ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 8 (3) ระบุว่า " ก่อนเริ่มดำเนินการ ส่วนราชการต้องจัดให้มีการวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้ครบทุกด้าน กำหนดขั้นตอนการดำเนินการที่โปร่งใส มีกลไกตรวจสอบการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ในกรณีใดที่มีผลการะทบต่อประชาชน ส่วนราชการต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงประโยชน์ที่ส่วนรวมจะได้รับจากภารกิจนั้น"
นอกจากนี้ตามหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1 การนำองค์กร กำหนดให้ส่วนราชการต้องกำหนดให้มีวิธีการหรือมาตรการในการจัดการผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นต่อสังคม อันเป็นผลมาจากการดำเนินการของส่วนราชการ รวมทั้งต้องนำวิธีการหรือมาตรการที่กำหนดไว้ไปปฏิบัติ โดยผลกระทบทางลบต่อสังคม หมายถึง ผลที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดในทางที่ไม่พึงประสงค์ของชุมชนและสังคม อันมีต้นกำเนิดมาจากการดำเนินงานของหน่วยงาน
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 ได้กำหนดมาตรการในเรื่องนี้โดยดูจากภารกิจที่ดำเนินงานกับประชาชนเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในโครงการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการคุณภาพน้ำลุ่มน้ำตาปี ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยลักษณะโครงการเป็นการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมและการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น มีการจัดกิจกรรมนักสืบสายน้ำให้กับเยาวชนบริเวณต้นน้ำ
มาตรการในการลดผลกระทบทางลบต่อสังคม
1. ชุมชน - มีการกำหนดเวลาการประชุมให้สอดคล้องกับอาชีพของคนส่วนใหญ่ในชุมชน ควรมีการบูรณาการกับโครงการอื่นๆ ที่เข้ามาดำเนินการ ตลอดจนให้ข้อมูลโครงการในวันประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน เพื่อลดการรบกวนวิถีชีวิตของชุมชน เช่น ชุมชนที่คนส่วนใหญ่ทำสวนยาง ก็จัดในช่วงที่งดการกรีดยางในช่วงเดือนพฤษภาคม - เมษายน
2. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น - ขอความร่วมมือในการกระจายข้อมูลให้กับทุกกลุ่มและให้ความสำคัญกับความเสมอภาคระหว่างชายหญิง นอกจากนี้ความผลักดันให้มีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่แผนพัฒนาตำบลเพื่อนำสู่การปฏิบัติต่อไป
3. โรงเรียน - มีการจัดกิจกรรมโครงการให้สอดคล้องกับปฏิทินการศึกษาของโรงเรียน
ท่านคิดว่ามาตรการเหล่านี้เพียงพอและครอบคลุมแล้วหรือยัง หรือมีความเห็นเรื่องผลกระทบทางลบต่อสังคมจากกิจกรรม/การดำเนินงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค อย่างไร ผู้รู้กรุณาโปรดให้คำแนะนำ
ส่วนใหญ่ไม่ว่าอะไรก็ตาม ถ้าไม่กระทบกับตัวเองเข้าจังจังก็จะไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญ หรือให้ความสนใจเท่าไหร่ มาตรการลดผลกระทบต่อสังคม ในส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ถึงกระทบก็ไม่ถึงกับทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนในทันทีทันใด เห็นด้วยกับมาตรการทั้งสามข้อ
ในขั้นแรกมาตรการ 3 ข้อนี้ก็น่าจะครอบคลุม อยากให้เพิ่มวัดเข้ามาด้วย เพราะเห็นผ้าเหลืองแล้วดูขลัง คือมีคนศรัทธาเห็นด้วยมากกว่าคนธรรมดา วัดที่มีพระนักพัฒนา หลวงพ่อ หลวงพี่ก็จะชอบนะในเวทีรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อย่างที่จ.น่าน พระท่านเอาจริงเอาจังเป็นแกนนำทั้งแม่น้ำ ป่า ชุมชนก็เอาด้วย เข้มแข็งมาก นอกจากนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย เช่น มีการคัดแยกขยะ มีรายการขยะแลกไข่ให้ครึกครื้น มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน(กรณีห้องlab) มีคนมาดูงานด้วยยิ่งดี อาศัยสื่อสาธาณะ เช่น วิทยุ เช่ารายการหรือยิงspot ช่วยประชาสัมพันธ์กรอกหูบ่อยๆ ในเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การลด ละ เลิกการทิ้งขยะลงน้ำ ฯลฯ
มีความเห็นว่าผลกระทบเชิงลบที่จากกิจกรรมการอบรม เกิดผลกระทบคอ่นข้างน้อยในแง่รายได้หรือวิถีชีวิต สำหรับมาตรการขอแสดงความเห็นด้วยคนคะ ในเรื่องเนื้อหาการอบรม ถ้าเชื่อมโยงให้สัมพันธ์การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และแก้ปัญหาในพื้นที่น่าจะทำให้ชุมชนและโรงเรียนมี่ความยินดีและไม่เห็นเป็นผลลบในการเข้าร่วมกิจกรรม
- เห็นด้วยกับ คห.2 คือเพิ่มวัดเข้าไปด้วย ให้ความรู้พระเพื่อให้ช่วยเทศนาด้านสิ่งแวดล้อม(เป็นแก่นธรรมะ)
- พลักดันให้ทั้ง 4 กลุ่มมีกิจกรรมต่อเนืองจนเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น
โครงการต่างๆ ที่สิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 ได้ดำเนินการขึ้นถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี
3มาตรการข้างต้นนั้นก็ถือว่าครอบคลุมแล้ว แต่อยากส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมด้วยได้ เช่นกิจกรรมเก็บขยะคูคลอง การทำความสะอาดหมู่บ้าน การตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มที่ชุมชนของตนเองก่อน ให้ดูว่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง แล้วจึงมาหาวิธีการแก้ไขอีกครั้ง และมีหน่วยงานเข้ามาเป็นคนคอยให้คำปรึกษา ชี้แนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เมื่อทุกคนรู้ถึงผลเสียที่จะเกิดกับตัวเอง ก็จะต้องมีการคิดหาทางแก้ไขอย่างแน่นอน)
งานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นงานที่ยากในการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมเพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่แสดงผลกระทบที่เกิดขึ้นทีละน้อย เป็นปัญหาสะสมระยะยาวมากกว่า การที่จะจัดกิจกรรมให้เห็นเป็นรูปธรรมน่าจะเลียนแบบโครงการอื่นๆที่ผ่านมา เช่นแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ ลงไปทำกับชุมชนที่เข้มแข็งสักหนึ่งชุมชนเพื่อให้เป็นชุมชนสาธิตแบบอย่าง เริ่มจากกลุ่มเล็กๆดีกว่า และน่าจะเป็นแนวทางในการลดอคติด้านความคิดของประชาชนด้วยว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของฉัน เป็นสิ่งไกลตัว อาจเป็นข้อแนะนำเล็กๆเพื่อลดผลกระทบการดำเนินงานของสำนักงานฯอย่างนึงคะ
เห็นด้วยกับทั้ง 3 มาตรการค่ะ ยิ่งมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข่าวสารให้ทั่วถึงได้ยิ่งดี ถ้าสามารถทำกิจกรรมให้มีความต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอดได้ยิ่งดี และสร้างให้เกิดชุมชนตัวอย่างขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกวิธี
พี่ต้าน