คำถาม – คำตอบ

1.ชื่อนวัตกรรม ประเภท ผู้พัฒนาเมื่อใด

นวัตกรรม หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย

                นวัตกรรม (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย (พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ , Xaap.com)

          คำว่า นวัตกรรม เป็นคำที่ค่อนข้างจะใหม่ในวงการศึกษาของไทย คำนี้ เป็นศัพท์บัญญัติของคณะกรรมการพิจารณาศัพท์วิชาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาจากภาษาอังกฤษว่า Innovation มาจากคำกริยาว่า innovate แปลว่า ทำใหม่ เปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ ในภาษาไทยเดิมใช้คำว่า “นวกรรม” ต่อมาพบว่าคำนี้มีความหมายคลาดเคลื่อน จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่า นวัตกรรม (อ่านว่า นะ วัด ตะ กำ) หมายถึงการนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากวิธีการที่ทำอยู่เดิม เพื่อให้ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนั้นไม่ว่าวงการหรือกิจการใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีการนำเอาความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อปรับปรุงงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม ของวงการนั้น ๆ เช่นในวงการศึกษานำเอามาใช้ ก็เรียกว่า “นวัตกรรมการศึกษา” (Educational Innovation) สำหรับผู้ที่กระทำ หรือนำความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ มาใช้นี้ เรียกว่าเป็น “นวัตกร” (Innovator)    (boonpan edt01.htm)

          ทอมัส ฮิวช์ (Thomas Hughes) ได้ให้ความหมายของ “นวัตกรรม” ว่า เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว เริ่มตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของ โครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา (boonpan edt01.htm)

          มอร์ตัน (Morton,J.A.) ให้ความหมาย “นวัตกรรม” ว่าเป็นการทำให้ใหม่ขึ้นอีกครั้ง(Renewal) ซึ่งหมายถึง การปรับปรุงสิ่งเก่าและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนหน่วยงาน หรือองค์การนั้น ๆ นวัตกรรม ไม่ใช่การขจัดหรือล้มล้างสิ่งเก่าให้หมดไป แต่เป็นการ ปรับปรุงเสริมแต่งและพัฒนา (boonpan edt01.htm)

          ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2521 : 14) ได้ให้ความหมาย “นวัตกรรม” ไว้ว่าหมายถึง วิธีการปฎิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิมโดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมและสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการทดลอง พัฒนาจนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฎิบัติ ทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

          จรูญ วงศ์สายัณห์ (2520 : 37) ได้กล่าวถึงความหมายของ “นวัตกรรม” ไว้ว่า “แม้ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายก็ต่างกันเป็น 2 ระดับ โดยทั่วไป นวัตกรรม หมายถึง ความพยายามใด ๆ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ มากน้อยเพียงใดก็ตามที่เป็นไปเพื่อจะนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ทำอยู่เดิมแล้ว กับอีกระดับหนึ่งซึ่งวงการวิทยาศาสตร์แห่งพฤติกรรม ได้พยายามศึกษาถึงที่มา ลักษณะ กรรมวิธี และผลกระทบที่มีอยู่ต่อกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง คำว่า นวัตกรรม มักจะหมายถึง สิ่งที่ได้นำความเปลี่ยนแปลงใหม่เข้ามาใช้ได้ผลสำเร็จและแผ่กว้างออกไป จนกลายเป็นการปฏิบัติอย่างธรรมดาสามัญ

ประเภทนวัตกรรมทางการศึกษา  ตามลักษณะผู้ใช้ประโยชน์จำแนกได้ดังนี้ 

ประเภทนวัตกรรม/สื่อสำหรับครู

ประเภทนวัตกรรม/สื่อสำหรับนักเรียน

- คู่มือครู

- เอกสารประกอบการสอน

- ชุดการการสอน

- สื่อประสมชนิดต่างๆ

- หนังสืออ้างอิง

- เครื่องมือวัดผลประเมินผล

- อุปกรณ์โสตทัศนวัสดุ

- โครงการ

- วิจัยในชั้นเรียน

- การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล

- วิธีสอนแบบต่างๆ

ฯลฯ

 

-  บทเรียนสำเร็จรูป

- เอกสารประกอบการเรียน

- ชุดฝึกปฏิบัติ

- ใบงาน

- หนังสือเสริมประสบการณ์

- ชุดเพลง

- ชุดเกม

- โครงงาน

ฯลฯ

 

2.ที่มาและวัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม

“นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบ ใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง อีกด้วย

วัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม

1.การศึกษาปัญหาการเรียนการสอน

2.การกำหนดและจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอน

3.การจัดทำเครื่องมือประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของนวัตกรรมการเรียนการสอน

4.การทดลองศึกษาคุณภาพและประสิทธิภาพของนวัตกรรมการเรียนการสอน

5.การนำนวัตกรรมการเรียนการสอนไปใช้แก้ปัญหา/พัฒนาผู้เรียน

6.การเขียนรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน

7.การเผยแพร่ผลการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน

 

3.ขั้นตอนการพัฒนา

ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรม

ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จในการดำเนินการทำโดยการบูรณาการความรู้ของระเบียบวิจัยทางคลินิกร่วมกับการดำเนินการวิจัยขณะปฏิบัติงานประจำหรือที่รู้จักกันว่า Routine to Research (R to R) มีข้อแนะนำดังนี้

1. ประเมินความต้องการนวัตกรรม (need analysis) โดยประเมินสภาพปัญหาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนเพื่อค้นหาความบกพร่อง ความไม่สมบรูณ์ของสิ่งที่มีอยู่ และก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ/ การบริหารงานการพยาบาล รวมทั้งปัจจัยอุปสรรคที่อาจมีผลขัดขวางการพัฒนาคุณภาพบริการจากการใช้นวัตกรรม

2. กำหนดประเด็นหรือหัวข้อ ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรม ให้มีความเฉพาะเจาะจง ไม่ศึกษาหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน โดยนวัตกรรมที่จะพัฒนาอาจเป็น กลวิธี เทคนิค โปรแกรม วัสดุ/อุปกรณ์ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม

3. ทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบโดยตรวจสอบว่ามีกี่วิธีที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น การประเมินคุณภาพข้อมูลเชิงประจักษ์ทำโดย

3.1 สืบค้นวรรณกรรมที่สนับสนุนความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบนวัตกรรม

3.2 ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงประจักษ์ (level of evidence) หากมีประเด็นที่ยังไม่มีการทำวิจัยหรือพบความขัดแย้งในผลงานวิจัยจึงใช้ความเห็นสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญการวิจัยหรือการเทียบเคียงผลของการปฏิบัติงานต่างหน่วยงาน

4. สังเคราะห์ข้อความรู้ที่ได้จากวรรณกรรมที่มีคุณภาพเมื่อนำมาบูรณาการวางแผนและการออกแบนวัตกรรม

5. ออกแบบนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติพยาบาลหรือการบริหารจัดการให้ดีขึ้น

6. กำหนดวิธีวัดประสิทธิภาพของนวัตกรรมซึ่งอาจมาจากตัวชี้วัดสุขภาพผู้ป่วยหรือตัวชี้วัดคุณภาพของหอผู้ป่วยและองค์กร วิธีวัดส่วนใหญ่เป็นการวัดผลโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ

7. กำหนดรายละเอียดของวิธีการใช้นวัตกรรมในคลินิกหรือในการทดลอง

8.ดำเนินการศึกษานวัตกรรมในหน่วยงานหรือองค์กรเป้าหมาย ตามแผนที่วางไว้ในข้อ5 ข้อ6 และข้อ7

9. ประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรม ทั้งในด้านกระบวนการ รูปแบบและผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย

10.บันทึกโดยสรุปผลพร้อมแหล่งอ้างอิงที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรมทางคลินิกและการอภิปรายผลลัพธ์ของนวัตกรรม

 

4.ลักษณะของนวัตกรรม

1. เป็นสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการใหม่

           - คิดหรือทำขึ้นใหม่

           - เก่าจากที่อื่นพึ่งนำเข้า

           - คัดแปลงปรับปรุงของเดิม

           - เดิมไม่เหมาะแต่ปัจจุบันใช้ได้ดี

           - สถานณ์การเอื้ออำนวยทำให้เกิดสิ่งใหม่

2.เป็นสิ่งได้รับการตรวจสอบหรือทดลองและพัฒนา

3.นำมาใช่หรือปฎิบัติได้ดี

4.มีการแพร่กระจายออกสู่ชุมชน

 

5.ผลการนำไปทดลองใช้
              การทดลองใช้นวัตกรรม หมายถึง การนำนวัตกรรมที่สร้างเสร็จเรียบร้อยและมีการประเมินตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม ทั้งในด้านความเหมาะสมถูกต้องทางภาษา  เนื้อหา  และความสะดวกหรือปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการทดลองไปใช้สอนในสภาพบรรยากาศของชั้นเรียนจริงๆโดยผู้ออกแบบนวัตกรรมจะต้องกำหนดรูปแบบการประเมินด้วยการระบุวัตถุประสงค์ตัวแปรที่ศึกษา  (ต้องการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง  เช่น  ความสนใจ ผลสัมฤทธิ์  หรือ เวลาที่ใช้)  กลุ่มตัวอย่าง  (ระบุว่าไปทดลองกับนักเรียน  ระดับชั้นใด  โรงเรียนไหน  จำนวนเท่าใด)  เครื่องมือที่ใช้วัด  (ได้แก่ แบบทดสอบ  แบบบันทึกการสังเกตหรือแบบสัมภาษณ์)  และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลง่ายๆ (เช่นค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  หรือทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย ฯลฯ) และกำหนดแนวทาง  สรุปผลการทดลองใช้

 รูปแบบของการทดลอง 

            มีหลายรูปแบบ  ในที่นี้จะนำเสนอเพียง  2  รูปแบบ  เพื่อให้เกิดแนวคิด ดังนี้ 

            การทดลองรูปแบบที่  1

            ผู้สอนนำนวัตกรรมไปใช้ในชั้นเรียน  เมื่อการสอนสิ้นสุดลง  ทำการสอบ วัดเพื่อวัดผลการเรียนได้ผลหรือไม่

          การทดลองรูปแบบที่  2  

             ผู้สอนทำการทดสอบก่อนนำนวัตกรรมไปใช้  เว้นช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ แล้วทำการสอน  โดยใช้นวัตกรรม  เมื่อการสอนสิ้นสุดลง  ให้นักเรียนทำ แบบทดสอบอีกครั้ง  ด้วยแบบทดสอบฉบับเดิม  (หรือคู่ขนาน)  แล้วเปรียบเทียบผลการทดลอง  

ผลการทดลองใช้นวัตกรรม 

ด้านนักเรียน   

1.มีความมั่นใจในการเรียน เพราะมีครูที่เข้าใจและให้โอกาส 

2.มีพัฒนาการด้านที่บกพร่องที่สามารถพัฒนาได้ดีขึ้น

3.นักเรียนปกติเข้าใจว่าสภาพสังคมประกอบด้วยบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือจึงทำให้เป็นสังคมแห่งคุณธรรม

ด้านครู           

1.สามารถนำผลการสอนการพัฒนานักเรียนเรียนร่วมจัดทำเป็นนวัตกรรมได้ส่งผลให้ครูได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ , ครูคุรุสดุดีวิชาภาษาไทยของคุรุสภา , ครูดีเด่นของสพท.ชร.เขต 1

2.ครูมีความเข้าใจผู้เรียนทุกคนมาก

 

6.ความคิดเห็นของผู้รายงาน

            1)  นักเรียนเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

            2)  นักเรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม

            3)  บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน

            4)  บทเรียนน่าสนใจ

            5)  ลดเวลาในการสอน

            6)  ประหยัดค่าใช้จ่าย 

การจัดการศึกษาเพื่อให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจะทำได้ต้องขับเคลื่อนทั้งองค์กรการดำเนินการด้วยการจัดการที่ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนตลอดไป