คอมพิวเตอร์นำมาใช้การเรียนการสอน (CAI: Computer-Assisted Instruction) กับ บทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction) มีความแตกต่างกันอย่างไร
บทเรียนโปรแกรม(Programmed Instruction) เป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ที่มีการนำไปประยุกต์ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ อย่างกว้างขวาง เมื่อผลการใช้มีประสิทธิภาพตามที่กำหนด ก็จะนำเสนอเป็นผลงานทางวิชาการ คุณครูบางท่านนำเสนอเป็นเอกสาร บางท่านก็นำเสนอเป็นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความพร้อมของแต่ละโรงเรียน
CAI ไม่ใช่บทเรียนโปรแกรมที่นำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่บทเรียนสำเร็จรูป หรือบทเรียนโปรแกรมที่นำเสนอเนื้อหาออกจอภาพทีละหน้าๆ จนครบบทเรียน โดยที่ผู้เรียนทำหน้าที่แต่เพียงกดแป้นพิมพ์เพื่อเปลี่ยนเนื้อหาไปที่ละหน้าเท่านั้น แม้ว่าบทเรียน CAI จะได้แนวความคิดมาจากบทเรียนโปรแกรม (Program Instruction) ก็ตาม แต่ CAI สามารถทำในสิ่งที่บทเรียนโปรแกรมทำไม่ได้ในหลายประการ ซึ่งการออกแบบการเรียนการสอนของบทเรียน CAI จึงแตกต่างกับบทเรียนโปรแกรมหรือบทเรียนสำเร็จรูปต่างๆ โดยการออกการเรียนการสอนของ CAI จะพยายามใช้คุณสมบัติพิเศษของคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลักษณะเนื้อหาวิชา ส่วนหนึ่งได้แก่ การเสนอภาพที่เคลื่อนไหวได้ การสร้างเสียงประกอบ และการโต้ตอบได้ระหว่างผู้เรียนกับบทเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์
การสอนแบบโปรแกรม (Programmed Instruction) กับบทเรียนแบบโปรแกรม (Programmed Lesson or Text) มีดังนี้
การสอนแบบโปรแกรม เป็นระบบการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน ประกอบกิจกรรมการเรียนด้วยตนเองตามเนื้อหาซึ่งจัดไว้เป็นขั้นตอนแรกๆ ผู้เรียนมีโอกาสประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนจะเรียนตามความสนใจและความสามารถของตนเอง
บทเรียนแบบโปรแกรม เป็นบทเรียนที่นำเสนอเนื้อหาทีละน้อยตามลำดับ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนด้วยการตอบคำถามหรือปฏิบัติกิจกรรมอื่นๆ มีการเฉลยผลการปฏิบัติให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยผู้เรียนจะใช้เวลาในการเรียนตามความสนใจและความสามารถของตน บทเรียนแบบโปรแกรมจะอยู่ในรูปของบทเรียนที่เป็นตำรา (Programmed Book) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer assisted Instruction) หรือบทเรียนที่เป็นชุดการสอน (Instructional Packages) เป็นต้น
ประโยชน์และข้อจำกัดของบทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)
ประโยชน์ของบทเรียนโปรแกรม คือ
1) ผู้เรียนมีโอกาสเรียนด้วยตนเอง และดำเนินตามความสามารถของตน
2) ช่วยลดภาระในการสอนของผู้สอน เพราะผู้สอนจะเป็นผู้ช่วยเหลือผู้เรียนในกรณีที่เกิดปัญหาเท่านั้น
3) แก้ปัญหาการขาดแคลนผู้สอน
4) ผู้เรียนใช้เวลาเรียนตามความพอใจของตนเอง
5) ทำให้เนื้อหาเป็นมาตรฐานเดียวกัน
6) ผู้เรียนที่ไม่มีความมั่นใจในการเรียน เมื่อตอบผิดก็ไม่ต้องเกรงว่าจะมีผู้เยาะเย้ยสามารถแก้ไขด้วยตนเอง
ข้อจำกัดของบทเรียนโปรแกรม คือ บทเรียนโปรแกรมเหมาะสำหรับเนื้อหาที่เป็นความจริง หรือความรู้พื้นฐานมากกว่าเนื้อหาที่ต้องการความคิดเห็น และความคิดริเริ่มหรือมีความลึกซึ้ง มีส่วนทำให้ผู้เรียนขาดทักษะในการเขียนหนังสือ เพราะผู้เรียนจะเขียนเฉพาะคำตอบเป็นบางคำเท่านั้น ผู้เรียนขาดการติดต่อซึ่งกันและกัน ภาษาที่ใช้อาจเป็นปัญหาสำหรับบางท้องถิ่น มีส่วนทำให้เด็กที่เรียนเบื่อหน่าย โดยเฉพาะบทเรียนโปรแกรมแบบเชิงเส้น บทเรียนโปรแกรมแบบสาขา เขียนให้ดีค่อนข้างยาก
มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงไหมครับ ?... ;)
ขอบคุงจ้ะ
สวัสดีครับ