มะเร็งตับ

วันที่  22  กรกฎาคม  2553

วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่แม่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ด้วยโรคมะเร็งตับ  แต่ในความหนักใจของครูเตยก้อยังมีความสบายใจบ้าง  เนื่องจากที่นี่ ให้การดูแลดีมาก  ตั้งแต่เดินเข้ามายังโรงพยาบาลเลยทีเดียว 

ซึ่งแตกต่างจากโรงพยาบาลในจังหวัดที่แม่เข้ารับการรักษาตลอดระยะเวลา  8 ปีกันลิบลับ  ไม่ว่า จะเป็นรอยยิ้ม คำพูด การดูแลจากพยาบาล คุณหมอ  และเจ้าหน้าที่ 

อาการของแม่หนักมาก  พูดเริ่มไม่ค่อยรู้เรื่อง  และอยู่ในภาวะไตวาย ปากเบี้ยว ขาไม่มีแรงยืน  ตอนแรกคุณหมอคิดว่า  มะเร็งอาจรามไปที่สมอง  ก้อเลยให้ทำ tc scan  (ซึ่งขณะนั้นครูเตยไม่รู้หรอกว่ามันมีกี่แบบ  และต้องทำอะไรบ้าง  แต่หมอบอกว่าให้อดอาหารและน้ำ ก่อนทำในวันรุ่งขึ้น  )แต่แม่มีปัญหาทางไต  มีแคลเซี่ยมในไตสูง  หมอจึงเปลี่ยนให้ทำ tc san แบบคลื่นแม่เหล็ก  ก้องงๆๆนะ  ประมาณให้เข้าไปอยู่ในอุโมงค์  สามสิบนาที  ผลออกออกมาทำให้ครูเตยโล่งอกได้อีกหน่อย  สมองไม่มีอะไร แต่คุณหมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วงอยู่  เนื่องจากกลัวว่ามะเร็งจะลามไปที่กระดูก  ซึ่งหากเข้ากระดูก  คงอยู่ได้ประมาณเก้าสิบวัน  แต่ยังไง ก้อภาวนานะว่า  ขออย่าให้มีในกระดูกเลย ได้โปรดเถิด  แต่คำถามของพยาบาลทำให้สะอึกไปเหมือนกัน ว่า ทำไม ตลอดระยะเวลาที่รักษาที่ประจวบ  เค้าไม่เปลี่ยนยาให้เลยหรอ ไม่มีการปรับยาให้กินเลยหรอ  ทำไมถึงให้ยาเหมือนเดิม เค้ารักษายังไงหรอคะ 

ซึ่งอาจเป็นความผิดของเราเอง ที่เรายังปล่อยให้แม่ไปโรงพยาบาลนั้น 

และตลอดเวลาที่เราอยู่กับแม่ที่นี่  เราขอเพียงแค่ว่า ให้แม่อาการดีขึ้น ขอให้หาย ขอให้รักษาแม่ได้  และขอให้แม่อยู่กับเราไปได้นานๆๆ 

สุดท้ายขอขอบคุณทุกๆกำลังใจ ทุกๆความหวังดี จากเพื่อนที่กศน.อำเภอเมืองประจวบฯ เพื่อนๆที่ประจวบ เพื่อนๆของแม่ ญาติๆๆทุกๆคน  ที่ให้มาด้วยความจริงใจ  บางครั้งอาจเป็นแค่เพียงคำพูด  แต่ก็ให้กำลังใจ  ทั้งแม่และครูเตยได้จริงๆๆ  ขอบคุณนะคะ

ปล.  โรงพยาบาลนี้ดีจริงๆๆนะคะ ดีมากๆๆ