การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์ 

Posted in student Blogs on กุมภาพันธ์ 01, 2010 by ด.ช.ทัศนพงษ์ ไกรรัตน์

พบยีนสัมพันธ์กับอาการป่วยของลาบาดอร์

        สุนัข พันธุ์ลาบาดอร์เป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก มีความเป็นมิตรสูง อ่อนโยน ฉลาด กระตือรือร้น มีสัญชาตญาณดี และเข้ากับคนได้ในทุกระดับอายุ ทำให้ลาบาดอร์มีความเหมาะสมทั้งในด้านการเลี้ยงเป็นเพื่อนและฝึกเพื่อใช้งาน สุนัขลาบาดอร์ได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่มีสุขภาพจิตดีมาก โดยร้อยละ 91.5 ผ่านการทดสอบจาก the American Temperament Test มีความสามารถหลายอย่าง ได้แก่ ด้านการสะกดรอย การล่า การสืบรอย และการช่วยเหลือผู้พิการ เป็นต้น ปัญหาด้านสุขภาพของลาบาดอร์มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น ข้อสะโพก และข้อเข่าผิดปกติ โรคตา เป็นต้น

        เร็วๆนี้นัก วิจัยจากวิทยาลัยสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมินเนสโซตา (University of Minnesota) ได้จำแนกยีนในสุนัขลาบาดอร์รีทรีฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับการเกิด อาการ exercise-induced collapse (EIC)  การศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Genetics

 

 

                            เชสพีกเบย์และเคิลลี่โค้ทรีทรีฟเวอร์สุนัขสายพันธุ์ใกล้เคียงกับลาบาดอร์รีทรีฟเวอร์

 

        การ ล่าสัตว์ การออกกำลังกายด้วยการเก็บของ และการฝึกต่างๆมีผลทำให้ลาบาดอร์เกิดการสูญเสียการควบคุมขาหลัง โดยส่วนมากทำให้ขาไม่มั่นคงและแยกออก ในบางกรณีอาจถึงตายได้ ลาบาดอร์นั้นเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่นิยมเพาะพันธุ์มากและร้อยละ 3-5 ของสุนัขพันธุ์นี้มีอาการดังที่กล่าวมา

 

        นักวิจัยได้จำแนกยีนที่กลายพันธุ์จากยีน dynamin 1 ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ EIC โดยยีนนี้ทำหน้าที่ในการควบคุมการสื่อสารทางเคมีระหว่างเครือข่ายของเส้นประสาทหรือที่เรียกว่ากระบวนการถ่ายทอดสัญญาณประสาทปริเวณจุดประสานประสาท (synaptic transmission) อย่างไรก็ตามการกลายพันธุ์ของโปรตีน dynamin ก็เป็นผลทำให้การทำงานตามหน้าที่เป็นไปได้น้อยลงเกิดการรบกวนการทำงานของการถ่ายทอดสัญญาณประสาทระหว่างการออกกำลังกายทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อไม่เป็นไปตามที่ต้องการได้

 

 

 

ความเป็นมา

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีต้นตระกูลอยู่ที่ Newfoundland ชายฝั่งทะเล ประเทศแคนาดา และในช่วงต้นศตวรรษที่19 ได้มีการนำสุนัขพันธุ์นี้ไปยังประเทศอังกฤษทางเรือประมง และต่อมาก็ได้มี การพัฒนาสายพันธุ์และเลี้ยงขึ้นมาในฐานะสุนัขล่าเหยื่อ และยังถูกใช้เป็นสุนัขกู้ภัยแม้ในภูมิประเทศที่ขรุขระ และพื้นน้ำแข็งด้วย ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความอดทน เข้มแข็ง มีความสามารถในการดมกลิ่นดีเยี่ยม และยังมีความปรารถนาจะเอาใจผู้อื่นอีกด้วย


ช่วงชีวิตเฉลี่ย


ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีช่วงชีวิตระหว่าง 12-15 ปี


ขนาดและน้ำหนักเฉลี่ย


55 ซม. ถึง 57 ซม.
30 กก. ถึง 45 กก.


อุปนิสัยประจำพันธุ์/ลักษณะประจำพันธุ์/อารมณ์

สุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ฉลาดหลักแหลม กระตือรือร้น รักสนุก ช่าง
เอาอกเอาใจเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กประกอบกับการที่เป็นสุนัขเฝ้ายาม
ที่ดีเนื่องจากมีเสียงเห่าทุ้มและ หนักแน่น เป็นที่น่าเกรงขามเพื่อเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก


ความเข้ากันได้กับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ


เหมาะมากสำหรับการเข้ากับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น


ความต้องการการเอาใจใส่ดูแล


สำหรับสุนัขพันธุ์นี้ ต้องมีคอกที่ใหญ่และมีรั้วสูงล้อมรอบ ในฤดูร้อนก็ควรมีพื้นที่มีร่มเงาสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ด้วย เช่นเดียวกับสุนัขทั่วไป พวกเขาจะมีความสุขมากกว่าหากมีสุขภาพ
ที่สมบูรณ์แข็งแรง สำหรับสุนัขที่โตแล้ว ควรให้เขาเดินได้วันละ 30 นาที จะทำให้พวกเขา
แข็งแรง ในขณะที่สำหรับลูกสุนัข จะใช้เวลาในการเล่นทั้งวัน สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้บ้านของคุณควรมีบริเวณสนามหลังบ้าน ไว้ให้พวกเขาได้วิ่งเล่น และพวกเขายังเป็นจอมเคี้ยวและจอมขุดตัวยงอีกด้วย ถ้าคุณอยากให้สวนของคุณ สวยเหมือนเดิม ให้เตรียมกั้นรั้วไว้ว่าบริเวณไหนที่คุณจะอนุญาติให้เขาเล่นได้ เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้จะอ้วนง่ายเวลาที่มีอายุมากขึ้นซึ่งสามารถก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นจึงควรดูแลอาหารการกินที่มีปริมาณและคุณค่าทางอาหารเหมาะสมตามวัยของสุนัข


ข้อควรจำ


ผู้เพาะพันธุ์ซึ่งเอาใส่ใจ จะพาสุนัขไปตรวจสุขภาพประจำปี และเอกซ์เรย์เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาเรื่องโรค กระดูกข้อสะโพกหลุดหรือกระดูกอ่อนหรือไม่ การตรวจพบตั้งแต่ช่วงเริ่มแรก จะทำให้รักษาได้ผลดีกว่า


ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม


ลูกสุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ จะร่าเริงและควบคุมได้ยากสำหรับสมาชิกในครอบครัวซึ่งเป็น
เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ และเจ้าของสุนัขพันธุ์ควรมีสนามหลังบ้านซึ่งมีรั้วรอบขอบชิดอีกด้วย

 

สุนัขพันธุ์ต่างๆ


พันธุ์สุนัขต่างๆ แบ่งออกได้เป็นกลุ่มตามมาตรฐานของ American Kennel Club (AKC) ซึ่งใช้กันเป็นมาตรฐานแบบหนึ่งในโลกโดยกำหนดได้ดังนี้ :
1. สุนัขเพื่อกีฬาล่าสัตว์ (Sporting Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้ถูกคัดมาเพื่อออกล่าสัตว์เคียงคู่กันกับคนโดยทางยุโรปนั้นถือว่าการล่าสัตว์เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง เหยื่อมักจะเป็นสัตว์ปีก เช่น ไก่ฟ้า เป็ดน้ำ ฯลฯ เมื่อคนออกไปล่าโดยใช้ปืนยิงแล้วสุนัขเหล่านี้จะเป็นผู้ไปเก็บเหยื่อมาให้หรือบางครั้งใช้สุนัขเหล่านี้เพื่อชี้เป้า ลักษณะพิเศษของสุนัขกลุ่มนี้คือ ว่องไว ตาไว ว่ายน้ำเก่ง ไม่ก้าวร้าวต่อคน มีความเป็นมิตร ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น พอยท์เตอร์ , โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์, ค็อกเกอร์ สแปเนียล, ไวเมอร์แรนเนอร์ ฯลฯ
่2. สุนัขล่าสัตว์หรือฮาวนด์ (Hound Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้ใช้ในกรณีการล่าเช่นกัน แต่จะแตกต่างไปจากกลุ่มแรกโดยที่หมาล่าสัตว์นี้จะใช้ล่าสัตวูบก สัตว์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่กระต่ายขึ้นไปจนถึงกวางหรือคน เนื่องจากสุนัขสามารถใช้จมูกได้ดีมากด้วยการดมบนพื้นหรือใช้สายตามาองหาจากระยะไกล สุนัขบางพันธุ์ในกลุ่มนี้คัดพันธุ์มาให้เป็นพวกนักขุดนักมุด จึงสามารถแทรกตัวเข้าไปในอุโมงค์หรือโพรงเพื่อจับเหยื่อ ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น อาฟกันฮาวนด์, บาสเซ็ทฮาวนด์, บีเกิล, บลัดฮาวนด์, ดัชชุน, เกรย์ฮาวนด์ ฯลฯ
่3. สุนัขใช้งาน (Working Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้ดูจะใกล้ชิดกับมนุษย์มาก เนื่องจากมีการคัดพันธุ์โดยพิจารณาจากโครงสร้าง อารมณ์ และความสามารถพิเศษให้จำเพาะกับงาน เช่น เฝ้ายาม บรรทุกสัมภาระ พฤติกรรมของสุนัขในกลุ่มนี้คือการปกป้องฝูง การหวงพื้นที่ถิ่นฐาน และพฤติกรรมทางสังคมที่เป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น อากิตะ, บ๊อกเซอร์, มาสตีฟ, โดเบอร์แมน พินเชอร์, เกรทเดน, ร็อตไวเลอร์, เซนต์เบอร์นาร์ด ฯลฯ
4. สุนัขเทอร์เรีย (Terrier Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้เป็นพวกนักล่าเหมือนกันเพียงแต่เป็นการล่าจำเพาะชนิดเหยื่อ เช่น การจับหนูในโรงนา กำจัดสัตว์ที่จะมาขโมยไก่ในฟาร์ม ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น บอร์ดเดอร์ เทอร์เรีย, บูล เทอร์เรีย, สก๊อตติช เทอร์เรีย, มินิเอเจอร์ ชเนาว์เซอร์ ฯลฯ
5. สุนัขตุ๊กตา (Toy Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้จัดเป็นสุนัขที่ย่อส่วนมาจากสุนัขพันธุ์ใหญ่ สุนัขในกลุ่มนี้ถูกคัดมาเพื่อเลี้ยงใกล้ชิดกับคนเรา มันจึงไวต่อความรู้สึกและการแสดงออกของผู้เป็นนาย ขณะตัวมันเองก็ค่อนข้างเจ้าอารมณ์ ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น ชิวาวา, มอลตีส, มินิเอเจอร์ พินเชอร์, ปักกิ่ง, ปอมเมอร์ราเนียน, พุดเดิ้ล(ทอย),ชิสุ,ยอร์กไชร์เทอร์เรีย ฯลฯ
6. สุนัขที่ไม่ใช้เพื่อกีฬาล่าสัตว์ (์Non-Sporting Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้เป็นสุนัขที่เลี้ยงเพื่อความสวยงาม เป็นเพื่อนของคนโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ไปใช้ในงานตามบรรพบุรุษเดิมอีกแล้วโดยในปัจจุบันเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงในบ้านเท่านั้น ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น บูลด๊อก, ชาไป่, เชา-เชา, ดัลเมเชี่ยน, พุดเดิ้ล(มินิเอเจอร์ และมาตรฐาน) ฯลฯ
7. สุนัขต้อนและคุ้มครองปศุสัตว์ (Herding Breeds)
สุนัขในกลุ่มนี้ใช้ต้อนฝูงปศุสัตว์เช่นวัวและยังใช้ปกป้องฝูงปศุสัตว์จากสัตว์ต่างๆ ด้วย ตัวอย่างของสุนัขในกลุ่มนี้เช่น ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด, คอลลี่, เยอรมัน เชพเพิร์ด (อัลเซเชี่ยน), โอลด์อิงลิช ชีพด๊อก, คอร์กี้ ฯลฯ

รูปภาพสุนัขพันธุ์ต่างๆ

 

 

 

พันธุ์ปั๊ก

พันธุ์ปั๊กกิ่ง

พันธุ์สก๊อตทิช เทอร์เรีย

 

 

 

พันธุ์เวสท์ไฮแลนด์ไวท์เทอร์เรีย

พันธุ์ดัลเมเชี่ยน

พันธุ์เกรทเดน

 

 

 

พันธุ์ฟ็อก เทอร์เรีย

พันธุ์ร๊อทไวเลอร์

พันธุ์เกรทเดน

 

 

 

พันธุ์ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย

อัลเซเชี่ยน

พันธุ์มอลตีส

 

 

 

พันธุ์ลาซา แอ็ปโซ

พันธุ์คูวาสซ

พันธุ์ปาปิลลอน

 

 

 

พันธุ์สกาย เทอร์เรีย

พันธุ์เซนท์ เบอร์นาร์ด

พันธุ์ดัชชุน

 

 

 

พันธุ์เบดลิงตันเทอร์เรีย

พันธุ์เซ็ทเทอร์

พันธุ์ฟินแลนด์เบดลิงตัน

 

 

 

พันธุ์บ็อกเซอร์

พันธุ์สก๊อตทิชเทอร์เรีย์

พันธุ์โดเบอร์แมน

 

 

 

พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

พันธุ์พินสเชอร์

พันธุ์ลาบาดอร์รีทรีฟเวอร์

 

 

 

พันธุ์เม็กซิกัน แอร์เลสส์

พันธุ์โคลลี่

พันธุ์พูเดิ้ล

 

 

 

พันธุ์เฟรนซ์ มัสตีฟ

พันธุ์เยอรมันสแปเนียล์

พันธุ์มึนสเตอร์ลานเดอร์

 

 

 

พันธุ์โฮวาวอร์ท

พันธุ์ไอริช วูล์ฟฮาวน์ด

พันธุ์นีอาโพลีแทน

 

 

 

เชาว์ เชาว์

พันธุ์วิปเพ็ท

พันธุ์นิวฟาวน์ดแลนด์

 

 

 

พันธุ์โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก

พันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้

พันธุ์โคมอนดอร์

 

 

 

สุนัขกลุ่มสปิทซ์

พันธุ์พอยน์เตอร์

พันธุ์เยอรมัน พอยน์เตอร์ ขนสั้น

 

 

 

พันธุ์อัฟกัน ฮาวน์ด

พันธุ์ซาลูก

 

วิธีการคัดเลือกสุนัข


การคัดเลือกลูกสุนัขที่เราจะนำมาเลี้ยงนั้น ก่อนอื่นเราต้องมาเริ่มดูที่สถานที่ก่อนว่าสถานที่ที่เราเลือกซื้อนั้นได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะอานามัยของสุนัขหรือป่าว
ตั้งแต่การให้อาหาร การฉีดวัคซีนป้องกัน และการฝึกหัดนิสัยของสุนัขต่างๆ ต้องสะอาดสอ้าน และที่สำคัญคือเลือกตัวที่เราถูกใจที่สุดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าซื้อแพงหรือ ถูกจนเกินไปนะคับ
สุนัขที่เราจะซื้อนั้นควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 2 เดือน เพราะลูกสุนัขนั้นอย่านมแม่สุนัขแล้ว และจะได้ไม่ต้องมาเลี้ยงดูมากนักอีกทั้ง เลือกลูกสุนัขที่รับการฉีดวัคฉีนครบอีกด้วย
ลักษณะของสุขนัขที่ดีนั้นมีดังต่อไปนี้
ลำตัว --> พอดีกับรูปต้นแบบของสุนัขในแต่ละสายพันธุ์
ส่วนหัว --> ไม่ควรบวมหรือยุบ
ส่วนตา --> ก็ต้องดูให้เหมือนตาคนปกติ คือ ไม่ตาเขว ตาเหล่ ควรกระพริบได้เร็ว
หู --> นั้นก็ต้องมีการรับรู้ที่ดี ทดสอบได้ด้วยการปรบมือ แล้วมันจะหันตามโดยเร็ว
จมูก --> เย็นชื้น ไม่มีน้ำมูกใสหรือข้น
ปาก --> ไม่เป็นแผล เหงือกเป็นสีชมพู
ฟัน --> ขาวแข็งแรง เรียงกันพอดี
ผิวหนัง --> ไม่เป็นแผล ไม่เป็นตุ่มตามตัว
ขน --> อ่อนนุ่มน่าจับ
เท้า --> ตั้งตรงขนานกัน
อวัยวะสืบพันธุ์ --> ดีไม่เป็นแผล มีครบ
รูทวารหนัก --> ไม่เป็นแผลบวมมีสีแดง

ข้อควรพิจาณาก่อนซื้อสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ
1. เราควรตัดสินใจอย่าช้าหรือเร็วจนเกินไปในการซื้อหาลูกสุนัข และเราควรทำความคุ้นเคยกับลูกสุนัขก่อนที่เราจะนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน สิ่งที่จะทำให้การโยกย้าย ลูกสุนัขจากคอกผสมพันธุ์ หรือจากร้านไปยังบ้านเราสะดวกยิ่งขึ้น และไม่ก่อปัญหาทั้งตัวผู้ซื้อ และลูกสุนัขที่ถูกซื้อ
2. ตรวจดูเสียก่อน เพื่อดูว่ามีพร้อมทุกอย่างเหมือนอย่างที่มันควรจะมี แบบที่เลี้ยงในร้านหรือในคอกสุนัข ให้ตรวจสุขภาพของลูกสุนัข และหากเป็นไปได้ให้พิจารณาถึง สุขภาพของแม่สุนัขด้วย ดูให้แน่ฃัดว่าสุขภาพของทั้งแม่ทั้งลูกแข็งแรงดีหรือเปล่า ? ถ่ายพยาธิ แล้วหรือยัง ? หรือฉีดวัคซีนป้องกันโรคแล้วหรือยัง ?
3. ให้สังเกตดูว่าลูกสุนัขที่เราซื้อนั้นขี้อายเกินไปหรือเปล่า ? ในช่วงเจริญ วัยของลูกสุนัขจนถึงวัย 6 สัปดาห์ จะมีสัญญาณบ่งบอกให้ทราบไม่มากก็น้อยว่ามีปัญหาของความ สมดุลทางสมองหรือเปล่า ? หากมีมันจะคงอยู่ตลอดชีวิตสุนัขตัวนั้น ลูกสุนัขที่แข็งแรงจะดู กระตือรือร้น ซน และจะวิ่งเข้าหาใครก็ตามที่เข้าหาลูกสุนัขตัวนั้นอย่างเป็นมิตรและรักใคร่
4.หากเรากำลังเลือกซื้อสุนัขพันธุ์ที่การรับรอง ก็ให้ขอดูเอกสารการรับรอง พันธุ์ (Pedegree) ด้วย ในเอกสารรับรองนั้นจะระบุทุกอย่างไว้แจ่มชัดว่าเป็นสุนัขพันธุ์อะไร จากที่ไหน เป็นพันธุ์แท้หรือพันธุ์ผสม มีสายพันธุ์อะไรบ้าง อันนี้จะให้การรับรองแก่เรา อย่างน้อย เราก็จะได้รู้ว่า สุนัขที่เรากำลังจะตัดสินใจซื้อนั้น มีสายพันธุ์ที่เชื่อถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ชั้นเลิศจาก คอกผสมพันธุ์ชั้นดีใช่หรือไม่ ? ***ช่วงเวลาที่ดีและเหมาะสมที่สุด ในการเลือกซื้อหาลูกสุนัขก็คือ ช่วงที่ลูกสุนัขอายุได้ราว ๆ 8 ถึง 10 สัปดาห์ ในช่วงนี้ลูกสุนัขที่น่ารักจะสามารถเรียนรู้วิธีการ กินอาหารแข็งจากชามข้าวได้แล้ว จะไม่เป็นภาระแก่เจ้าของคนใหม่เมื่อได้ย้ายไปยู่บ้านใหม่แล้ว ลูกสุนัขที่ยังเล็กอยู่ยังคงต้องอาศัยมนจากแม่ของมัน แต่ถ้าหากลูสุนัขอายุเกิน 10 สัปดาห์แล้ว และยังคงถูกขังอยู่แต่ในกรง มันอาจจะมีปัญหาในเรื่องความคุ้นเคยกับคนใหม่หรือบ้านใหม่ ทั้งนี้เพราะมันคุ้นเคยแต่อยู่กับแม่ของมันในกรงเลี้ยงมากกว่าที่จะคุ้นกับคน

วิสัชนา! กันซะทีหลังคณะทำงานจาก โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยทีมงานจาก สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ รู้ถึงสาเหตุที่มีแมวนับร้อยตัวป่วยตายในพื้นที่ อ.ไชไย จ.อ่างทอง

เพราะท้ายสุดมันไม่ใช่โรคร้ายแรงระบาดติดเชื้อสู่ คนได้ แต่ก็ต้องล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสจับเล่น! หากแมวตัวนั้นเป็น ไข้หวัดแมว ซึ่งเกิดจากเชื้อ แคลิซิไวรัสที่ติดจากแมวสู่แมวเท่านั้น

ส่วนบ้านไหนที่เลี้ยง น้องหมาไว้ก็อย่าชะล่าใจไงซะก็พาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพราะยังมีไข้หวัดหมาด้วยเช่นกัน!!...

และ...เมื่อเอ่ยถึงเจ้าตูบเพื่อนซี้ 4 ขา สายพันธุ์ที่ยอมรับว่าค่อนข้างฉลาดก็คือ ลาบาดอร์ รีทรีฟเวอร์ ต้นตระกูลอยู่ที่ New-foundland ชายฝั่งทะเล ประเทศแคนาดา ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มีการนำสุนัขพันธุ์นี้ไปยังประเทศอังกฤษ ทางเรือประมง เพื่อพัฒนาสายพันธุ์เลี้ยงฐานะ นักล่าเหยื่อ และเป็น สุนัขกู้ภัย ด้วยเพราะมันเคลื่อนที่ได้เร็วแม้ ในภูมิประเทศที่ขรุขระ หรือแม้กระทั่งปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

นายอิทธิชัย ศิริโภค อยู่พัฒนาการเฮ้าส์ ลาบาดอร์ 469 หมู่บ้านเมืองทอง 2 โครง การ 3 ซ.พัฒนาการ 53 สวนหลวง กรุงเทพฯ บอกกับ หลายชีวิตว่า...เลี้ยงลาบาดอร์ ประมาณปี 40 ครั้งแรกเห็นข้างบ้านเป็นชาวต่างชาติมาพักและเลี้ยงหมาพันธุ์นี้ไว้ต่อ มาไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ลูกค้ามาทานอาหารในร้านที่ทำงานเสิร์ฟ


พร้อมกับจูงหมามา 2 ตัว พันธุ์ลาบาดอร์ทั้งคู่ ค่อนข้างฉลาดสั่งให้รออยู่เฉย มีระเบียบวินัยสูง ในอเมริกาการเลี้ยงสุนัขจะแยกเกรด ลักษณะเลี้ยงเล่น เพรดโชว์เกรดเพรดควอลิตี้ โชว์คลอริตี้ และแบบฟิวคือใช้งานล้วน ออกภาคสนาม อาทิ เก็บนกเป็ดน้ำ “ใจเราเริ่มหลงรักมากขึ้น”

ลาบาดอร์รู้จักกันดีในเรื่องความอดทน เข้มแข็ง การดมกลิ่นดีเยี่ยม นิสัย เอาใจขี้เล่น ฉลาดหลักแหลม กระตือรือร้น รักสนุก ดูแลง่าย ขนไม่สั้นไม่ยาว อยู่ได้ทั้งอากาศร้อน หนาวจัด จนยกให้เป็น “หมาสะเทินน้ำสะเทินบก” ชอบว่ายน้ำ ทำกิจกรรม ชวนเล่น รู้สิ่งแปลกใหม่ ออกกำลังกาย เผชิญโลกข้างนอก อยู่นิ่งได้ในพื้นที่ควรจะนิ่ง จึงเหมาะสมกับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวลุยป่า หลายแห่งนำไปฝึกเพื่อใช้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก และหมาดมกลิ่น ซึ่งสีหลักๆ จะมี 2 สีด้วยกันคือดำและเหลือง แต่ปัจจุบันพยายามบรีดออกมาให้เป็นสีช็อกโกแลต

หลังกลับเมืองไทยมาประมาณ 1 ปี เพื่อนที่อยู่ด้วยกันสมัยเรียนเอาสุนัขสายพันธุ์ดังกล่าวมาฝาก เป็นตัวเมีย ลูกแชมป์เปี้ยน ชื่อ บาร์ดี วันหนึ่ง มีคนมาส่งหนังสือพิมพ์ มันคาบมาให้ที่ห้องรับแขก โดยไม่มีความเสียหายและเริ่มทำทุกวัน

เมื่อ บาร์ดี อายุ 2 ขวบ จึงเริ่มหาคู่โดยใช้บริการจากคนจับหมาผสมพันธุ์เพื่อไม่ช้ำ ปกติสุนัขเป็นสัด 2 ครั้ง/ปี แต่ระยะหลังส่วนใหญ่ ประมาณ 8 เดือน จึงเริ่มเป็นสัดซึ่งน้อยกว่าปกติ ส่วนที่บ้าน 2 ปี เป็นสัด 5 ครั้ง คงเพราะการดูแล รวมถึงอาหารคือข้าวผสมผักต้ม เนื้อ อย่างน้อย 2-3 มื้อ/วัน บางครั้งเสริมด้วยนม ไข่ พร้อมกับทำวัคซีน ฉีดยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ยาถ่ายพยาธิ หากเลี้ยงดูดีๆ หมาพันธุ์นี้จะให้ลูกดกเฉลี่ย 8-10 ตัว และแบ่งให้เฉพาะคนที่มีความพร้อม รักจริง เพื่อกันการถูกทิ้งขว้างเมื่อเขาโต สำหรับแม่พันธุ์หลังให้ลูกควรเว้นระยะ 1 ปี จึงผสมใหม่เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ ฟิตร่างกายมีการพักฟื้นเต็มที่ ทำให้ได้ลูกครอกใหม่ที่มีคุณภาพ




หากคิดจะเลี้ยงพื้นที่ต้องกว้าง รั้วสูงล้อมรอบ ให้ร่มเงา หมั่นพาออกกำลังกายในสุนัขโตอย่างน้อยวันละ 30 นาทีช่วยทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ส่วนสุนัขเล็กเขาจะเล่น ทั้งวันอยู่แล้ว เมื่อเริ่มมีอายุมันจะอ้วนง่าย ดังนั้นควรดูแลอาหารการกินให้มีปริมาณคุณค่าทางอาหารเหมาะสมตามวัย หากดูแลเลี้ยงดูมันอย่างเหมาะสมก็อยู่เป็นเพื่อนเราได้นาน 12-15 ป

ี ใครที่กำลังตัดสินใจหาเพื่อน 4 ขาเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัว ดูศึกษาจากฟาร์มที่ไว้ใจได้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจมีโรคพันธุกรรมแฝงทำให้เสียค่ารักษาบ่อยครั้ง สูญเสียเงินมากกว่าค่าตัวดีๆซักตัว

หรือหากยังไม่แน่ใจสามารถติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่โทร. 08-9027-2277, 08-6722-0332 ได้ทุกวันนอกเวลาราชการ.

 

ในส่วนของมาตรฐานสายพันธุ์ลาบราดร์รีทรีฟเวอร์จะมีลักษณะดังนี้

 

ในส่วนของมาตรฐานสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์จะมีลักษณะ ดังนี้    

 

        ลักษณะทั่วไป เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่จัดอยู่ในกลุ่ม sporting group  เนื่องจากต้นกำเนิดเป็นสุนัขที่ใช้ในการล่าและจับสัตว์ พื้นฐานโครงสร้างจึงเป็นสุนัขที่มีความแข็งแรง ทรงตัวได้ดี สามรถทนต่อสภาวะที่ปรวนแปรได้ดี ดูใจดีมีความฉลาด และสง่างาม

        ขนาด สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์เพศผู้จะมีความสูงประมาณ 22.5-24.5 นิ้ว เพศเมียจะสูงประมาณ 21.5-23.5 นิ้ว เพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 65-80 ปอนด์ เพศเมียมีน้ำหนักอยู่ที่ 55-70 ปอนด์ ความสูงต้องสมดุลกับขนาดลำตัว จะมีขนาดยาวกว่าความสูงของสุนัขจากต้นคอลงมาถึงขา สัดส่วนความยาวจากหัวไหล่ถึงสะโพกจะเท่าเหรือยาวกว่าความยาวจากส่วนหัวถึงพื้นเล็กน้อย หน้าอกควรจะขยายถึงข้อศอก แต่ไม่ลึก

        ศีรษะ ศีรษะมีลักษณะเหมือนลิ่ม กะโหลกศีรษะกว้าง แต่ไม่ถึงกับใหญ่จนเกินไป กะโหลกและหน้าผากควรจะราบเรียบและมีความยาวพอประมาณ โหนกคิ้งจะต้องยื่นออกมาเล็กน้อย จุดสต๊อปไม่ต้องเด่นชัด

        ลำตัว มีลักษณะยาว ตรง สง่า ไม่ควรจะมีลักษณะต่ำ หรือลำตัวยาวสูงเก้งก้าง มีลักษณะของกล้ามเนื้อเห็นเด่นชัด ไม่ควรมีไขมันส่วนเกิน

        ขา ขาหน้ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เมื่อมองจากด้านหน้า ขาควรตรงจากไหล่ถึงพื้น เมื่อมองจากด้านหลังข้อศอกต้องตรงเป็นแนวเดียวและต้องทำงานสอดประสานกับขาหลัง ส่วนขาหลังระยะห่างระหว่างขาหลังควรจะกว้าง มีกล้มเนื้อที่สวยงามไล่ลงมาตั้งแต่สะโพก เมื่อมองจากด้านหลังขาจะตรงและขนาดกัน ข้อเท้าต้องมีข้อต่อที่แข็งแรง

        เท้า นิ้วเท้างุ้มสวยงาม แข็งแรง กะทัดรัด

        จมูก จมูกกว้างและปลายเรียงลง ลาบราดอร์ที่มีสีดำหรือสีฟางข้าวควรมีจมูกสีดำ ส่วนลาบราดอร์ที่มีสีช็อกโกแล็ต ควรมีจมูกสีน้ำตาล หรือ อ่อนกว่านี้ได้เล็กน้อย หากลาบราดอร์มีจมูกเป็นสีอื่นนอกเหนือจากนี้ถือว่าผิดมาตรฐาน

        ปาก ริมฝีปากเต็มอิ่ม แนบสนิท โค้งสวยงามรับกับลำคอ

        ฟัน ฟันจะมีทั้งหมด 42 ซี่ ฟันบน 20 ซี่ ฟันล่าง 22 ซี่ ฟันแข็งแรง เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เวลาฟันขบกันสนิทจะมีลักษณะได้รูปเหมือนกรรไกร คือ ฟันล่างสัมผัสกับด้านในของฟันบน หากฟันขบกันแล้วไม่ได้รูปเหมือนกรรไกรแสดงว่าผิดมาตรฐาน

        ตา ดวงตามีขนาดปานกลาง ตำแหน่งของดวงตาต้องอยู่ในระยะที่ห่างกันพอดี ลาบราดอร์ที่มีขนสีดำหรือสีเหลืองควรเป็นสีน้ำตาล ส่วนขอบตาควรเป็นสีดำ ส่วนลาบราดอร์ที่มีขนสีช็อกโกแลตควรมีสีตาน้ำตาลหรือ HAZEL ขอบตาควรเป็นสีน้ำตาล ดวงตา ไม่โปนออกหรือยุบเข้าไป การที่ลาบราดอร์ไม่มีสีขอบตาถือเป็นลักษณะที่บกพร่อง

        หู หูจะห้อยลงแนบศรีษะ ไม่ต้งชัน หูไม่ใหญ่ ตำแหน่งหูอยู่ไกลจากด้านหลังและค่อนข้างอยู่ต่ำ อยู่เหนือตาเล็กน้อย เมื่องถึงหูไปปิดตาข้างหน้ายังสามารถมองเห็นได้อยู่

        คอ แข็งแรง ตั้งตรงตังแต่หัวไหล่ขึ้นไป มีความยาวปานกลาง คอต้องไม่สั้นหรือหนาเหมือนคอแกะเพราะคือเป็นข้อบกพร่อง

        หาง โคนหางจะมีลักษณะหนามากแล้วค่อยๆ เรียวเล็กลงจนสุดปลายมีความยาวปานกลางคงเป็นเอกลักษณะหนามากแล้วค่อย ๆ เรียวเล็กจงจนสุดปลายหางมีความยาวปลานกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ เรียกหางแบบนี้ว่า หางนาก หางที่ถูกต้องของลาบราดอร์ต้องไม่ม้วนหรือตั้งชูอยู่เหนือแนวเส้นหลัง

        ขน ขนของลาบราดอร์ชั้นนอกจะมีความสั้น และตรง ดกหนา เส้นขนมีลักษณะสากเพราะเป็นขนที่ค่อนข้างหยาบ ส่วนขนชั้นในของลาบราดอร์ต้องเป็นขนที่นุ่มเพื่อป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็น หรือกันน้ำ

        สีดำ ควรเป็นสีดำตลอดทั้งตัว อาจมีสีขาวบนแผงอกได้บ้าง แต่ต้องไม่มีจุดเป็นลายที่บริเวณอื่นอีก ลาบราดอร์ที่มีสีดำมักมีดวงตาสีน้ำตาล

        สีเหลือง โทนสีเหลืองของลาบราดอร์นั้นค่อนข้างมีช่วงชั้นของสีเยอะคือตั้งแต่สีแดง red-fox ไปจนถึง

สีครีมอ่อน

        สีช็อกโกแลต มีเฉดมีตั้งแต่สีอ่อนจนถึงสีช็อคโกแลตเข้ม อาจมีสีขาวบนแผงอกได้

        ท่าเดิน การเคลื่อนไหวของลาบราดรอ์จะนิ่มนวลเป็นธรรมชาติ ในขณะที่เคลื่อนไปข้างหน้าข้อศอกไม่ควรยื่น จะต้องแนบชิดกับลำตัว แต่ขาทั้งสองข้างต้องไม่ชิดกันจนเกินไป การเคลื่อนตัวต้องเป็นแนวตรง ขาไม่พันกัน เมื่อมองจากด้านหลังขาหลังต้องเคลื่อนตัวขนานกับหน้า ข้อเท้ามีความยืดหยุ่นรับน้ำหนักและส่งน้ำหนักได้ดี

        บุคลิกนิสัย ลาบราดอร์เป็นสุนัขที่มีความสุภาพ อ่อนโยน จิตใจดี มีความฉลาด และมีความสามารถในการปรับตัวได้เป็นอย่างดี ไม่มีความก้าวร้าว การที่มันแสดงออกโดยการเห่าก็เพื่อเป็นการป้องกัน แต่ไม่ใช่แสดงออกถึงความก้าวร้าว มีอารมณ์ที่มั่งคง ไม่หงุดหงิดหรือโมโหง่ายกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นเพื่อนเล่นกับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี