ช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมา(4 วัน ช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา) ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเยี่ยมคุณยายที่อำเภอเกาะสมุยเหมือนอย่างเช่นเทศกาลทั่วไป และระหว่างที่รอรถกำลังลงเรือในช่วงของการเดินทางกลับ เพื่อนร่วมเดินทางของข้าพเจ้าได้หันไปมองที่ภูเขาและพูดกับข้าพเจ้าว่า “ทำไมภูเขาของเกาะสมุยเต็มไปด้วยโรงแรมขนาดนี้ เสียดายธรรมชาติที่ถูกทำลายไปนะ” ข้าพเจ้าในฐานะของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกหลานของชาวเกาะสมุย ได้หันไปมองและพูดกับเพื่อนร่วมเดินทางของข้าพเจ้าว่า “ตรงนั้นเขาเรียกว่า ภูเขาโรงแรม เดี๋ยวนี้สังคมเปลี่ยนไปคะ อำนาจของเงินมาก่อนสิ่งอื่น ชาวบ้านยินดีที่จะขายที่ดิน เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยในการเลี้ยงชีวิต และผู้ซื้อที่ดินก็ยินดีจ่าย เพื่อได้ครอบครองพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว ที่ด้านหน้ามองเห็นทะเลและด้านหลังมองเห็นภูเขา” หากมองในด้านเศรษฐศาสตร์ เขาเรียกกันว่า Demand ตรงกับ Supply แต่ชีวิตจริงมีมากกว่าสองสิ่งข้างต้นที่ตรงกัน

     หลังจากที่กลับมาคิด ถึงหัวข้อของการสนทนาในวันนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่า หลายคนคงมีความรู้สึกคล้ายกับข้าพเจ้าที่ว่า “ความเจริญเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว และการมองความเจริญในวัตถุภายนอกเป็นการมองในมุมมองที่มีความคุ้นชินและไม่แปลกในสายตาของคนทั่วไป” ซึ่งการเจริญในวัตถุล้วนนำมาซึ่งการทำลายที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นความสมดุลทางธรรมชาติ อากาศที่เราใช้ในการหายใจ แหล่งอาหารที่สมบูรณ์ พื้นดินที่เราใช้วางที่อยู่อาศัย และในที่สุดก็คงหนีไม่พ้น การทำลาย “ตัวของเรา”.....

     บางคนอาจคิดว่า “ไม่ใช่บ้านของเรา ไม่จำเป็นต้องสนใจ” แต่ข้าพเจ้าอยากให้ทุกคนคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเหมือนเพื่อนร่วมเดินทางของข้าพเจ้าคนนี้คะ ไม่ว่าที่ไหนก็คือบ้านของเรา เพราะเป็นเมืองไทยของเรา เพราะเป็นโลกของเรา.....