เทคนิคการบริหารเน็ตเวิร์คให้เร็วและเต็มประสิทธิภาพ

เทคนิคการบริหารเน็ตเวิร์คให้เร็วและเต็มประสิทธิภาพ

การจัดการระบบเริ่มต้นจากการที่มีผู้ที่ต้องการใช้ระบบเครือข่าย สิ่งแรกที่ควรจะถาม       ตัวเองก่อนในฐานะผู้ดูแลระบบคือ เราต้องการที่จะให้เครือข่ายทำอะไรให้เราได้บ้าง คำตอบก็จะเป็นแนวทางสำหรับการออกแบบเครือข่าย  จนกระทั่งผู้ใช้ทุกคนเริ่มใช้งานเครือข่ายได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลระบบคือ การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับเครือข่าย เริ่มตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ตลอดจนกระทั่งการใช้งาน แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบส่วนใหญ่จะละเลยกัน เราควรคิดว่าการจัดทำเอกสารนี้เป็นเหมือนวัคซีนชนิดหนึ่งที่จะป้องกันความผิดพลาดต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จุดประสงค์ของการจัดทำเอกสารก็เพื่อความต่อเนื่องของเครือข่ายในขณะที่กำลังจัดทำเอกสารควรคิดไว้ว่าผู้ดูแลระบบคนใหม่ต้องการที่จะทราบอะไรบ้าง ถ้าหากว่าเราไม่สามารถดูแลระบบต่อได้ ตัวอย่างเช่น รหัสผ่านสำหรับผู้ดูแลระบบควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และควรมีคนอื่นที่สำคัญทราบว่าอยู่ที่ไหน เอกสารควรเริ่มด้วยคอนฟิกกูเรชันของเครือข่ายปัจจุบัน และสิ่งต่างๆ ที่สำคัญเช่นฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่ ความเพียงพอในการใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เหล่านี้ และความจำเป็นในการขยายเครือข่ายในข่ายในอนาคตอันใกล้ เป็นต้น

 การบริหารประสิทธิภาพ

1  ปัญหาเกี่ยวกับระบบเครือข่าย

ในส่วนนี้เราจะมาดูสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อประสิทธิภาพของเครือข่าย   บางเรื่องอาจจะเกิดบ่อยมากกว่าเรื่องอื่น แต่การได้ศึกษาหลาย ๆ  สาเหตุก็จะช่วยในการแก้ปัญหาได้ง่ายยิ่งขึ้น  ซึ่งปัญหาที่จะแนะนำต่อไปนี้ก็จะมีตั้งแต่ปัญหาง่าย ๆ  ไปจนถึงปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้

                1.1  ฮาร์ดแวร์ของเครือข่าย

ในช่วงชีวิตของเครือข่ายนั้น  ฟิสิคอลเลเยอร์  หรือส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์จะได้รับความสนใจอย่างมาก  จากผู้ดูแลระบบในช่วงแรก ๆ  หรือช่วงที่ทำการติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่ ๆ  หลังจากนั้นก็จะไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเพราะส่วนใหญ่จะคิดว่าฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งจะไม่ค่อยเสียเปรียบหรือไม่เกิดปัญหามากนัก

ถึงแม้ว่าฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ  เหล่านี้จะไม่ค่อยเกิดปัญหาบ่อยนักก็ตาม   แต่มันก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน  ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุคือ  การใช้งานสายสัญญาณเกินข้อจำกัด  คลื่นรบกวนสัญญาณและการชำรุดเสียหาย

สายสัญญาณทุกประเภทจะมีข้อจำกัดของมันอยู่  ไม่ว่าจะเป็นสายคู่เกลียวบิต (UTP)       สายไฟเบอร์หรือระบบไร้สายก็ตาม  จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับความยาวของสายที่ใช้หรือระยะทาง  การใช้งานสายสัญญาณเหล่านี้เกินข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม   อาจจะก่อให้เกิดปัญหาต่อประสิทธิภาพได้  เนื่องจากข้อมูลที่ส่งไปจะกลายเป็นขยะได้เมื่อมันเดินทางมาถึงปลายทางหรืออาจจะส่งไม่ถึงเลยก็ได้   ปัญหาที่เกิดจากสาเหตุนี้จะยากต่อการวินิจฉัย   ปัญหาที่ว่า เช่น  การใช้สายสัญญาณยาวกว่าข้อกำหนด   การใช้ฮับหรือสวิตซ์มากกว่าจำนวนที่กำหนด  หรือการเทอร์มิเนตสายโคแอ็กซ์ไม่ถูกต้อง  เป็นต้น 

-        เน็ตเวิร์คทราฟิก  (Network  Traffic)

เนื่องจากระบบเครือข่ายได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้ใช้  ทำให้การใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้แต่ละคนเพิ่มมากขึ้น ทำให้การไหลเวียนของแพ็กเก็ตข้อมูลในเครือข่ายหรือเน็ตเวิร์ค    ทราฟิก (Network  Traffic)  เพิ่มมากขึ้น  ไม่ว่าจะเนื่องมาจากการใช้แอพพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิธสูง  ปัญหาเนื่องมาจากฮาร์ดแวร์หรือการเพิ่มจำนวนผู้ใช้เครือข่ายการเพิ่มปริมาณการ   ไหลเวียนของแพ็กเก็ตเป็นเรื่องธรรมดาในเครือข่ายสมัยใหม่  เครือข่ายส่วนใหญ่จะถูกออกแบบ เผื่อไว้สำหรับการไหลเวียนของแพ็กเก็ตที่สูง  แต่เมื่อปริมาณแพ็กเก็ตเพิ่มมากขึ้น   

อีเธอร์เน็ตเป็นเครือข่ายแบบ LAN ที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน  ผู้อ่านคงจะทราบแล้วว่าอีเธอร์เน็ตจะใช้โปรโตคอล  CSMA/CD  เพื่อแข่งกันเข้าใช้ช่องส่งสัญญาณ   ซึ่งโปรโตคอลนี้จะมีการแพร่สัญญาณรบกวนที่เรียกว่า “โคลลิชัน (Collision)” เมื่อมีการส่งข้อมูลพร้อมกันมากกว่า หนึ่งแหล่ง 

เมื่อมีเวิร์คสเตชันจำนวนมากขึ้นพยายามที่จะส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย  การที่เพิ่มขึ้นของการชนกันของข้อมูลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   เนื่องจากถ้ามีการชนกันของข้อมูลเกิดขึ้น  ทุก ๆ สถานที่ที่กำลังส่งข้อมูลจะต้องหยุดการส่งชั่วขณะ   ดังนั้นการเกิดการชนกันเป็นจำนวนมาก ๆ  เป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างแน่นอน  บางครั้งการชนกันของข้อมูลเกิดขึ้นสูงมากจนอาจทำให้แต่ละสถานีไม่สามารถส่งข้อมูลได้เลยก็มี

1.2  การใช้โปรโตคอลที่มีประสิทธิภาพต่ำ

โปรโตคอลเครือข่ยแต่ละประเภทจะมีวิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่ (Address – Resolution)   ที่ต่างกัน  ซึ่งโปรโตคอลบางประเภทอาจมีประสิทธิภาพต่ำ   โปรโตคอลหลายตัวที่มีการเซตอัพและการจัดการง่ายโดยการใช้วิธีไดนามิกเนมิงโซลูชัน (Dynamic  Naming  Solution)  ซึ่งจะมีการส่งแพ็กเก็ตแบบแพร่กระจาย   ทำให้จำนวนแพ็กเก็ตในเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น  เช่น  โปรโตคอล  AppleTalk  ที่ใช้ในแมคอินทอช  เป็นต้น  ส่วนโปรโตคอล  IPX/SPX  ที่ใช้กับเน็ตแวร์ก็เช่นกัน ซึ่งจะส่ง SAP (Service  Advertisement  Protocol)  แบบแพร่กระจายถี่มาก     ส่วนโปรโตคอล  NetBEUI ที่ใช้ในระบบวินโดวส์ก็เช่นกัน  มีการส่งข้อมูลแบบแพร่กระจายมากเช่นกัน

1.3  ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์

เมื่อมีแพ็กเก็ตในเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น  ทำให้ฮาร์ดแวร์ต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น   ซึ่งจะมีผลกระทบกับอุปกรณ์เครือข่ายที่ฉลาด   เช่น  เราท์เตอร์ซึ่งจะต้องเช็คเฮดเตอร์ของทุก ๆ  แพ็กเก็ตเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเส้นทางข้อมูล  ถ้าจำนวนแพ็กเก็ตมากเกินไปเราท์เตอร์ก็จะทำงานไม่ทันได้เช่นกัน   หรือบางทีเราท์เตอร์อาจจะส่งแพ็กเก็ตที่เป็นขยะได้เช่นกันการป้องกันปัญหานี้ก็มีหลายวิธี   เช่น  การใช้เราท์เตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเราท์เตอร์อย่างเดียว   ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่ทั้งใช้งานอย่างอื่นด้วยและเป็นเราท์เตอร์ด้วย   และอีกอย่างการใช้เราท์เตอร์ในการแบ่งเครือข่ายใหญ่ ๆ เป็นเครือข่ายย่อย ๆ  หลายเครือข่ายจะช่วยลดโหลดของเราท์เตอร์ได้  แต่จะทำให้การจัดเส้นทางข้อมูลของเราท์เตอร์ซับซ้อนยิ่งขึ้น

1.4  ขยะข้อมูล

แพ็กเก็ตข้อมูลที่เป็นขยะอาจเกิดขึ้นเนื่องจากฮาร์ดแวร์ที่ชำรุดซึ่งจะเป็นเรื่องธรรมดา     ตัวอย่างเช่นอีเธอร์เน็ตการ์ดที่ชำรุดอาจจะส่งแพ็กเก็ตเป็นจำนวนมากทำให้เครือข่ายเต็มไปด้วยแพ็กเก็ตที่เสียเหล่านี้  ซึ่งบางทีเครือข่ายอาจล่มได้เช่นกัน  นอกจากนี้แพ็กเก็ตที่เป็นขยะอาจเกิดขึ้นเนื่องจากคลื่น

1.5  การโจมตีแบบ  Denial – of – Service

ในขณะที่อินเตอร์เน็ตกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย  ๆ  หลายองค์กรได้เชื่อมต่อเครือข่ายของตนเองเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับจากอินเตอร์เน็ต    การโจมตีเครือข่ายผ่านอินเตอร์เน็ตก็จะพบเห็นมากยิ่งขึ้น   การโจมตีแบบหนึ่งคือ  Denial – of – Service   เป็นการโจมตีโดยการส่งแพ็กเก็ตจำนวนมากไปยัง  เซิร์ฟเวอร์หรือเครือข่าย   ซึ่งจะทำให้เซิร์ฟเวอร์หรือเครือข่ายที่ถูกโจมตีนี้ไม่สามารถตอบสนองได้เนื่องจากไม่สามารถรองรับแพ็กเก็ตที่มีจำนวนมากเกินไป   ซึ่งบางทีอาจทำให้ระบบล้มเหลวได้

การโจมตีแบบนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นจุดอ่อนของโปรโตคอล  TCP/IP การป้องกันปัญหานี้ก็สามารถทำได้โดยการติดตั้งแพตซ์  (Patch) หรือ เซอร์วิสแพ็ค (Service  Pack)   ล่าสุดของระบบปฏิบัติการนั้น ๆ  และโดยการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของเครือข่ายเพื่อตรวจเช็คปัญหา  ดังกล่าวได้

1.6  ปัญหาเกี่ยวกับแอดเดรส  (Address  Resolution)

ถึงแม้ว่าเครือข่ายจะถูกออกแบบให้มีแบนด์วิธสูงและจำนวนแพ็กเก็ตไหลเวียนในเครือข่ายมีน้อย  ซึ่งจะทำให้เวิร์คสเตชันสามารถข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตามถ้าแพ็กเก็ตที่เวิร์คสเตชันพยายามที่จะส่งนั้นไปไม่ถึงปลายทาง  การใช้เครือข่ายก็เปล่าประโยชน์ปัญหาที่ว่านี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากเครือข่ายไม่มีระบบจัดการเรื่องที่อยู่ที่ดี