บทความนี้เขียนมาหลายเดือนแล้ว เพื่อส่งให้ "กองพัฒนาระบบยา" และ งานเรื่องเล่าเภสัชกรภาคเหนือ
บันทึกไว้เพื่อเป็นพลังในการทำงานค่ะ
ระบบยาในบริการปฐมภูมิ กรณีศึกษา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
การเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชนมานานนับสิบปี ทำให้ตัวเองคิดว่ารู้จักงานชุมชนเป็นอย่างดี และคิดว่าตัวเองได้ทำงานในหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุดแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีบทเรียนชีวิตมากมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
จังหวะของชีวิตของตัวเองก้าวหนึ่ง ที่ได้รับโอกาสอันดียิ่งจาก นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผอ.โรงพยาบาลสันทราย ให้มาปฏิบัติงานในศูนย์แพทย์ชุมชนสันทราย (สถานีอนามัยบ้านท่อ) อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยปฏิบัติงานเภสัชกรเต็มเวลา เปิดโอกาสได้เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงมุมมอง รวมไปถึงวิธีคิดในการทำงาน
ครั้งแรกที่ทราบว่าต้องมาปฏิบัติงานในหน่วยปฐมภูมิจึงลงมือวางรูปแบบการทำงานของตนเองออกมาว่าจะมีลักษณะอย่างไร ทำอะไรบ้าง โดยศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่างๆเท่าที่พอจะหาได้ ซึ่งบทบาทหน้าที่ของเภสัชกรในงานบริการปฐมภูมิก็ยังไม่มีการกำหนดบริบทอย่างชัดเจน (อันที่จริงแล้วการกำหนดบริบทที่ชัดเจนเกินไปเหมือนเป็นการสร้างกรอบ อาจเป็นการปิดกั้นความคิดในการให้บริการปฐมภูมิก็เป็นได้)
การศึกษาจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ได้เรียนรู้ และเข้าใจในงานปฐมภูมิเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังเน้นความเป็นวิชาชีพ ว่าตัวเรานั้นเป็นเภสัชกร ควรทำหน้าที่ใดบ้างเท่านั้น แต่พอได้ลงมือปฏิบัติงานจริง จึงรู้ว่างานบริการปฐมภูมินั้น เราสามารถทำได้หลายอย่างมากกว่าที่เราคิด และมากกว่าที่เราเป็น
เขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ชุมชนสันทราย เป็นเขตชานเมือง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 10 กม. เป็นส่วนผสมผสานทั้งสังคมชนบทแบบดั้งเดิม และสังคมเมืองแบบบ้านจัดสรร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ยังไม่นับที่กำลังจะผุดขึ้นตามีอีกมากมาย ตามจำนวนประชากรต่างถิ่นที่โยกย้ายเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของเราอยู่ในสังคม วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ที่หลากหลาย เป็นความท้าทายในการดูแลผู้คนในท้องถิ่นนี้ให้มีสุขภาวะขึ้น
เภสัชกร จะทำงานปฐมภูมิได้
ต้องเริ่มจักการลงพื้นที่และเป็นเพื่อนสนิท
กับชาวบ้าน และผู้ป่วยก่อน
ใช้แนวคิด ของ การไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแปลกแยก จากเภสัชกร
ระหว่างความสัมพันธ์ ของหมอ กับ คนไข้
ขั้นต่อมา จึงเข้าใจชุมชน
โดยใช้เครื่องมือ 7 ชิ้น ของ ดร.โกมาตร