำให้การหาห้องพักบางห้องได้ค่อนข้างยาก แต่มีคนนำทางคอยช่วยเหลือจึงถึงที่หมายโดยง่าย
ระหว่างรอการลงทะเบียนเข้าห้องพัก ต่างจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส มัคคุเทศก์แจ้งเวลานัดวันรุ่งขึ้น ว่าออกเดินทาง 8.00 น. ขอให้นำกระเป๋าเดินทางออกมาวางหน้าห้องเวลา 6.45 น. พร้อมกำชับเป็นพิเศษว่าต้องวางให้ตรงเวลา เพราะเคยมีบางครั้งที่ลูกทัวร์ไม่รู้ รีบวางกระเป๋าก่อนเวลา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ผู้ขนกระเป๋าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกระเป๋าของกลุ่มที่ออกก่อน จึงขนไปรวมกับอีกกลุ่มหนึ่ง ผลก็คือกระเป๋าเดินทางไปอีกประเทศหนึ่ง กว่าจะได้กระเป๋าคืนก็นานพอดู คำนวณดูเวลาแล้วผมเตือนตัวเองว่าควรตื่นราว 6.00 น. ทำสรีรกิจ ว่างกระเป๋า รับประทานอาหาร ขึ้นประจำที่บนรถคันเดิม จำได้ว่าให้รับประทานอาหารเช้าที่ห้องชั้นบนสุด
ภาพล่าง กลาง นั่นแหละครับคือสะพานไม้เก่าแก่ของเมืองแห่งนี้
สวัสดีครับ อ่านแล้วสนุกไปด้วยครับ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
เรียนคุณธนา
เที่ยว 8 วัน เขียนเป็นปีเลยครับ
เคยไปเดินที่สะพานไม้ด้วยค่ะ สวยนะคะ
อย่าลืมซื้อนาฬิกาและมีดมาด้วยนะคะ ของดีเมืองลูเซิร์นค่ะ
สวัสดีคะ รออ่านนิราศอยู่คะ
เรียนคุณแก้ว
ผมซื้อนาฬิกากลับมาหนึ่งเรือน ครับ สวยสีทองเหลืองอร่าม สวิสแท้เชียว แต่ว่า ใช้ได้ปีแล้วลอกแล้วข้างในเป็นทองแดง เลยรู้สึกผิดหวังกับนาฬิกาสวิส
เรียนคุณกานต์
เรื่องเขียนเป็นนิราศ ก็น่าคิดอยู่ครับ แต่ว่า เหตุการณ์ผ่านไปนาน อาจลืมได้
อีกเรื่องหนึง เห็นหน้าแค่ครึ่งเดียว กลัวจำไม่ได้ครับ อย่างไรลองโผล่อีกครึ่งซิครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ไปเที่ยวสวิส มีใครซื้อ Cuckoo Clock มาหรือเปล่าค่ะ ชอบมากเวลาที่นกออกมาร้อง
Cuckoo Cuckoo
ผมเองซื้อนาฬิกาสวิสมา เพราะแรงเชียร์ของไกด์
แต่ว่า "ไม่ลอกไม่ดำ" เป็นของแท้ คือ
พอลอกปุ๊บดำปั๊บทันที ภายในเวลาสองสามเดือน
เอง ซื้อจากร้านในสวิสเชียวนา