นายบุญชู ศรีเวียงยา

 
     

      เรื่องราวความสำเร็จหรือความภาคภูมิใจของชาวมมส.ที่ได้รับการคัดเลือกจาก กลุ่ม 1 คนที่สองเป็นสายบู๊ครับ ชื่อนายบุญชู ศรีเวียงยา มีความภาคภูมิใจในการที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือชีวิตเพื่อมนุษย์อันมีค่า ในยามที่เขาต้องการ นั่นคือ "การบริจาคโลหิต"

     บางคนอาจจะอยากบริจาค แต่ว่าเกิดความกลัว สิ่งที่จะต้องทำให้ได้ คือ "การเอาชนะความกลัว (เข็ม)" ถ้าทำได้ เราก็จะ "ก้าวข้ามความกลัว" ไปได้

     "ผมก็กลัวนะครับ แต่ด้วยความอยากดื่มโอวัลตินก็เลย ไม่กลัว"

     "ครั้งแรกที่ผมบริจาคเลือด คือตอนเป็นนักศึกษาวิชาทหารครับ เพราะว่าพอเช้ามาก็ต้องฝึก ถ้าไปบริจาคโลหิตก็ได้พัก และได้ทานโอวัลตินเป็นถาดหลุมใหญ่ ก็ไม่ได้คิดอะไร บริจาคเลือดครั้งหนึ่ง 300 ซีซี ก็คือ 1 กระป๋องโค๊ก"

      "หลังจากนั้นก็บริจาคมาเรื่อยๆ จนครั้งหนึ่งรู้สึกว่าได้ช่วยคนจริงๆ แล้วนะ คือตอนเรียนอยู่ปวส. ที่วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ พอเข้าแถวเรียนภาคบ่าย มีการประกาศว่า ถ้าใครไปบริจาคโลหิต ไม่ต้องเข้าคาบกิจกรรม ด้วยความองอาจ ผมก็ลุกขึ้นทันที ไปบริจาคโลหิต โดยผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุรถชน ต้องการเลือดกรุ๊ปโอและเอ สำหรับผมเป็นกรุ๊ป O ซึ่งเป็นผู้มีใจบริสุทธิ์ แต่มาทราบผลอีก 1 สัปดาห์ต่อมาว่า เขาเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ทำให้ได้คิดว่า ถึงแม้เราเป็นคนขี้เหล้าเมายา แต่ได้ช่วยยื้อชีวิตให้พี่เขาได้มีชีวิตรอด ให้ญาติพี่น้องเขาได้มาดูใจก่อนจากไป"

     "ใน 10 ปี ที่บริจาค ผมบริจาคเลือดไป 32 ครั้งแล้ว ว่าจะทำให้ได้ อีก 4 ครั้ง จะได้เป็น 36 ครั้ง ซึ่งจะได้เข็ม"

    "วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 มีโทรศัพท์มาจากโรงพยาบาล ว่าต้องการเกร็ดเลือดด่วน เพราะมีผู้ป่วย 2-3 ท่าน มีอุบัติเหตุ, เป็นโรคฉี่หนู และจะเปลี่ยนถ่ายเลือดจากโรคไต"

     "ผมพอได้รับโทรศัพท์ก็ไป เพื่อไปช่วย ไปนอนอยู่ 2 ชั่วโมง ให้เขาสูบเลือด ฟังดูเหมือนน่ากลัว แต่ก็สนุก"

     "รูสึกว่าชีวิตมีค่า ที่ได้ช่วยเหลือคน" "พอตกเย็นมาก็ไปดื่มเหล้าเหมือนเดิม เพราะว่าเราไม่ได้สูญเสียอะไร บริจากพลาสม่าไม่เหนื่อย"

    "ต่อมาได้ทราบว่าเลือดผมได้ไปช่วยผู้ป่วย Leptospirosis แต่ว่าเขาได้ตาย แต่ตายเพราะอุบัติเหตุนะครับ เลือดผมได้ช่วยเขา"

    "ต่อมาเป็นช่วงหลังสงกรานต์ ที่เปิดมาทำงานวันแรก 17 เมษายน ได้รับโทรศัพท์อีก เพราะว่ารู้จักพี่เจ้าหน้าที่ที่คลังเลือด ว่าถ้ามีเรื่องด่วนก็โทรมาได้ ไปนอนบริจาคเลือดมา 2 ชั่วโมง เอาหนังไปดูด้วย (ด้วยความเก๋า) สำหรับคนที่ไปช่วยหลังสุดนี้รอดนะครับ แล้ววันหนึ่งคนที่ผมไปให้เลือดนี้ก็มาเยี่ยมผมที่บ้าน มาขอบคุณที่ผมบริจาคเลือด"

   ผมซึ้งในคำพูดของแกคนนี้ที่พูดว่า "ถ้าผมต้องการให้ช่วยอะไร เลือดของผมที่อยู่ในกายแก ก็จะสามารถช่วยผมได้"

   สำหรับ Core competency น่าจะเป็นเรื่องการ "ความกล้า ที่จะก้าวพ้นความกลัว"