“รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก
ลูกน้อยพายเรือ เก็บเบี้ยใส่กระเป๋า
ระวังคนข้างหลังเอาไว้ให้ดี”

 

เด็กๆ ร้องเพลงขณะแตะมือไว้บนไหล่คนข้างหน้า ลอดเข้าท้องแขนของเพื่อที่ตั้งเป็นวงสองคน แถวยาวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเด็กๆ ได้ยินเสียงเพลง คนที่มาต่อข้างหลังก็ร่วมร้องเนื้อเพลงท่อนนั้นซ้ำไปซ้ำมา หางแถวสองข้างเริ่มยาวขึ้น พร้อมกันนั้นเสียงร้องเพลงก็ดังเพิ่มตามกำลังของคน เสียงหัวเราะคงเป็นสัญญาณเรียกให้เด็กๆ ตื่นขึ้นในเช้านี้
 
 
เด็กเล็กๆ มายืนออดูพี่ๆ เล่นอยู่ใกล้ๆ พี่บางคนใจดี กวักมือเรียก แค่ครั้งเดียวเท่านั้นเองก็เพิ่มผู้เล่นมากหน้าหลายตา ขณะมีคนแย่งกันเป็นคนเป็นมากมาย แต่วงล้อมก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาท่ามแดดเช้าของวัน
 
 
งานของเด็กคือการเล่น..นับวันความเชื่อเช่นนี้น้อยลงไปทุกที แม้การเล่นที่ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม เปลี่ยนไปตามสถานที่ ความคิด ความเชื่อ เทคโนโลยี แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ พวกเขาควรมีเสรีภาพในการได้เล่น
 
เด็กๆ ถูกจัดเตรียมเพื่อการงานในกาลข้างหน้าตั้งแต่เกิด บางคนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ โดยมีพ่อแม่เป็นผู้จัดกระทำ สิ่งเหล่านี้วัดได้จากโรงเรียนกวดวิชาที่งอกงามอยู่ทุกหย่อมย่าน แน่ใจแล้วหรือว่าเด็กๆ สามารถบอกความต้องการของตนเองในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคงแม่นยำ หรือนั่นเป็นความต้องการของผู้ใหญ่
 
เราพบเห็นเด็กๆ ต้องทำงานในวันวัยที่เขาควรได้เล่น งานนั้นอาจถูกสร้างมาจากความเชื่อของผู้ใหญ่ การฝึกหัดเด็กให้รู้จักการงานเพื่อว่าพวกเขาจะได้ถูกเรียกว่ามีคุณค่าโดยแย่งชิงพื้นที่ในการฝึกหัดอย่างอื่นๆ ที่วัยของเขาควรได้รับ บางขณะพวกเขาเป็นแรงงานชั้นดี
 
 
จิตวิญญาณของความเป็นเด็กหลบซ่อนอยู่ที่ใดก็มักเผยตัวตนออกมาเสมอ นั่นอาจเป็นความซื่อสัตย์เดียวที่เคยได้เกิดขึ้นในความเป็นผู้ใหญ่ซึ่งได้ทำหล่นหายไปเมื่อโตขึ้น
 
จินตนาการหรือทักษะในการเล่น มักจะสร้างความแปลกใหม่ให้ก่อเกิดอยู่เสมอ คำร้องรีรีข้าวสารของเด็กชายหญิงในเช้านี้เพี้ยนจากที่เคยได้ยิน..แต่ท่วงทำนองการเล่นยังประโยชน์ให้แก่พวกเขา การเล่นมิใช่เพียงการงานอันไร้ประโยชน์ หากว่าจักเล่นให้เป็น

 

 

 

หมายเหตุ..ฝากกติกามารยาทและประโยชน์จากการเล่นที่ผู้ใหญ่อาจเริ่มเลือนไว้ค่ะ..เผื่อผู้ใหญ่ใจยังเด็กจะลองเล่นอีกครั้งค่ะ

 

รีรีข้าวสาร

ที่มา : หนังสือสภาพสังคมและวัฒนธรรมจากการเล่นของเด็ก
โดย : จินตนา กระบวนแสง
รวบรวมโดย : สถาบันเด็ก มูลนิธิเด็ก

สถานที่: ลานกว้าง

อุปกรณ์: ไม่มี

เทศกาล :ไม่จำกัด

ผู้เล่น: เล่นได้ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

 

วิธีเล่น

  1. ผู้เล่น 2 คนยืนหันหน้าเข้าหากันโน้มตัวประสานมือกันเป็นรูปซุ้ม
  2. ส่วนผู้อื่นเกาะเอวต่อ ๆ กันตามลำดับ
  3. หัวแถวจะพาลอดใต้ซุ้มมือพร้อมกับร้องบทร้องประกอบการเล่น
  4. เมื่อร้องถึงประโยคที่ว่า “คอยพานคนข้างหลังไว้” ผู้ที่ประสานมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันคนสุดท้ายไว้ ซึ่งคนสุดท้ายจะถูกคัดออกไปจากแถว แล้วจึงเริ่มต้นเล่นใหม่ทำเช่นนั้นจนหมดคน

เพลงร้องประกอบ

"รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก
เด็กน้อยตาเหลือก เลือกท้องใบลาน
คดข้าวใส่จาน คอยพานคนข้างหลังไว้"

กติกา

คนที่อยู่ท้ายสุดของแถวจะต้องถูกจับและคัดออกไปทีละคน

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • เพลิดเพลิน จิตใจร่าเริง แจ่มใส ยอมรับในกฎเกณฑ์กติกาในการเล่น
  • ออกกำลังกายพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้แข็งแรง
  • หัดให้เด็กมีไหวพริบ ปฏิภาณ และรู้จักใช้กลยุทธที่จะให้ตนรอดจากการถูกคล้องตัวไว้
  • หัดให้เด็กรู้จักทำงานเป็นกลุ่มโดยหัวแถวต้องพยายามพาแถว โดยเฉพาะคนสุดท้ายให้รอดพ้นจากการถูกกักตัวให้ได้