เมืองสองแคว

พิษณุโลก เป็นจังหวัดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างภาคกลางและภาคเหนือ
สร้างเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 สมัยขอมมีอำนาจปกครองแถบนี้ พิษณุโลกเดิมชื่อ
"เมืองสองแคว" ตั้งอยู่บริเวณ วัดจุฬามณีในปัจจุบัน เหตุที่ชื่อเมืองสองแคว
เพราะตั้งอยู่ระหว่างแควน่านกับลำน้ำแควน้อย ในสมัยสุโขทัยครั้งสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท
ได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองสองแควมาตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 1900 และยังเรียก
เมืองสองแควเรื่อยมา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพิษณุโลกในสมัยอยุธยา รัชกาลของสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถ เมื่อครั้งที่เสด็จ ขึ้นมาประทับที่เมืองสองแควตั้งแต่ พ.ศ. 2006 จนสิ้นรัชกาลในปี
พ.ศ. 2031 เมืองพิษณุโลกจึงมีฐานะเป็นราชธานีแทนกรุงศรีอยุธยานานถึง 25 ปี ในสมัย
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และเป็นเมืองลูกหลวง ซึ่งกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาส่งมหาอุปราช
หรือพระราชโอรสมาครอง เมืองสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ทรงมีพระราชสมภพ ณ เมืองนี้ และ
ได้ทรงครองเมืองนี้เช่นกันในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าให้ยกฐานะเมืองพิษณุโลกขึ้นเป็นมณฑล เรียกว่ามณฑลพิษณุโลก
ต่อมายกเลิกการปกครองแบบมณฑลแล้ว พิษณุโลกจึงมีฐานะเป็น
 ภาพถ่ายเก่า ปรางค์ประธานวัดจุฬามณี ก่อนการบูรณะโดยกรมศิลปากร ไม่ทราบวันเวลาที่ถ่าย วัดจุฬามณีนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2007 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อทรงผนวชในปีถัดมา โดยมีหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ และศิลาจารึกสมัยอยุธยาตอนปลายที่ติดอยู่กับมณฑปพระพุทธบาทภายในวัดนี้ อนึ่ง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงขึ้นมาประทับยังเมืองพิษณุโลกเพื่ออำนวยการสงครามระหว่างอยุธยากับล้านนาที่ยังคุกรุ่นอยู่ในแคว้นสุโขทัยระยะนั้น ภาพถ่ายทางอากาศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก โดย วิลเลียมส์ ฮันต์ (Williams Hunt) ในปี ค.ศ.1946 หรือ พ.ศ.2489
 พระพุทธชินราช ภายในวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก วันเวลาที่ถ่าย พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเยือนกราบนมัสการ ประมาณ ปี พ.ศ.2409 พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของประเทศไทย หล่อด้วยสำริด สร้างขึ้นในศิลปะสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 20  พระอัฏฐารสและวิหารเก้าห้อง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ไม่ทราบวันเวลาที่ถ่าย ยังสังเกตเห็นว่ามีผนังก่ออิฐถือปูนของวิหารและแนวระเบียงคดชั้นนอกหลงเหลืออยู่  วิหารพระเหลือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ไม่ทราบวันเวลาที่ถ่าย พระเหลือนี้ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากทองสำริดที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัวเมื่อยังทรงผนวชเป็นเจ้าฟ้าเณรจุฬาลงกรณ์ทรงบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อบูรณะวิหารพระเหลือนี้ ในปีพ.ศ. 2412 คราวตามเสด็จสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมายังเมืองพิษณุโลก  ปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ก่อนการบูรณะระเบียงคดชั้นในและชั้นนอกขึ้นล้อมรอบองค์ปรางค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน  ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ไม่ทราบวันเวลาที่ถ่าย แต่เดิมเป็นศาลเทพารักษ์ประจำเมืองพิษณุโลก มีรูปเทพรักษ์ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ประดิษฐานอยู่ ต่อมากรมศิลปากรได้ให้นายสิทธิเดช แสงหิรัญ ปั้นหล่อพระรูปของสมเด็จพระนเรศวรขึ้นใหม่ และสร้างศาลเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กดังที่เห็นในปัจจุบัน ศาลสมเด็จพระนเรศวรนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดศาลนี้ในวันที่ 25 มกราคม 2505
พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลปรารภว่า
มีนักเรียนสนใจเรียนมาก แต่สถานที่คับแคบไม่พอกับความต้องการ
|
สวัสดีครับ
ภาพเก่า เล่าอดีต ยังงดงามในความทรงจำเสมอครับ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมนะคะ
นามสกุลเราเอง