ห้องรับแขก

 ห้องรับแขกนั้นเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวได้มานั่งชุมนุมกัน พูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ทัศนะคติรวมไปถึงการสร้างความรักความผูกพันขึ้นในบ้านนอกจากนี้ยัง เป็นสถานที่ที่คอยต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยียน จึงนับว่าเป็นห้องที่เป็นหน้าเป็นตาแก่เจ้าของบ้านผู้อยู่อาศัย ห้องรับแขกที่ดีจะบ่งบอกถึง รสนิยม ความคิด ความรู้สึกที่มีความสุขของผู้อยู่อาศัยต่อบ้าน ดังนั้นจึงควรจะมีการจัดองค์ประกอบต่างๆเพื่อให้เป็นห้องที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี หากพิจารณาตามหลักเคหะศาสตร์มีข้อพิจารณาต่าง ๆ ดังนี้ 1. จะต้องมีแสงสว่างที่ดี ตลอดจนมีการระบายอากาศที่ดี เป็นห้องที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง 2. มีขนาดที่เหมาะสมกับส่วนอื่นๆของบ้าน ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปริมาณแขกที่มาเยี่ยมเยียน เพราะเจ้าของบ้านบางท่านก็มีแขกที่มีปริมาณมาก จึงจำเป็นต้องมีห้องรับแขกที่ใหญ่ขึ้นสักหน่อย ในขณะที่บางท่านมีแขก ที่เป็นญาติสนิทมิตรสหายไม่มากนัก ห้องรับแขกจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่แต่อย่างใด 3. มีการจัดเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ให้โล่ง โปร่ง สบายเข้าไว้ ไม่คับคั่งแออัดจนเกินไป 4. เพดานไม่ควรมีสิ่งรกหูรกตา เช่น ขื่อ คานเพดาน หรือมุมของฝ้าเพดานที่มีมากเกินไป 5. สีหรือส่วนประกอบอื่นๆมีความเหมาะสมกลมกลืนกับส่วนต่างๆของบ้านและ หลีกเลี่ยงการใช้สีทึบก็จะดี 6. หลีกเลี่ยงการใช้ฝาผนังที่มีส่วนยื่นส่วนเว้า อันจะทำให้เกะกะสายตา และกีดขวางการสัญจรไปมา 7. ควรมีจุดสนใจสร้างความเป็นเอกภาพภายในห้อง เช่น โคมไฟกลม ๆ หรือโคมระย้า เป็นต้น 8. ไม่ควรติดกระจกบนเพดานมากจนเกินงามอันจะก่อให้เกิดความรู้สึกที่สับสนแก่แขกและบุคคลในบ้านได้ 9. ระดับพื้นไม่ควรต่ำกว่าระดับของตัวบ้าน เพราะนอกจากจะมีความไม่สะดวกแล้วยังลดความสง่าของห้องอีกด้วย 10.ไม่ควรมีเสามากีดขวาง ถ้ามีหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาสิ่งปกปิดเสียให้เรียบร้อย กล่าวโดยสรุปก็คือ ห้องรับแขกควรมีความโล่งโปร่ง โอ่งโถง เข้าถึงได้ง่าย แยกออกมาเป็น*** ส่วนจากกิจกรรมอื่น ๆ ของบ้าน การออกแบบและตกแต่งต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของผู้อยู่อาศัยตลอดจนมีความเป็นกันเองแก่ผู้มาเยือน ไม่ควรมีสิ่งตกแต่งส่วนเกินมารบกวนจิตใจ การตกแต่งและการจัดพื้นที่ต่าง ๆ เป็นไปเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีแก่บุคคลภายในบ้านและแขกผู้มาเยือน ที่มา นิตยสารบ้านและสวน ฉบับที่ 350 ประจำเดือน ตุลาคม 2548 วันที่ 15 ส.ค.2551