บันทึกที่ 1  

การสร้างทีมงานที่ดี                                                   

 มีแนวทางดังนี้                                                                                                                                                                    ในโลกอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ การบริหารงานแบบข้าเก่งคนเดียว ย่อมสิ้นสุดลงแล้วเมื่อย่างเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ การบริหารงานที่จะอยู่รอดได้ คือ การทำงานเป็นทีม และต้องเป็นทีมที่เต็มไปด้วยพละกำลัง และความกระตือรือร้น เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย ดังเช่นอาชีพหมอ จะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และและความคิดเห็นกันอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่การวินิจฉัยโรคจนถึงการผ่าตัดรักษาคนไข้โรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะต้องเป็นโรงเรียนที่มีลักษณะของความเป็นกัลยาณมิตรร่วมวิชาชีพ (Collegiality ) คือ
                   1)บุคลากรในโรงเรียนพูดคุยกันถึงเรื่องการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม
                 2) บุคลากรในโรงเรียนสังเกตการทำงานของกันและกันทั้งในเรื่องของการเรียนการสอน และการบริหารโรงเรียนแล้วนำสิ่งที่ได้จากการสังเกตมาพิจารณาทบทวน และพูดคุยกันเพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้น
                3) บุคลากรในโรงเรียนร่วมพัฒนาหลักสูตรโดยการวางแผนออกแบบทำวิจัยศึกษา และวัดผล ประเมินผลหลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียน
                4) บุคลากรในโรงเรียนแนะนำการสอน และพัฒนาซึ่งกันและกันในเทคนิควิธีการทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และภาวะผู้นำที่แต่ละคนถนัด
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจะทำให้ทุกคนเกิดการมีส่วนร่วม คือทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมลงมือปฏิบัติ ร่วมประเมินผล และร่วมรับผลได้ผลเสียในการกระทำร่วมกัน เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมจะทำให้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ

การทำงานเป็นทีม เป็นการดึงเอาศักยภาพหรือความเก่งของแต่ละบุคคลในกลุ่มมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และบุคคลในกลุ่มยังได้เรียนรู้การทำงานที่ดีจากเพื่อน ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ นโยบาย เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ การทำงานที่คลุมเครือจะกระจ่างขึ้น ทุกคนเห็นเป้าหมาย และจุดหมายได้ตรงกัน ซึ่งจะช่วยกันสร้างภาพงานหรือหนทางที่หลากหลายในการไปสู่เป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดบุคลากรมีความรัก ความเข้าใจ และเอื้ออาทรต่อกัน

บันทึกที่ 2 คือ บันทึกของ เตวิชโช นักบวชของพุทธ พุทธบริษัท  http://gotoknow.org/blog/mind-ing-power/378591 เขียนไว้ว่า  "การทำความดีนั้นทำไม่ยากเลย ที่ยากเพราะ ไม่คิด จะทำมากกว่า"และท่านได้ฝากคำคม ข้อคิดดีๆ ไว้เตือนใจไว้ว่า "สิ่งเดียวที่มนุษย์รักที่สุดคือ ชีวิต แต่จะเกลียด ที่สุดคือ ผู้เอาชีวิต ของตนไป แล้วไฉนจึงมาคิดทำลายล้างชีวิตให้สิ้นไปเสียเช่นนี้เล่า" และ"ฆ่าสัตว์ได้โทษ ฆ่าความโกรธได้บุญ" ซึ่งเมื่ออ่านแล้วเป็นบันทึกที่ดี และมีประโยชน์มากๆ เลยนะคะ...

     บันทึกที่ 3 คือ บันทึกของ อาภรณ์ พร คำชุมภู รับราชการ http://gotoknow.org/blog/aporn-pon2/378579  เขียนรวบรวมบทความเกี่ยวกับภาวะผู้นำไว้ 3 เรื่องซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทและผู้ที่มีความสนใจเรื่องเกี่ยวกับภาวะผู้นำมากๆ เลย ซึ่งทำให้ได้รับความรู้ แนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม...

     บันทึกที่ 4 คือ บันทึกของ บุษยมาศ รับราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว) http://gotoknow.org/blog/bussaya37/378536  เขียนไว้ว่า  ความขัดแย้งในองค์กร คือการมีความคิดที่แตกต่างกัน และการมีความรู้สึกส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน แต่ถ้าคนเราสามารถแยกประเภทความขัดแย้งเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้แล้วนั้น เชื่อว่า...เมื่อการขัดแย้งกันในเรื่องงานเกิดขึ้น...แต่เมื่อพูดกันด้วยเหตุ  ด้วยผล...ความขัดแย้งในการทำงานก็จะจบลงด้วยดี...ความบาดหมางใจกันก็จะไม่เกิด...เพราะต่างฝ่ายต่างยอมรับกติกา และยอมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้บังคับบัญชา หรือผู้ใต้บังคับบัญชาก็ตาม...