ในห้องที่สว่างจ้าด้วยแสงประดิษฐ์

แสงเทียนหามีค่าอันใดไม่

แต่สำหรับคนที่หลงทางในคืนมืดมิดไร้เงาจันทร์

แค่เปลวแสงเทียน...ก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด

 

 

 

 

 

 

ฉันเลือกเดินจากห้องที่มีแสงสว่าง

เปิดประตูก้าวเข้าสู่ห้องมืดด้วยความดื้อดัน

ฉันอึดอัด...มองอะไรไม่เห็น แม้ลืมตา

พยายามคลำหาลูกบิดประตูเพื่อจะออกไปจากห้องนี้

บานแล้ว บานเล่า ที่มันปิดตาย ไม่มีหนทาง

 

 

 

 

 

 

ฉันเหมือนนักโทษที่มีอิสระเสรี

ถูกจองจำมานานนับปี

ไม่ค่อยกล้าจะสู้หน้าผู้คน ทอดสายตาลงต่ำสู่พื้นดิน

ฉันอยู่ได้ด้วยกำลังใจจากคนที่หวังดีที่คอยเติมให้

เมื่อฉันไม่อยากลุกขึ้นไปลองเปิดลูกบิด

ทุกครั้งที่ฉันคลำพบลูกบิด

ฉันก็ยังพอมีความหวัง

ว่าสักวันหนึ่ง...มันจะเปิดออกสู่โลกใบเดิมก่อนที่ฉันจะก้าวล่วงเข้ามา

 

 

 

 

 

และแล้ว ประตูแห่งแสงสว่าง

ก็ได้พบกับคนที่เฝ้าถามหา

ฉันเปิดมันออกไป

พลับแสบตากับความสว่างไสวที่ไม่ได้พบกันมานานแสนนาน

มิวายคิดถึงเพื่อนร่วมโลก

ที่ยังติดข้องในกล่องดำขนาดใหญ่

บ้างยังพยายามหาทางออก

บ้างทอดอาลัยให้กับชีวิต

เพื่อนเอ๋ย...ขอให้เธอพ้นจากความมืดดำ

ขอให้เธอสู้ไปตราบยังมีลมหายใจ...

 

 

 

 

บันทึกระลึกถึงคืนวันอันเจ็บปวดและบอบช้ำที่พ้นผ่านเพื่อเป็นบทเรียน

พรพล

๔ สิงหา ๕๓

 

 

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ...