บทความเกี่ยวกับภาวะผู้นำ

สรุปบทความ ที่ 1 :ภาวะผู้นำ(Leadership Development)   โดย ณรงค์วิทย์  แสนทอง

                ผู้ที่ประสบผลสำเร็จ จะต้องมี ภาวะผู้นำ (Leadership)   ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่มีภาวะผู้นำต้องมีสิ่งที่เหนือกว่าผู้อื่น  ในด้านจิตวิทยา  ระบบการคิดวิเคราะห์  การควบคุมอารมณ์และบุคลิก ภาพรวมถึงปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาต่างๆ  ถ้าภาวะผู้นำเปรียบเสมือนผลไม้  กระบวนการในการพัฒนาภาวะผู้นำ หมายถึง การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี  การคัดเลือกดินที่สมบูรณ์  การรดน้ำพรวนดินอย่างถูกต้อง รวมถึงการกำจัดแมลง  ถ้าเราจะพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำตามกระบวนการของผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ ควรปฎิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

                1. การหาเมล็ดพันธ์    คือการหารูปแบบ (Model ) หรือสไตล์ผู้นำที่เราชอบและต้องการ เพื่อให้เราได้รูปแบบผู้นำที่เราพึงปรารถนาก่อนจะลงมือทำอย่างอื่น

                2. การหาดิน  หมายถึง การเข้าไปใกล้ชิดกับผู้นำที่เราต้องการให้เขาเป็นรูปแบบของเรา เช่น ต้องการผู้นำที่เป็นนักการเมืองก็ต้องไปใกล้ชิดกับวงการเมืองหรือนักการเมือง

                3. การรดน้ำพรวนดิน  การพัฒนาศักยภาพภาวะผู้นำเปรียบเหมือนการรดน้ำพรวนดิน  เพราะต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาฝึกฝน ปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อยู่เสมอ

                4. การกำจัดแมลงศัตรูพืช  อุปสรรคสำคัญในการพัฒนาภาวะผู้นำ คือศัตรูภายใน ได้แก่การขาดความมั่นใจ

                5. การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่   ลักษณะของผู้ที่มีภาวะผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่มีการพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่ตลอดเวลา เช่น สามารถปกครองพนักงานระดับล่างได้แล้ว ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถปกครองพนักงานในระดับล่างได้ และผู้นำจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 การนำไปประยุกต์ใช้ :

                การพัฒนาภาวะผู้นำต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วน ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน และสิ่งที่ทำให้ภาวะผู้นำของแต่ละคนมีความแตกต่างกันคือ ความสามารถในการดึงเอาภาวะผู้นำที่มีอยู่ภายในตัวออกมาใช้ ซึ่งทุกคนมีพื้นฐานของภาวะผู้นำอยู่ในตัวทุกคน

 ที่มา : http:// hrm. Siamhrm.com 

  

สรุปบทความ ที่ 2 :  ผู้นำที่ดีควรมีจริยธรรมและธรรมะในใจ

                 การเป็นผู้นำหรือผู้บริหารองค์กรต้องสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จและเป็นองค์กรที่ดีได้ ต้องมีคุณสมบัติ  ดังนี้

                1. ผู้นำต้องมองโลกในแง่บวกและมีจริยธรรม   ผู้นำที่ต้องมองโลกให้เป็นและต้องมีจริยธรรม เพราะผู้นำต้องทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นหลัก

                2. ผู้นำต้องมีความฝันและรู้จักตัวเอง  ผู้นำจะต้องมีความฝัน  เพราะความฝันจะทำให้เกิดเข็มทิศ ข้อเปรียบเทียบ เกิดความสุข และทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะเป็นไปกับความคิดในทางบวก แต่ความฝันตะต้องอยู่บนความมีเหตุผล   นอกจากนี้ คนที่เป็นผู้นำต้องรู้จักตัวเองว่าเป็นใคร กำลังทำอะไร แต่ถ้าไม่รู้จักตัวเอง ก็จะทำให้เราหลง

ลืมตัวและหลงทางไปได้

 การนำไปประยุกต์ใช้ :

                ความสำเร็จขององค์กร ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร คือ 1.ต้องมองโลกในแง่บวกและมีจริยธรรม  2.  ต้องมีความฝันและรู้จักตัวเอง  การรู้จักตัวเองต้องมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนก็จะทำให้เราเป็นผู้นำที่เก่งในด้านการบริหาร

ที่มา : http:// jobmsn.jobjob.co.th 

  

สรุปบทความ ที่ 3 :   ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม (Ethical Leadership)   

 โดย สุเทพ  พงษศ์ศรีวัฒน์

                การแก้ปัญหาทางสองแพร่งทางจริยธรรม (How canleaders resolve ethical dilemmas )

  1. ตัวผู้นำเองจะต้องมีมาตรฐานด้านจริยธรรม
  2. เมื่อจำเป็นต้องหาทางออกต่อปัญหาเชิงจริยธรรม มีหลักที่ผู้นำควรพิจารณา ดังนี้   2.1 ดูผลที่เกิดขึ้นตามมาถ้าตัดสินใจเลือกวิธีนั้น 

       2.2 ตัดสินใจเลือกทางเลือกโดยอิงหลักเกณฑ์ทางศีลธรรม

       2.3 พยายามยึดแนวทางเอื้ออาทร

 3.  ปัญหาทางจริยธรรม น่าจะมีตัวเลือกที่เป็นทางออกได้มากกว่าสองทาง

 4.  ผู้นำต้องทำตัวเหมือนปรอทรับรู้และตระหนักถึงปัญหาทางจริยธรรมที่เกิดได้ดีโดยเฉพาะในชุมชน  ซึ่งตนมีบทบาทเป็นผู้นำ

                จริยธรรมของภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ (The ethics of Transformational leadership)

ผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ (transformational leadership)  มุ่งเปลี่ยนแปลงผู้นำในประเด็น

  1. สร้างความตระหนักถึงการต้องมีมาตรฐานด้านคุณธรรม
  2. ชี้ประเด็นที่ต้องมุ่งเน้นทางจริยธรรมตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง
  3. พยายามยกระดับความต้องการของผู้ตาม(follow needs) ให้สูงขึ้นถึงระดับต้องการมุ่งผลสำเร็จ (need for achievement )
  4. ส่งเสริมให้ระดับวุฒิภาวะด้านคุณธรรมของผู้ตามสูงขึ้น
  5. เสริมสร้างบรรยากาศของที่ทำงานหรือองค์การให้มีบรรยากาศของคุณธรรม เช่น  การยึดค่านิยมและการมีมาตรฐานด้านคุณธรรมร่วมกันเป็นต้น
  6.  ปลุกเร้าและส่งเสริมให้ผู้ตามเห็นว่า การทำงานที่ยึดหลักผลประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตนนั้น เป็นสิ่งดีงามที่ควรยึดถือร่วมกัน
  7. ส่งเสริมให้ผู้ตามยึดหลักของความร่วมมือ  มากกว่าการแข่งขันและยึดหลักสามัคคีธรรม

การนำไปประยุกต์ใช้ :    การแสดงออกเชิงศีลธรรมของผู้นำนอกจากสามารถมองเห็นได้จากการประพฤติปฏิบัติปกติประจำวันแล้ว  ผู้นำยังต้องทำให้นโยบายต่างๆ  และโครงสร้างของโรงเรียนแฝงด้วยค่านิยมเชิงจริยธรรม  และฐานะเป็นผู้นำ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้อำนาจหน้าที่ของตนอย่างมีจริยธรรม การแสดงทัศนะหรือการตัดสินใจ จะต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผลของจริยธรรม