ฝ่า 3 ด่านประเมินวิทยฐานะครู ฯ

 

               

                   ฝ่า 3 ด่านประเมินวิทยฐานะครู ฯ

    ฝ่า 3 ด่านประเมินวิทยฐานะครู ฯ // ก.ค.ศ.ชงคู่มือประเมินใหม่ เอ็กซเรย์ยิบ แบ่งด้านละ 100 คะแนน // เตือนไม่ลอก-ไม่จ้าง โทษออกสถานเดียว คาดใช้จริง เม.ย.นี้


    นายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้จัดทำร่างคู่ มือการประเมินครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีและเลื่อนวิทยฐานะใน 4 สายงาน ได้แก่ สายงานการสอน บริหารสถานศึกษา บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ซึ่งจัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ (ว.17) ซึ่ง ก.ค.ศ.ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.52

   สำหรับ ร่างคู่มือ มีเกณฑ์และวิธีการในการประเมินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยสรุปดังนี้

  ด้านที่ 1.วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 100 คะแนน

  ด้านที่ 2.ความรู้ความสามารถ 100 คะแนน แยกเป็น 2 ส่วน คือ
1.การเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและความรับผิดชอบ 60 คะแนน พิจารณาจากหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรมที่ครูใช้สอน และแฟ้มสะสมผลงาน

2.การพัฒนาตนเอง 40 คะแนน พิจารณาจากเข้าอบรม ประชุมสัมมนา และค้นคว้าหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต และนำได้ไปจัดการเรียนการสอน รวมถึงดูวุฒิบัตร เกียรติบัตร หนังสือคำสั่งต่างๆ

   ด้านที่ 3.ผลการปฏิบัติงาน 100 คะแนน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

 
1.ผลการพัฒนาคุณภาพการทำงานในสายงาน 60 คะแนน เช่น ครู จะดูถึงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา จะดูถึงการพัฒนาสถานศึกษา

2.ผลงานวิชาการ 40 คะแนน จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอน หรืองานในหน้าที่ ซึ่งในส่วนนี้ยังแยกย่อยเป็น

1.ดูผลงานมีคุณภาพตามหลักวิชาการ และเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ 20 คะแนน

2.ประโยชน์ของผลงานนำไปใช้พัฒนานักเรียน และสถานศึกษา 20 คะแนน

    นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ร่างคู่มือนี้จะนำเสนอต่อคณะ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ เกี่ยวกับวิทยฐานะครูฯ เพื่อขอความเห็นชอบ คาดว่าภายในเดือน เม.ย.นี้ จะเริ่มนำมาใช้ประเมินได้ ทั้งนี้ ต้องฝากถึงเพื่อนครูว่าอย่าสร้างข้อมูลเท็จ เช่น ผลประเมินคุณภาพเด็กเพื่อให้ได้คะแนนประเมินสูงๆ เพราะตาม มาตรา 91 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551

       ระบุผู้เข้ารับการประเมินจะต้องไม่ลอกเลียน ไม่จ้างวาน และไม่รายงานอันเป็นเท็จ หากกระทำผิดจะมีโทษทางวินัยสูงสุด คือปลดออก หรือไล่ออก

ที่มา - สยามรัฐออนไลน์
http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=58499


        ที่กล่าวมาทั้งหมดคือหลักเกณฑ์ ที่ผู้มีอำนาจ มีหน้าที่วางไว้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ

        แต่ในเรื่องการปฏิบัติจริงจะเป็นเช่นไร ต้องคอยดูกันต่อไป  โดยเฉพาะข้อความที่กล่าวไว้ท้ายสุดของหลักเกณฑ์นี้ ที่บอกว่า

    " ผู้เข้ารับการประเมินจะต้องไม่ลอกเลียน ไม่จ้างวาน และไม่รายงานอันเป็นเท็จ หากกระทำผิดจะมีโทษทางวินัยสูงสุด คือปลดออก หรือไล่ออก"