รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้วิจัย นางสุดาวรรณ โคตรเนตร

หน่วยงาน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่ดำเนินการวิจัย 2552

บทคัดย่อ

วิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารและการใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคแผนผังความคิดเป็นวิธีการสอนที่ฝึกให้ผู้เรียนวางแผนการพูดอย่างเป็นระบบ จึงเป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้อีกแนวทางหนึ่ง การวิจัยครั้งนี้จึงมีความมุ่งหมายดังนี้ 1)เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2)เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3)เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด 4)เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ และเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อ 33201) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 1 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 45 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Purposive Random Sampling ) ด้วยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ คือ 1) แบบฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 ชุด ได้แก่ เรื่อง Myself, My Family, Places, Daily Routine, Shopping และ Environment 2) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 12 แผนใช้เวลา 24 ชั่วโมง เครื่องมือวัดและประเมินผลแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ 1) แบบสังเกตพฤติกรรมการพูด ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยสังเกตการทำกิจกรรมระหว่างการเรียน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบจับคู่ แบบเติมคำ แบบเรียงลำดับ และแบบเขียนตอบโดยใช้แผนผังความคิด จำนวน 4 ตอน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐานในการวิจัย t-test (Dependent)

ผลการวิจัยพบว่า

1. แบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 79.91/79.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่ตั้งไว้

2. ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของของแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.6074 แสดงว่าหลังการเรียนรู้โดยใช้ของแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ผู้เรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น 0.6074 คิดเป็นร้อยละ 60.74

3. พฤติกรรมการแสดงออกในทักษะการพูดโดยใช้แผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 45 คนระหว่างทำกิจกรรมการเรียนการสอน จำนวน 10 ข้อ แยกเป็นรายข้อสรุปได้ว่า พฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมากที่สุด คือ มีการทักทายผู้ฟัง มีค่าเฉลี่ย 3.00 มีความสนใจและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย 2.91 มีบทนำที่น่าสนใจมีค่าเฉลี่ย 2.89 ออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจน มีค่าเฉลี่ย 2.79 มีความมั่นใจในการพูด มีค่าเฉลี่ย 2.79 การเขียนเนื้อเรื่องถูกต้อง มีค่าเฉลี่ย 2.74 กล่าวถึงเนื้อหาครอบคลุมทุกหัวข้อที่เตรียม มีค่าเฉลี่ย 2.73 มีความคิดสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 2.54 มีการสรุปประเด็นที่พูด มีค่าเฉลี่ย 2.49 และมีการเชื่อมคำได้สละสลวย มีค่าเฉลี่ย 2.44 ตามลำดับ

4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

5. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิด มีค่าเฉลี่ย 4.54 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.52) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ แบบฝึกทำให้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้นมีค่าเฉลี่ย 4.84 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.42) แบบฝึกช่วยให้เข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้นมีค่าเฉลี่ย 4.82 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.39) ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนในกลุ่ม มีค่าเฉลี่ย 4.80 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.40) และ ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ ผู้เรียนพึงพอใจกับการวัดผลประเมินผลของผู้สอนมีค่าเฉลี่ย 4.18 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.58) ครูยึดหยุ่นเวลาจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมมีค่าเฉลี่ย 4.24 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.71) และครูสอนโดยยึดกิจกรรมและกระบวนการกลุ่ม มีค่าเฉลี่ย 4.27 (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.75) ตามลำดับ

จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้นวัตกรรมการสอนคือแนวทางการสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่ดี มีคุณภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2



ความเห็น (0)