เปลี่ยนห้องเดิมๆ ให้สวย สดใส

 ตื่นนอนตอนเช้ามองผ่านกระจกเห็นฟ้าสดใสของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่พอหันมองไปรอบห้องเจอแต่ความจำเจของการตกแต่งห้องแบบเดิมที่ดูร่วมสมัย ซึ่งเป็นการร่วมสมัยระหว่างยายกับหลาน ครั้นจะเปลี่ยนแปลงเงินกงสีก็มีไว้สำหรับต่อยอดทำมาหากิน ที่บรรพบุรุษปูทางไว้ให้ ไม่ได้มีเพื่อตอบสนองความงามแบบคนรุ่นใหม่ที่ชอบสีสันและรักการเปลี่ยนแปลงเสียด้วย เล่านิยาย (ในชีวิตจริง) มาเสียยาวก็เพื่อจะแสดงให้เห็นความรู้สึกของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงห้อง แต่ติดที่งบประมาณที่จำกัด แล้วอยากเปลี่ยนแปลงแบบชนิดจอขาวดำเป็นจอสีว่ายังงั้น ไหนจะค่าวัสดุ ค่าแรง ก็ปรับขึ้นราคาตามน้ำมันกันใหญ่ สินค้าสำเร็จรูปต่างๆ ก็มีดีไซน์ที่ยั่วยวนให้เป็นหนี้บัตรเครดิตทบเดือนแล้วเดือนเล่า "color up your home" ในวารสาร "COLOR & feeling" ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำการปรับปรุงห้องเดิมๆ ให้มีสีสันในงบประมาณที่จำกัดเอาไว้อย่างนี้ การเปลี่ยนสีห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดสุด ซ้ำยังสามารถทำเองได้ ไม่ต้องเสียค่าแรงให้ช่างด้วย เพียงรวมกำลังครอบครัวทำเป็นกิจกรรมในวันหยุด ตามนโยบายรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้อีกด้วย แต่อย่าทะเลาะกันเพราะการเลือกสีแล้วกัน เพราะตอนนี้บางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องผสมสี TOA COLOR WORLD ได้ติดตั้งโปรแกรมเปลี่ยนสีบ้าน ide@color เพื่อทดลองเปลี่ยนสีห้องได้ตามใจชอบก่อนตัดสินใจทาสีจริง การเลือกสีให้กับห้องควรดูความเหมาะสม เช่น ห้องนอน ควรเป็นสีที่สบายตาชวนพักผ่อน สายตาที่หลับมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง ตื่นมาก็ควรพบกับสีอ่อน หรือถ้าเข้มก็ควรเป็นสีโทนเย็น ไม่แสบตา ส่วนห้องรับแขก และรับประทานอาหาร ค่อนข้างจะอิสระในการเลือกสี เพราะอยู่ส่วนภายนอกจะสีสันสดใสเพียงใดก็ได้ มักจะตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่ถ้ามีการเล่นสีสด จะให้ดูดีควรเป็นปริมาณ 1 ใน 3 หรือ 4 ของพื้นที่ห้องทั้งหมด เพื่อดูสบายตาและสามารถทำกิจกรรมในห้องได้นาน (ตามหลักจิตวิทยาเรื่องสี) การเลือกคู่สีทำได้ทั้งสีโทนใกล้ด้วยกัน อย่าง สีเขียวกับสีฟ้า สีเหลืองกับสีเขียว สีส้มกับสีเหลือง ส่วนที่คู่ตรงข้ามอย่างสีม่วงกับสีเหลือง สีส้มกับสีน้ำเงิน ก็ทำได้ แต่ควรให้สีใดสีหนึ่งมีความเข้มของสีน้อยกว่า และใช้ใน*** ส่วนที่แตกต่างกันอย่าง 1 ต่อ 4 ตัวอย่างที่จัดมาให้ดูเป็นการปรับปรุงห้องรับแขก ด้วยการเปลี่ยนสีผนังเดิมซึ่งเป็นสีขาวให้เป็นสีเหลืองที่มีการผสมสีขาวลงในแม่สี และใช้สีเขียวสดในระนาบของผนังด้านหนึ่งเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับห้อง และในวงกบและบานกรอบหน้าต่าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผนังสีเขียวอีกด้าน หรือการใช้สีทาเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่ และหาที่เก็บของเก่าให้วุ่นวาย จากนั้นแต่งหน้าเติมปากอีกเล็กน้อย ด้วยการเปลี่ยนผ้าคลุมชุดโซฟา หาผ้ามีสีสันสักผืนตกแต่ง หรือการทำโคมไฟง่ายๆ ด้วยผ้า เพียงเท่านี้ห้องซีดๆ ห้องเดิมก็ฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาได้ด้วยวิธีง่ายๆ ใช้ทุนน้อยใช้แรงมากหน่อยแต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย และถ้าหากเป็นคนขี้เบื่อในช่วงเวลาสั้นๆ ละก็ แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเปลี่ยนของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกโคมไฟ แจกัน พรมไปก่อน จนรู้สึกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วค่อยมารวมพลครอบครัวทาสีกันอีกครั้ง เห็นเป็นวิธีง่ายๆ ก็อย่าเปลี่ยนสีกันทุกเดือนแล้วกัน เดี๋ยวจะไม่มีคนในครอบครัวเหลือ เล่นใช้แรงงานกันเป็นว่าเล่นขนาดนี้ ที่มา นิตยสารบ้านและสวน วันที่ 15 ส.ค.2551