สังคมทุกวันนี้ บางทีผมก็คิดว่ามันแห้งแล้งเสียเหลือเกิน คนเดินผ่านกันไปมา เหมือนไม่มีตัวตน หลังจากที่ผมได้มีโอกาสรู้จักกับกีฬายิงธนูแล้วโลกของผมก็เปลี่ยนไป ความใส่ใจกันในหมู่เพื่อนที่เหมือนกับญาติ ร่วมกันเป็นใจเดียว

ปี ๕๒ เดือนธันวาคม ซีเกมส์ประเทศลาว

ท่ามกลางมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักกีฬายิงธนูไทยประเภทธนูทดกำลังชาย ได้เหรียญทองแดงประเภททีม คงไม่ใช่ข่าวที่มีคนสนใจมากนัก แต่ถ้าคุณได้รู้ว่านักกีฬาเหล่านั้น เริ่มฝึกฝนกีฬาเหล่านั้นมาด้วยตนเองกับเพื่อนๆ โดยไม่มีโค้ช ตั้งแต่เริ่มเล่นจนถึงตอนแข่ง มีเพื่อนที่เริ่มเล่นกันมาตั้งแต่แรกยอมลงทุนลางาน ไปที่ลาวบอกกรอกหูคุณจนตกเครื่องบิน เพื่อไปบอกคุณว่า ให้ผ่อนคลายแขนซ้ายนิดนึง บอกคำเดียวซ้ำๆ และเพื่อนๆ ที่ไปให้กำลังใจคุณถึงขอบสนามท่ามกลางแดดร้อนเปรียง คุณก็คงพอรู้สึกได้ว่ามิตรภาพมีจริง

ประมาณเจ็ดปีที่แล้ว หลังจากที่ชีวิตการทำงานของผมเริ่มต้นที่จะอยู่ตัว(หมายความว่าเริ่มมีเวลาส่วนตัว) ผมเริ่มมองหางานอดิเรก เพื่อที่จะเป็นกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายอาจเป็นดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมอะไรก็ได้ ผมเริ่มจากตามหาความฝันสมัยวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ ผมว่านี่เป็นความฝันของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายๆคน สายลมที่ไหลผ่านร่างกาย เสียงทุ้มลึกของท่อไปเสีย ความเร็วที่ไหลผ่านตัวเราไป มันคงยากที่จะบรรยายหากไม่ได้สัมผัส ผมเลือกที่จะสัมผัสมันก่อน รถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า บรอส สีดำ ขนาด ๔๐๐ ซีซี สภาพพยายามจะให้ใหม่(เก่านะแหละ) มันก็พาผมไปได้ถึงความฝันตามสมควร แม้ว่าหลายๆครั้งจะต้องเข็นไอ้เจ้าวัตถุหนัก ๑๖๐ กิโลกรัมเพื่อไปหาที่ซ่อมบ้างก็แล้วกัน แล้วมีวันหนึ่งที่เราจะต้องลาจากกัน วันที่ผมกับเค้าไปเทียวชายทะเลบางขุนเทียน ท่ามกลางความเร็วและสายลมตอนบ่ายอ่อนๆ ผมนั้งยิ้มกริ่มอยู่บนอาน สองข้างทางเป็นบ่อปลาหรือกุ้งก็ไม่ทราบ เท่าที่ทราบยิ่งเช้าไปลึกยิ่งไม่มีใคร บรรยากาศสองข้างทางเลื่อนไหลไป ได้กลิ่นทะเลโชยเข้ามาในหมวกกันน๊อกจางๆ สักพักเสียงเครื่องที่เคยดังกลับกระตุกอย่างไม่เป็นจังหวะและดับลงอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย อ้าวซวยสิตู บรรยากาศเริ่มร้อนขึ้น ผมเข็นเค้าเพื่อไปที่เพิงมุงจากที่เห็นอยู่ด้านหน้าประมาณ ๑๕๐ เมตร เพื่อที่จะพบคำตอบว่าแถวๆนี้ไม่มีคนที่ซ่อมรถแบบนี้ได้ และกว่าที่จะโทรติดต่อช่างประจำให้มาซ่อมรถได้ ความอดทนของผมก็หมดไป พอกันทีชีวิตนักบิด (ขอโทษเพื่อนกว้างด้วยที่ชวนเล่นแล้วก็เลิกเล่นดื้อๆ ไปซะยังงั้น)

จากนั้นหลังจากที่นั่งคิดเรื่อยมาว่าจะเล่นอะไรดี ผมอยากเล่นอะไรที่คลาสสิค คนเห็นแล้วร้องอื้อฮือ นั่นไงใช่เลย ไวโอลิน ผมเพียรไปนั่งเรียนการเล่นไวโอลินกับเด็กอายุสิบขวบ อยู่สองเดือน หัดเล่นเองต่ออีกเดือน เพียงเพื่อจะเล่นให้เป็นสักเพลง ในความคิดของผมเห็นภาพครอบครัวปรบมือให้กำลังใจ แต่กลับได้รอยยิ้มและคำพูดปลอบใจว่านี่เพลงอะไรเสียงเหมือนมอดกัดไม้ จบกันหลังจากนั้นไวโอลินก็ไม่เคยเผยตัวออกมาจากกล่องอีกเลย

เอาละงานเข้า แล้วผมจะเล่นอะไรดี หลังจากที่นั่งคิดนอนคิดอยู่นาน ธนู แวบเข้ามาในความคิด นั่นแหละใช่(อีกแล้ว) เพราตอนเด็กๆ ประมาณ ม.๒ ผมจำได้ว่าช่วงปิดเทอมทางบ้านผมเคยส่งไปเข้าค่ายเยาวชนที่ชายทะเลซั๊กแห่งชื่อค่ายเป็นของสมาคม YPDC ในนั้นมีกิจกรรมยิงธนูด้วย ผมสนุกมากๆ กับการได้ยิงธนูประมาณสามครั้ง ครั้งละ ๑ ชั่วโมง มือไวเท่าความคิดผม search คำว่า ธนู ในอินเทอร์เนตทันที พบว่ามีชมรมเอกชนเขาสอนฟรีที่สนามกีฬาหัวหมาก วันอาทิตย์ตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป เอาละในตอนต่อไปท่านผู้อ่านจะได้ทราบถึงปฐมบทการยิงธนูของผมแล้ว