รักไทย

    

 สุภาษิต

 

สุภาษิตไทย รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี

 

            รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี  :  ถ้ารักวัวก็ให้ผูกล่ามขังไว้ มิฉะนั้นวัวจะถูกลักพาหรือหนีหายไป ส่วนรักลูกให้เฆี่ยน ก็หมายถึงให้อบรมสั่งสอนลูกและทำโทษ

            เป็นคำสุภาษิต ที่กล่าวถึงการอบรมสั่งสอนคน  โดยในการอบรมสั่งสอนคนนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีความประสงค์ดี หวังดีอยากให้ลูก หรือศิษย์นั้นๆได้ดีเป็น หากบิดามารดาหรือครูอาจารย์ สั่งสอนแล้วเกิดการไม่เชื่อฟังหรือดื้อ ก็ต้องมีการดุและให้เหตุผล ซึ่งอาจจะทำให้เด็กบางคนหยุดและเชื่อฟังได้

            แต่ในเด็กบางคนนั้นการดุและให้เหตุผล ไม่สามารถทำให้เชื่อฟังได้โดยง่าย ดังนั้นการตีจึงเป็นสิ่งสำคัญใน การทำให้รู้ว่าตนเองได้ทำผิดและเกิดความยำเกรง หากมีการทำผิดซ้ำอีกก็จะต้องโดนทำโทษอีก ดังในคำสุภาษิตว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี กล่าวคือ ถ้ารักวัวก็ให้ผูกล่ามขังไว้ มิฉะนั้นวัวจะถูกลักพาหรือหนีหายไปส่วนรักลูกให้เฆี่ยน ก็หมายถึงให้อบรมสั่งสอนลูกและทำโทษ เมื่อลูกทำผิดเพื่อให้ไม่หลงไปทำความผิดซ้ำๆจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีติดตัวไป

 

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก

ที่มาของสำนวนนี้ 

 ข้าพเจ้าคุยนั่น คุยนี่ แกก็ไม่ทราบความหมายที่แท้จริงเหมือนกัน
ก็คิดกัน มีสำนวน เอ้! มันต้องมีที่มาซิ  
เลยไปค้นคว้ามาได้ จึงรู้ว่าจริง ๆ แล้ว

ไม่ใช่เพราะลูกมะกอกกลม ๆ กลิ้งได้หรอก   แต่คงเป็นการละเล่นของคนสมัยโบราณ  ที่ใช้ผลมะกอก  ขวางให้โดนตัวผู้เล่น
ซึ่งผู้เล่นต้องมีอาการคล่องแคล่ว  ว่องไว หลบหลีกผลมะกอกได้ จึงไม่โดนปาถูกตัว   ก็เลยไปเก็บสำนวนมาฝาก สำหรับคนที่พูดเก่ง พูดคล่อง
ล้วนเป็นคนไม่ค่อยหน้าไว้ใจนัก ดังสำนวนไทยที่ว่า


ความหมายของสุภาษิตนี้

             พูดจาตลบตะแลงพลิกแพลง ไปมาจนจับคําพูดไม่ทัน. การที่พูดเก่ง พูดกลับกลอกได้รอบตัวหรือพูดจนจับคำไม่ทันทำให้ไม่น่าเชื่อถือ และไว้ใจ เปรียบเหมือนคนหลบหลีกได้คล่อง ถึงจะเอามะกอกใส่เต็มตะกร้า 3-4 ตะกร้ามาขว้างปา ก็ย่อมไม่มีวันปาถูกตัวได้ มักใช้เปรียบเปรยคนปลิ้นปล้อน ตลบตะแลง โกหกเก่ง

ขอขอบคุณ http://various99.blogspot.com