ภาวะผู้นำ

ส่งงานเรื่องภาวะผู้นำครั้งที่ 1

สรุปรายงานการวิจัยภาวะผู้นำ

เรื่อง ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น

ผู้วิจัย เสาวลักษณ์ ตั้งตระกูล (Saowalak Tangtrakul)

สรุปและอภิปรายผลการศึกษา

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านการกระตุ้นการทางปัญญา ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และ ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายละเอียดในแต่ละด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์  ที่ผู้บริหารมีมากกว่าด้านอื่นๆทั้งนี้เนื่องจาก ผู้บริหารมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง ซึ่งทำให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลให้สามารถดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อีกทั้งผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น มีวิสัยทัศน์ที่ดีตลอดจนมีความสามารถในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ไปสู่ผู้ร่วมงาน ทำให้มีความเข้าใจตรงกันในการที่จะพัฒนาองค์การไปสู่เป้าหมายได้  อีกทั้งในการจัดทำวิสัยทัศน์ เป็นการกำหนดจากทุกส่วนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร พนักงานในส่วนผู้ปฏิบัติ และประชาชนในส่วนผู้เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะต้องใช้ข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาร่วมวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค

ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเนื่องมาจาก ผู้บริหารแสดงออกอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายในการพัฒนาองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวย้ำบ่อยๆในที่ประชุมพนักงานและที่ประชุมชุนชน เพื่อรับทราบเป้าหมายร่วมกัน ตลอดจนผู้บริหารตั้งมาตรฐานงานไว้สูงเพื่อท้าทายความสามารถของผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นหลักในการบริหารทั่วไปที่ผู้นำจะกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเกิดแรงบันดาลใจหรือแรงจูงใจในการทำงาน

ด้านการกระตุ้นทางปัญญา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารมีการกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือการแก้ปัญหาอยู่เสมอ ไม่ยึดติดอยู่กับกรอบระเบียบ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเสนอแนวทางหรือทางเลือกใหม่ๆในการทำงาน และที่สำคัญผู้บริหารจะเน้นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานมากกว่าผลลัพธ์ของงาน ซึ่งผู้บริหารมองว่าหากพนักงานมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ หาสาเหตุหรือที่มาของปัญหาได้ มีการคิดเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน รู้ว่าปัจจุบันกำลังทำอะไรอยู่ และอนาคตจะไปถึงไหน จะไปอย่างไร หากพนักงานสามารถเรียนรู้อยู่กับตัวเองแล้วอธิบายได้ ซึ่งประเด็นนี้คือการกระตุ้นทางปัญญาอย่างแท้จริง

ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากแต่น้อยกว่าด้านอื่นๆ อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารใช้หลักการบริหารของโลกตะวันออก มาเป็นแนวคิดในการบริหาร ที่มองว่ารางวัลของคนรับผิดชอบคือความสำเร็จของงาน มนุษย์จะเกิดความภาคภูมิใจเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นการเสพความสุขจากความภาคภูมิใจ จากผลสัมฤทธิ์ของงาน ให้ความรู้สึกทางคุณค่าของจิตใจ ไม่ได้ตีค่าเป็นวัตถุหรือรางวัล ทำให้ผู้ร่วมงานประเมินภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในด้านนี้ของผู้บริหารอยู่ในระดับน้อยกว่าด้านอื่นๆ