ห้องนอนชมพู...แสนหว๊าน ..หวาน

 หากใครยังไม่เบื่อกับสีสัน ฉบับนี้มีมาให้ดูกันอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นเรื่องราวในห้องนอน ห้องเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกและสุขสันต์ ที่ต้องบอกอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นห้องของเจ้าตัวเล็ก ซึ่งตอนนี้เค้าพร้อมแล้วค่ะสำหรับการเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังไม่พร้อมที่จะนอนคนเดียวอีกเช่นเคย ดังนั้นก็เลยต้องมาเป็นแพ็คคู่ เวลานอนจะได้ไม่เหงา BEFORE มุมห้องโล่ง ๆ ที่มีหน้าต่างอยู่ที่ผนังทั้ง 2 ด้านของห้อง ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลง AFTER จากห้องสี่เหลี่ยมขนาดมาตรฐาน กลายมาเป็นห้องนอนเตียงคู่สีชมพูแสนหวาน ห้องที่มีหน้าต่างทั้ง 2 ด้านทำให้ห้องดูโปร่ง สามารถจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตลงไป 2 หลังได้อย่างไม่อึดอัด และจะต้องจัดวางฟังชันก์อื่น ๆ ที่จำเป็นลงไปด้วย เช่น ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ ซึ่งถ้าเป็นไปได้อยากได้ถึง 2 มุมสำหรับ 2 คน ( แต่ความจริงคงยาก )เราจึงจัดเตรียมโต๊ะเขียนหนังสือ 1 มุมและอีก 1 มุมเล็ก ๆ ที่ดัดแปลงจากตู้ข้างเตียงคั่นระหว่าง เตียง 2 เตียงให้ใช้แก้ขัดไปพลาง ๆ ก่อนโต ส่วนตู้เสื้อผ้าก็ใช้ขนาดมาตรฐาน... เผื่อโต (ถ้าใช้ขนาดของเด็กเล็กตอนโตจะต้องเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง) มุมฝันหวาน ที่นอน 2 หลังแบบมีฐานรองเตียง (เหมือนในโรงแรม) ที่เดิมทีตั้งใจจะใช้เป็นเตียงไม้แล้วใช้ที่นอนวางตามปกติเหมือนทุก ๆ ครั้ง แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าห้องนี้อาจจะไม่ถาวรนัก เนื่องจากเด็กสมัยนี้โตเร็วมากๆ การที่จะกำหนดชี้ชัดไปเลยว่านี่เป็นห้องเด็ก ของทุกๆอย่างในห้องนี้ต้องขนาดจิ๋ว ๆ และติดตายตัวเท่านั้นเห็นจะไม่เข้าคอนเซ็ปต์ประหยัดค่ะ เราจึงออกแบบให้ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้แม้กระทั่งยามโต ( เรียกว่าไม่ให้เสียของกันเลยทีเดียว) ด้วยการเซ็ตที่นอนพร้อมฐานรองเตียงแทนเตียง สำหรับตอนโตหากเบื่อที่จะนอน 2 คนอาจเอาอีก 1 ที่นอนออกแล้วเปลี่ยนเป็นโซฟานั่งสบาย ๆ 3ที่นั่ง อีก 1 ชิ้นก็เข้าท่าทีเดียว หัวเตียงไม้สร้างบรรยากาศอบอุ่น สำหรับหัวเตียงใช้การกรุด้วยไม้บีชตีเส้นแนวนอน (เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าที่เคย) เซ็ตความหนาของไม้ที่กรุออกมาจากผนัง 10 ซม. ทั้งนี้การกรุผนังไม้ออกมาแบบนี้นอกจากความสวยงามแล้วเรายังต้องคิดถึงในรายละเอียดที่ว่า หากเอาที่นอนติดกับผนังไป แม้จะไม่สิ้นเปลืองแต่เวลาที่นอนผ้าม่านจะอยู่เหนือศีรษะเราพอดิบพอดี เผลอ ๆ เราอาจได้รับฝุ่นจากผ้าม่านไปเต็ม ๆเลยล่ะ โต๊ะข้างเตียง โต๊ะข้างเตียง ฟังก์ชันสำหรับวางข้าวของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น หนังสือ โคมไฟ หรือแม้กระทั่งแก้วนม ก่อนที่จะล้มตัวหลับตานั่นล่ะค่ะ แต่ของเรานอกจากฟังก์ชันที่ว่าแล้ว อย่างที่บอกข้างต้นคือเราจะใช้มุมนี้เป็นมุมทดแทนมุมเขียนหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีก 1 มุม ดังนั้นเราจึงดีไซน์ให้เป็นลิ้นชักสำหรับเก็บดินสอและอุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ ได้ ด้านล่างตู้เหลือพื้นที่เอาไว้สำหรับสอดเท้า และใช้ม้านั่งตัวจิ๋วแทนเก้าอี้ (สำหรับเด็กเล็กเท่านั้น) เส้นโค้งที่รับกัน เส้นโค้งของชั้นหนังสือกับเส้นโค้งของกระจกฝ้าช่วยเบรกความแข็งของเส้นตรงในมุมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีบวกกับสีชมพูสดๆที่เลือกมาให้ห้องธรรมดาๆดูน่าสนใจยิ่งขึ้นในงบประมาณที่ไม่บานปลาย ตู้เสื้อผ้า เราใช้ตู้เสื้อผ้าเป็นขนาดปกติ เพื่อรองรับสำหรับอนาคต หน้าบานเบรกความทึบของไม้ด้วยกระจกฝ้า แต่เลือกให้ดูแล้วไม่แข็งจนเกินไปด้วยการใช้เส้นโค้งมาทำให้หน้าบานตู้ธรรมดา ๆ ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ส่วนด้านบนสุดแยกเป็นอีก 2 หน้าบาน แต่คราวนี้เลือกที่หน้าบานเป็นแบบทึบสำหรับเก็บผ้าปู และของที่รกต่าง ๆ ไม่ให้ออกมาปะปนและรกตาข้างนอก มุมโต๊ะเขียนหนังสือ มุมนี้ต่อเนื่องมาจากตู้เสื้อผ้า โดยที่เราดึงคอนเซ็ปต์ในเรื่องของเส้นโค้งมาร่วมด้วย กับชั้นวางของที่ดีไซน์ให้ดูโค้งมนรับกับกระจกฝ้าของตู้เสื้อผ้า และนอกจากนั้นถ้าสังเกตให้ดีผนังของด้านนี้เราเลือกสีชมพูที่เข้มกว่าด้านอื่น ทั้งนี้ก็เพื่อดึงให้ผนังด้านนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้ห้องดูมีมิติและความลึกมากกว่าที่เป็น สำหรับการจัดห้องเด็กนั้นสีสันเป็นเรื่องที่น่าจะให้ความสนใจ เพราะสีสันเป็นตัวช่วยสร้างจินตนาการที่ดีสำหรับเด็กๆ เลย และสิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ ห้องเด็กเป็นห้องที่จะรกอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นพยายามอย่ามีชั้นหรือช่องโล่งให้มากมายนัก และผนังที่สะอาดตาสวย ๆ จะอยู่ได้ไม่นานนักสำหรับห้องนี้ ทางที่ดีไม่ควรใช้วอลล์เปเปอร์ รอให้เค้าโตพอที่จะรักของของตัวเองก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเลือกใช้วอลล์เปเปอร์ โดยเลือกใช้แบบที่เช็ดล้างทำความสะอาดได้ยิ่งดีใหญ่เลย เรียกว่าลงทุนครั้งเดียวแต่คุ้มไปนานเลย งบประมาณที่ใช้ในการตกแต่ง 1. กรุหัวเตียงด้วยไม้บีช 12,000 บาท 2. ตู้เสื้อผ้า + โต๊ะเขียนหนังสือและชั้นไม้ 30,000 บาท 3. ที่นอนพร้อมฐานรองเตียง 2ชุด 25,000 บาท 4. เก้าอี้ 1,500 บาท 5. พรมปูพื้น 2,400 บาท 6. ค่าสี+ค่าแรงทาสีทั้งห้อง 3,000 บาท 7. ของตกแต่ง+ชุดผ้าปู 15,000 บาท * รวมทั้งหมด 88,900 บาท ที่มา นิตยสาร dgmagazine ฉบับที่ 38 เดือนพฤศจิกายน 2005 วันที่ 16 ส.ค.2549