นิตินันท์ ส่งงานบทความภาวะผู้นำค่ะ

สรุปบทความภาวะผู้นำ  จำนวน  3  บทความ

เสนอ 

ดร.ดิศกุล   เกษมสวัสดิ์

จัดทำโดย นางนิตินันท์    ฉลวยศรี   

 

บทความที่ 1   เรื่อง  10  สิ่งที่ผู้นำต้องรู้และควรทำ

 

                ภาวะผู้นำ( leadership) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จตามความมุ่งหมายและช่วยผู้คนให้ก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่มีอยู่ 

                เหตุผลที่การบริหารไม่ประสบผลสำเร็จ  คือผู้บริหารนำเทคนิคเก่าๆที่ล้าสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการมีความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับภาวะผู้นำโดยเชื่อว่าความคิดของตนเองถูกต้อง  จึงเป็นตัวขัดขวางทำให้ลูกน้องที่มีคุณภาพไม่ได้รับการส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้า  ผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพต้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ 10  ประการดังนี้

  1. หมั่นตรวจสอบตนเองอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อดูว่าตนเองมีภาวะผู้นำแบบใด  มีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง  แล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น  ซึ่งอาจทำได้โดยสอบถามจากเพื่อนร่วมงาน  ทีมงาน  หรือลูกน้อง
  2. ไม่ใช้อำนาจตามตำแหน่งหน้าที่  บีบบังคับให้ลูกน้องทำงานแต่ควรใช้หลักของเหตุผล
  3. อย่ามองลูกน้องในแง่ร้าย  แต่ต้องให้ความไว้วางใจ  หากจะมอบหมายงานใดต้องเชื่อมั่นว่าลูกน้องสามารถทำงานนั้นได้  โดยไม่ต้องควบคุม
  4. รู้จักฟัง  ฟัง  และฟัง  ผู้บริหารที่กลัวความจริง  ประเภทหนีปัญหามักไม่ฟังลูกน้องพอลูกน้องพูดความจริงก็จะแสดงอาการโกรธหรือไม่พอใจ ทำให้ลูกน้อง ปิดปากเงียบผู้บริหารที่ใจกว้าง ยอมรับฟังเรื่องราวต่างๆ  ที่เป็นปัญหาของลูกน้อง  จะเข้าใจถึงปัญหาขององค์กรและจะเห็นใจลูกน้องมากยิ่งขึ้น  จึงมีผู้กล่าวว่า “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่คือผู้ฟังที่ยิ่งใหญ่  โดยไม่มีข้อยกเว้น”
  5. ควรให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา  ไม่ควรตัดสินใจโดยลำพัง
  6. คิดทำสิ่งต่างๆอย่างสร้างสรรค์  โดยเฉพาะการใช้ภาษาหรือการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นเป็นการแสดงถึงคุณภาพผู้นำได้ชัดเจน  ผู้นำที่ยิ่งใหญ่จึงคิดก่อนพูดพูดด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและใช้คำพูดที่สร้างสรรค์

   7. ประเมินความสำเร็จของตนเองโดยดูจากความสำเร็จของทีม  ความสำเร็จที่แท้จริงของผู้บริหารสามารถวัดได้จากความสำเร็จของผู้ร่วมงาน

   8. อย่าสร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีในสายตาของผู้อื่นโดยเฉพาะเมื่ออยู่กับเจ้านาย  เพราะคุณลักษณะอันดับแรกของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้แก่  การเป็นคนซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง

   9.อย่างสร้างสถานการณ์ที่ตึงเครียดในสถานที่ทำงาน  ผู้นำที่ดีจะลงมาสัมผัสกับสภาพการทำงานที่แท้จริงของลูกน้อง  จะไม่ขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานหรือปรึกษากับทีมงานเพียงไม่กี่คน  การพูดคุยหรือรับฟังเรื่องราวต่างๆจากลูกน้องบ้างทำให้ลูกน้องเกิดขวัญและกำลังใจ  

  10.ผู้นำที่ดีต้องมีลักษณะที่น่าไว้ใจและน่าเคารพนับถือ  อย่าทำตัวเร้นลับหรือพยายามปกปิดเรื่องราวของตนเองทั้งๆที่สิ่งที่ทำไปนั้นก็ไม่ใช่ความลับ  จะทำให้ลูกน้องเข้าใจผิดหวาดระแวงผู้นำ

     ผู้บริหารที่สามารถพัฒนาคุณลักษณะของตนเองให้เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง 10 ประการ  และรู้จักปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอตามที่กล่าวมาแล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

เอกสารอ้างอิง 

กมล  สุดประเสริฐ.(2550).หนังสือวิทยาจารย์.  ปีที่ 106  ฉบับวันที่ 3  เดือนมกราคม   หน้าที่  12-15.กรุงเทพมหานคร: บริษัท พี.เอ.ลิฟวิ่ง.

 

บทความที่ 2   

เรื่องตัวชี้วัดภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในการปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

                ทักษะภาวะผู้นำในการปฏิบัติงานห้าด้านต่อไปนี้ถือว่าผู้บริหารสถานศึกษาต้องแสดงในการนำสถานศึกษาของตนโดยไม่จำเป็นต้องยึดเรียงลำดับ  หนึ่ง  สอง  สาม  ในการปฏิบัติแต่เป็นการปฏิบัติงานแบบวงจรที่ผู้บริหารต้องทำต่อเนื่องตามกระบวนการของการปรับปรุงสถานศึกษา  ผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการนี้คือแผนปรับปรุงสถานศึกษา(แผนกรยุทธ์)  เป้าหมายสุดท้ายของกระบวนการนี้คือผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่ได้รับการปรับปรุงดีขึ้น

                ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของผู้บริหารด้านที่ 1  การส่งเสริมให้มีการแก้ปัญหาร่วมกันและสื่อสารกันอย่างเปิดเผย

-          ร่วมมือกับผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายในกระบวนการปรับปรุงสถานศึกษาแล้วนำเอาข้อมูลผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนร่วมพิจารณากับผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายจัดเวลาในการแก้ปัญหาร่วมกัน  ติดต่อสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์   เป้าหมาย  และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายของสถานศึกษาที่ดำรงไว้ให้คณะครูอาจารย์  พ่อแม่  ผู้ปกครอง  นักเรียน  และสมาชิกของสถานศึกษา  มีความตระหนักและจัดแสดงความชื่นชมในการมีส่วนช่วยของสมาชิกชุมชนสถานศึกษาในความพยายามปรับปรุงสถานศึกษารักษาไว้และพัฒนาสมรรถวิสัยด้านภาวะของผู้นำของคนอื่นๆ มีการประเมินผลในทักษะความร่วมมือของครูอาจารย์พร้อมสนับสนุนความต้องการการพัฒนา

 

ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของผู้บริหารด้านที่  2   การเก็บรวบรวมการวิเคราะห์และการใช้ข้อมูลเพื่อระบุความต้องการของสถานศึกษา

-          มีการรวมรวมและใช้ข้อมูลจากหลายๆแหล่งเพื่อประเมินการปฏิบัติงานของนักเรียน  คลุกคลีกับคณะผู้ร่วมงานทั้งหมดในการวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  แล้วระบุความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ในปัจจุบันและผลลัพธ์ที่พึงประสงค์คลุกคลีกับทั้งคณะผู้ร่วมงานและผู้มีส่วนร่วมอื่นๆแบบกระบวนการร่วมกันในการกำหนดปัญหาให้ชัดเจนยึดการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจบริหารสั่งการโดยสอบถามคณะทำงานให้ระบุการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจเป็นประจำ  และมีการประเมินผลดูสรรมถภาพในการประเมินของครูพร้อมสนับสนุนให้มีการพัฒนา  การใช้เครื่องมือหลากหลายรวมถึงเทคโนโลยีเพื่อการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล

ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของผู้บริหารด้านที่  3  การใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดและวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนที่ต้องการ

-          แผนการปรับปรุงสถานศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลและความชัดเจนของปัญหา ได้อำนวยการพัฒนาแผนการปรับปรุงสถานศึกษาที่มีเป้าหมายจุดประสงค์และกลยุทธ์สอดคล้องตรงกันอย่างชัดเจน  ร่วมกับคณะทำงานระบุความรู้และทักษะที่ครุอาจารย์จำเป็นต้องการใช้ในการดำเนินการตามกลยุทธ์ของการปรับปรุงการเรียนการสอน  แผนการปรับปรุงสถานศึกษามีกิจกรรมตามที่ระบุเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์  มีหลักที่จะประเมินความก้าวหน้าสู่เป้าหมาย  มีการพัฒนาครูอาจารย์เพื่อสนับสนุนตามความต้องการและความรับผิดชอบของการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนประกันได้ว่าการประเมินก็ดี  หลักสูตรก็ดี  และการเรียนการสอนก็ดีล้วนสอดคล้องกันจัดสรรโอกาสให้ครูอาจารย์ได้เรียนรู้ถึงกลยุทธ์ที่ยึดการวิจัยเป็นฐานในการแก้ปัญหาตามระบุไว้จัดสรรโอกาสให้ครูอาจารย์แสวงหาข้อมูลการใช้กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จจากสถานศึกษาอื่นที่คล้ายกันและได้เคยใช้กลยุทธ์นั้นๆมาก่อนแล้ว

ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของผู้บริหารด้านที่  4    การดำเนินงาน  การติดตามผลแผนการปรับปรุงสถานศึกษา

-          กำหนดปฏิทินการปรับปรุงสถานศึกษาสร้างกระบวนการพยากรณ์สม่ำเสมอในการสะกดรอยผลกระทบของการปรับปรุงสถานศึกษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนติดตามการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบอย่างใกล้ชิดโดยคณะทำงานเพื่อประเมินว่าความก้าวหน้าต่อการดำรงไว้ซึ่งจุดประสงค์เป็นที่น่าพอใจต่อนักเรียนรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อใช้รายงานการตัดสินตกลงใจในการเรียนการสอนในระดับชั้นเรียนและระดับการศึกษา  พร้อมทั้งเข้าช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายคนและกลุ่มใช้เครื่องมือหลากหลายรวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามความก้าวหน้า  มีความตระหนักในความสำเร็จของตัวผู้ทำงานหลักสำคัญทั้งหลาย  เอื้ออำนวยต่อการใช้ข้อมูลในการประเมินผลและแก้ไขแผนปรับปรุงสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องจัดทรัพยากรทั้งหมด (การเงิน  ครูอาจารย์  เวลา  และโอกาสการพัฒนาครูอาจารย์) ให้เกิดค่าสูงสุดต่อการดำรงไว้ซึ่งอันดับที่ว่าด้วยการปรับปรุงสถานศึกษาใช้เวลากับคณะทำงานตามปฏิทินอย่างสม่ำเสมอ(เช่นการประชุมคณะทำงาน  ให้เวลากับทีมงาน  ให้เวลากับงานธุรการ)ติดตาม  สื่อสาร  และจัดสรรการพัฒนาครูอาจารย์ให้เพื่อความพยายามปรับปรุงสถานศึกษา  สนับสนุนคณะครูอาจารย์ในการเรียนการสอนที่จำเป็นต่อความพยายามปรับปรุงสถานศึกษา

ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของผู้บริหารด้านที่  5  ใช้การคิดที่เป็นระบบในการสร้างจุดเน้นที่ชัดเจนในเรื่องการดำรงไว้ซึ่งเป้าหมายด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

-          จัดทรัพยากรทั้งหมดสอดคล้องตามอันดับของการปรับปรุงสถานศึกษาจัดเป้าหมายการปรับปรุงสถานศึกษา  การเรียนการสอน ของชั้นเรียน/การประเมินการเรียนสอดคล้องกันระบุกระบวนการที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อผลลัพธ์ของสถานศึกษาระบุมาตรการและตัวชี้วัดของการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกระบวนการเรียนการสอนกับเป้าหมายของการเรียนการสอนติดต่อสื่อสารกับผู้มีอำนาจตัดสินใจภายนอกสถานศึกษา  เป้าหมายของสถานศึกษาสอดคล้องกับเป้าหมายของเขตพื้นที่การศึกษา(กระทรวงศึกษาธิการ)รายงานการวางแผนของเขตพื้นที่การศึกษาโดยการเชื่อมโยงกับความต้องการของสถานศึกษา

 

          ตัวชี้วัดทักษะผู้นำในการปรับปรุงสถานศึกษาทั้งหมดนี้  ถ้าผู้บริหารปฏิบัติตามกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาก็จะส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน

 

เอกสารอ้างอิง 

กมล  สุดประเสริฐ.(2550).หนังสือวิทยาจารย์.  ปีที่ 106  ฉบับวันที่ 9  เดือนกรกฎาคม   หน้าที่  38-41

.กรุงเทพมหานคร:บริษัท พี.เอ.ลิฟวิ่ง.

 

บทความที่ 3  

เรื่องภาวะผู้นะเชิงจริยธรรม 

 

                จากบทความความประพฤติของครูใหญ่จึงต้องแสดงออกถึงการเป็นผู้มีศีลธรรมดังที่  ศ.ดร.สาโรช  บัวศรี  เคยกล่าวไว้ว่า  “บัณฑิตต้องมีความรู้ดุจปราชญ์  และต้องประพฤติตนดุจผู้ทรงศีล”

                ในการบริหารงานโครงสร้างของสถานศึกษาจะต้องแฝงด้วยค่านิยมเชิงจริยธรรม  มุ้งเน้นคุณธรรม  จริยธรรมการไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นมีข้อตกลงในสถานศึกษาทั้งครูและนักเรียนผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องไม่เพียงแต่มีความรอบรู้ด้านคุณธรรมเท่านั้น  แต่ที่สำคัญคือ  การประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไปและเป็นที่ยอมรับในสังคมด้วย

                ถ้าผู้บริหารมีคุณธรรมประจำใจมีพฤติกรรมเป็นที่เชื่อถือบริหารงานตามนโยบายสอดแทรกคุณธรรมในทุกโครงการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคลากร  นักเรียนรวมทั้งหน่วยงานต่างๆเชื่อแน่ว่าการทำงานในหน่วยงานของท่านจะมีแต่ความสงบสุขปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ เกิดประสิทธิภาพผลงานเป็นที่น่าภาคภูมิใจอย่างแท้จริง

 

เอกสารอ้างอิง 

สุเทพ  พงศ์ศรีวัฒน์.(2544).ภาวะผ้นำเชิงจริยธรรม(Ethical Leadership):สถาบันราชภัฏเชียงราย.