สอนให้รู้จักตนเองโดยให้มองสิ่งทั้งปวงในด้านการมองสิ่งทั้งปวงในด้านในนี้ มีความสำคัยอย่างยิ่ง...การมองไม่ตรงกัน เป็นเหตุเข้าใจกันไม่ได้เหมือนอย่างว่า การที่คนทะเลาะวิวาทกันก็เพราะคนหนึ่งมันมองไปอีทางหนึ่ง ไม่อาจเข้าใจคำพูดของกันและกันได้ฉะนั้นคนที่ทะเลาะวิวาทกันก็เพราะมองไปในทัศนะต่างกัน ต้องมองสิ่งทั้งปวงด้านในจึงจะเข้าใจธรรมมะ ในพุทธศาสนามีหกธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุวิญญาณ(ธาตุรู้) และธาตุความว่าง ธาตุวิญญาณคือส่วนที่เป็นจิต ที่เป็นความรู้สึกว่าเป็นตัวกู ของกู เป็นเหตุให้ทำชั่ว ส่วนธาตุความว่าง คือ ความว่างจากตัวกูของกู ว่างจากกิเลส
เพราะฉะนั้นจึงขอร้องหรือถึงกับวิงวอนว่า เราจำเปป็นแล้วที่จะหันมามองหรือศึกษาสิ่งทั้งปวงในด้านใน ใร้จักธาตุที่ห้า และธาตุที่หก ลึกเข้าไปตามลำดับ
ท่านพุธทาส
การรู้ตัวเองนั้นสำคัญที่สุดเพราะการที่เราจะกระทำสิ่งใดนั้น
ต้องมีสติอยู่เสมออย่าคิดเพียงว่ากายเป็นของเราใจเป็นของ
เรานึกจะกระทำสิ่งใดทำนึกจะคิดพูดออกมาโดยไม่คิด
คนเราคิดต่างๆ กัน มีการแสดงออกต่อสถานการณ์ต่างกัน เมื่อมี ปะทะสังสรรค์ ความฝันจึงบรรเจิด
ยามราตรี วิจิตร บนถนนที่คนเปิดไฟสูง ใส่กันทั้งสองฝ่าย เมื่อสวนทาง ไม่อยากนึกสภาพเลยจริงๆ
ขอบคุณกับข้อคิดดีๆ