ผีหรือคนกันแน่
ช่วงที่เป็นวันรุ่น อะไรจะสนุกเท่ากับไปจีบสาวเล่าครับ เพราะมันมีเรื่องที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ ฮามากๆ ด้วยก็มี
สงกรานต์เป็นช่วงที่หนุ่มสาวจะออกไปเที่ยวต่างบ้านต่างตำบลได้บ้างแต่ต้องไปกันหลายคน
ผมเองนอนอยู่บ้าน ไม่อยากไปไหน เพราะรู้อยู่นะครับว่า ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่มีอากาศ ร้อน ระอุมาก
ที่วัดจะสรงน้ำพระกัน 5วันเริ่มจากวันที่ 13 เป็นต้นไป แล้วก็จะมีหนุ่มสาวต่างบ้านมาเที่ยวกันมาก
เย็นๆประมาณ 5 โมงเย็นก็ถีบจักรยานคันโก้ไปกับลูกผู้พี่ (ลูกของลุง) ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ก็มีสาวๆ กลุ่มหนึ่งกำลังปั่นจักรยานกลับบ้าน ดูแล้วไม่ใช่คนในตำบลเราแน่นอน เพราะไม่เคยเห็นหน้า
ก็เลยเข้าไปตีสนิท พูดคุยด้วย แล้วก็ปั่นจักรยานไปเป็นเพื่อนไปเรื่อย รู้ว่าอยู่บ้านน้ำเคืองตำบลท้ายทุ่ง ห่างจากหมู่บ้านผมไปสองตำบล ก็คุยกันไปเรื่อย จนกระทั่งจู่ๆ เธอก็เลี้ยวจักรยานของเธอเข้าบ้าน ด้วยมันกระทันหันผมก็เลยเลี้ยวตามไป เจอพี่ชายของเธอกำลังสาดน้ำล้างตัวควายอยู่
พอพี่ชายของหล่อนหันมาเห็นผมก็ตกใจ “ ไอ้เหน่ มึงไปไหนมาว่ะ”
ผมจะตอบอย่างไรได้ นอกจาก “ก็แวะมาหามึงนะซิ”
โถ ก็หล่อนเป็นนอ้งสาวของเพื่อนผมที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่คนละห้องเท่านั้นแหละ
ก็เลยถือโอกาสไปเยี่ยมยามอยู่บ่อยๆ บางครั้งนั่งคุยกันกับเพื่อนอยู่จนค่ำมืด จึงกลับ
จักรยานไม่มีไฟหน้า เดือนหงายก็ดีหน่อยพอมองเห็นทาง เดือนมืดก็ดูยอดไม้เป็นแนวไปเรื่อย
เฮ้ย! มึงดูซิข้างหน้า กูว่า กูเห็นคนเดินใช่รึเปล่าวะ
เออใช่ ใครวะมาเดินคนเดียว ค่ำๆ มืดๆ ฟืนไฟก็ไม่มี ลูกผู้พี่ก็บอก พร้อมกับบ่นไปในตัว
แต่โทษทีเถอะ ปั่นจักรยานอย่างไงก็ไม่ทัน คนอะไรวะ เดินเร็วเป็นบ้าเลย
จนกระทั่งมาถึงทางแยกที่ผมจะต้องไปทางขวา แต่เห็นแว๊บๆ ว่าเขาคนนั้นเดินไปทางซ้าย
มันแปลกตรงที่ว่า ไอ้ทางที่แยกไปทางซ้ายนี่มันออกไปทางกลางทุ่งนา โล่ง เตียน ไม่มีต้นไม้ ไม่มีพงหญ้า และก็ไม่มีวี่แววของคนที่เดินแยกไปซะด้วย
มองหน้ากันสองคน ผมเลยพูดว่า “มันไปบ้านมัน เราก็ไปบ้านเราเถอะ ทางใคร ทางมัน”
sekpornsawan boonpetch