หลักการเหมือนกัน ประยุกต์ใช้ต่างกัน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ปลูกป่า ปลูกคน ปลูกป่าในใจคน ปลูกป่าแบบปลูกเสริม ปลูกป่าแบบไม่ปลูก

          หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่สำหรับผู้บริหารระดับกลางในส่วนภูมิภาค ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
          ก่อนการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้รับทราบที่มาของหลักสูตรการบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่สำหรับผู้บริหารระดับกลางในส่วนภูมิภาค ที่สำนักงาน ก.พ.ร.เป็นผู้ริเริ่ม ประสานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้สำนักงานจังหวัดเป็นหน่วยดำเนินการประสานส่วนราชการ จัดเตรียมห้องประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ (VCS) ของกระทรวงมหาดไทย รับสมัครจังหวัดละไม่เกิน 20 คน จะเรียนทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ วิทยากรที่เชิญมาบรรยายทุกท่านเป็นผู้ทรงคุณวุติ          อาทิเช่น อาจารย์พสุ  เตชะรินทร์ อาจารย์บวรศึกดิ์ อุวรรณโณ 
          การที่จะผ่านไปถึงการฝึกปฏิบัติ จะต้องสอบผ่านทั้งระดับบุคคล กลุ่ม ตามโครงสร้างของหลักสูตร และมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะผ่านการประเมินผลตามที่กำหนดไว้ (ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต)
          จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 20 ท่าน ผ่านการประเมินผล 13 ท่าน แต่ละท่านล้วนมีความรู้ มีความสามารถ แถมมากด้วยน้ำใจทุก ๆ คน (ให้มากที่สุดพี่สมร  มาสุข สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) เพราะเป็นบุคคลที่ช่วยกระตุ้นให้เพื่อน ๆ ได้ทำแบบทดสอบภายในเวลาที่กำหนด รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เช่นการทำการบ้านเป็นทีม ต้องยกความดีและความชอบให้พี่สมร และน้องสุพจน์
          การฝึกปฏิบัติที่จะเล่าประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้ไในแง่มุมที่แตกต่างกัน เนื่องจาก สำนักงาน ก.พ.ร.เปิดโอกาสให้ผู้ผ่านการประเมินเลือกลงทะเบียนตามห้วงเวลาที่สะดวก ช่วงที่คิดว่างานยุ่งน้อยที่สุด (เลือกลงทะเบียนรุ่นระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2553 รุ่นที่ 6) ส่วนมากจะไปช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค.53 แต่ด้วยเหตุผลที่ตัวเองใช้เป็นข้ออ้างอย่างมีเหตุมีผล จึงชวนผู้ช่วยแรงงานจังหวัด (พี่บุญลอย เขียดนิล) เป็นเพื่อนในการเดินทางไปฝึกปฏิบัติ ด้วยการอำนวยการสะดวกในการเดินทางให้ทุกอย่าง (ตอบแทนความมีน้ำใจ)
          การฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรดังกล่าว ที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ฟ้าหลวง และโครงการขยายผล "ปลูกป่า ปลูกคน" บ้านปางมะหันต์ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
          การเดินทางจากนครศรีธรรมราช สู่จังหวัดเชียงราย ด้วยระยะทางที่ไกล มาถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง เพื่อนมารับไปดินเนอร์อาหารเหนือ "ร้านสลุงคำ" พักค้างในเมืองเชียงราย 1 คืน ก่อนเดินทางไปขึ้นดอย
           หลักสูตรที่กำหนด

           การพัฒนาขั้นต้นน้ำ Upstream Development
           การพัฒนาขั้นกลางน้ำ Midstream Development
           การพัฒนาขั้นปลายน้ำ  Downstream Development


           วันแรกของการเดินทางเพื่อฝึกปฏิบัติ  นั่งรถยนต์ตู้ ต่อด้วยรถยนต์ 4w เพื่อเดินทางขึ้นไปปางมะหันต์ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง ได้พบเพื่อนร่วมห้อง (น้องสุ ณิชาภัทร จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสตูล ดอยตุงลอจ์ด 209) นั่งรถยนต์ผู้ใหญ่บ้านปิติ อายุ 35 ปี  (เป็นพ่อหลวงของชาวเขาเผ่าอาข่า)รับหน้าที่ขับยนต์ของตนเองด้วยความเต็มใจ และมีมิตรสัมพันธ์ที่ดี
เดินทางถึงสำนักงานโครงการปลูกป่าปางมะหัน ย้อนหลังไปดูดอยตุงเมื่อ 22 ปีที่แล้ว โครงการปลูกป่าปางมะหัน เป็นพื้นที่ของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ ปีที่ 50 แปลงที่ FPT33 ที่ประสบปัญหาการบุกรุก เมื่อที่ พ.ศ.2548 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีความประสงค์จะทำโครงการปลูกป่าเพื่อคืนกำไรให้แก่สังคม จึงได้สนับสนุนเงินทุนให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขยายผลการพัฒนาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ และดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่ 14,015 ไร่ ใน ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ทั้งนี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้นำประสบการณ์การพัฒนาจากดอยตุงและโครงการขยายผลที่สหภาพพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" "การมีส่วนร่วม" "การปลูกคน ปลูกป่า" ตลอดจน "การปลูกป่าในใจคน" ตามแนวพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และยังนำข้อผิดพลาดของวิธีการปลูกป่าที่ดอยตุงในอดีตมาปรับปรุงการปลูกป่าที่โครงการนี้ จนกลายเป็นวิธีการ "ปลูกป่าแบบปลูกเสริม" ซึ่งทำให้ป่าโตเร็วและคงความหลากหลายทางชีวภาพไว้ได้ และยังได้ปรับปรุงวิธีการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการ "ปลูกป่าแบบไม่ปลูก" ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อขยายโครงการต่อไปที่บ้านปูนะ ในตำบลเดียวกัน การดำเนินการโครงการของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่โครงการปางมะหัน ได้สื้นสุดลงเมื่อปลายปี พ.ศ.2552 ปัจจุบันมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการทดลองปลูกชาน้ำมันในพื้นที่ปลูกป่าปางมะหันและปูนะ
          เริ่มต้นด้วยการดูการทำฝายการเกษตร (ฝายขนาดเล็ก) เป็นที่กักเก็บน้ำได้ประมาณ 30 ลบ.ม. พื้นที่ใช้สอยได้ประมาณ 5 ไร่ ส่วนมากผู้ใช้ประโยชน์จะเป็นชาวเขาเผ่าไทยใหญ่ อีก้อ มูเซอ เป็นฝายที่ชาวบ้านร่วมกันทำเองด้วยหินและไม้ไผ่ จะเลือกในทำเลที่เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ สามารถกักเก็บน้ำใช้ในการทำนาขั้นบันได และใช้ในการเกษตรได้อเนกประสงค์
         หลังจากนั้นไปดูธนาคารกองทุนสุกร (หมูพันธุ์เหมยซาน) ชาวเผ่าเลี้ยงด้วยอาหารที่ทำเองด้วยสูตร หยวกกล้วย 200 กก. น้ำตาล 4 กก. และเกลือ 1 กก. หมักเข้าด้วยกัน 7วัน ใช้เป็นอาหารของหมูเหมยซาน ตัวสีดำ (ตอนเที่ยงทานขาหมูหมั่นโถ ที่ร้านถิงถึง แต่ไม่ใช่พันธุ์เหมยซาน)
         ช่วงของการตื่นเต้นเพราะต้องนั่งรถ 4w ไปยังสำนักงานโครงการปลูกป่าปางมะหัน ด้วยถนนที่คดเคี้ยว แต่ผู้ใหญ่ปิติบอกว่าหลับตาขับได้ สร้างความหวาด ๆ เสียว ๆ ตลอดเส้นทาง ไปจนถึงยอดสันเขาปางมะหัน ใกล้ ๆ ชายแดนพม่า

        โครงการปลูกป่าปางมะหัน เป็นการปลูกป่าแบบปลูกเสริม ในเนื้อที่ 14,015 ไร่ โดยสรุปแบ่งขั้นตอนได้ดังนี้
        1.กำหนดโชน ออกเป็น 5 โชน คือ ป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ ป่าใช้สอย พื้นที่ทำกิน พื้นที่อยู่อาศัย 
        2.สำรวจข้อมูล เป็นรายหมู่ เขตปลูกป่าเป็นของใครบ้าง ปลูกอย่างไรบ้าง
        3.ภาพถ่ายทางอากาศ
        4.เดินสำรวจ 3316 ไร่ ทำทะเบียนแปลง  596  สำรวจแหล่งน้ำ 38 จุด

        การศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน
        รูปแบบและแนวทางการดำเนินการ
 - ซักถามความต้องการ
 - เริ่มดำเนินการ
 - สร้างความเข้าใจในเวลากลางคืน
 - แก้ไขปัญหาทุกฝ่าย ทุกแปลง ทุกรายละเอียด
 - คัดเลือกประเภทพันธุ์ไม้
 - ขนกล้าไม้ในพื้นที่ (ใช้วิธีการกำหนดพันธุ์เป็นสี  เช่นสีแดง  สีเหลือง สีขาว สีดำ แยกไว้เป็นกอง ๆ สำหรับใช้เป็นภาษาสัญญลักษณ์ให้ชาวเขานำพันธุ์ไม้ไปปลูกในแปลงทีกำหนดไว้)
 - กำหนดวิธีการปลูกป่า
 - ปลูกป่าอนุรักษ์
 - ปลูกป่าเศรษฐกิจ
 - จับฉลากแบ่งแปลงป่าเศรษฐกิจ
         หัวใจของโครงการปลูกป่าปางมะหัน เห็นด้วยกัน เรียนรู้ด้วยกัน หลักการ ปลูกคนปลูกป่า หลักการเหมือนกัน ประยุกต์ใช้ต่างกัน
         เป็นบทสรุปที่ได้จากการฟังบรรยาย หลักจากนั้นทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อซักถามชาวเขาที่เป็นผู้นำของหมู่บ้าน (เป็นผู้นำธรรมชาติที่ชาวเขาให้ความสำคัญมากที่สุด ผู้นำว่าอย่างไร ก็จะไปตามที่ผู้นำของตนเองตัดสินใจ) หมุนเวียนจากลุ่มป่าเศรษฐกิจ กลุ่มมวลชนชาวบ้าน กลุ่มปลูกป่าแบบปลูกเสริม กลุ่มปลูกป่าแบบไม่ปลูก
        มีประเด็นที่น่าใจมากของอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย (นายธงไชย ราชี) ได้เล่าถึงความรู้สึกของชาวเขาต่อการพัฒนาของภาครัฐ เรื่องแรก ไม่พังความคิดเห็นของประชาชน มาซ้ำเติม ไม่จริงใจ (มาเพราะถูกสั่ง) และเป็นพื้นที่อิทธิพลของชนกลุ่มน้อย  (ขุนส่า)   ความขัดแข้งของชนเผ่าต่าง ๆ พื้นที่ทุกตารางนิ้วมีเจ้าของ เป็นพื้นที่ชายขอบ จึงเป็นประเด็นปัญหาที่ยุ่งยากพอสมควร
        มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มต้นด้วยการเชิญผู้นำ หน่วยงานในพื้นที่ ชาวบ้านหมู่บ้านละ 1 คน ร่วมกำหนดแนวทางที่ชัดเจน  ดำเนินการด้วยความจริงใจและจริงจัง ทำกิจกรรมร่วมกันตลอดเวลา แก้ไขปัญหาได้ตรงตามความต้องการ ได้ผลเร็วและได้ผลผลิต ส่งมอบให้ชุมชนเป็นผู้ดูแล (จริง ๆ กระบวนการมีมากกว่านี้ แต่เขียนโดยสรุปตามที่จับประเด็นได้
        การพัฒนาต้องวัดผลและต่อเนื่อง  การวัดผล ด้วยการสำรวจวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ การสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน  ซึ่งเป็นการปลูกป่าในใจคน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการจัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจน มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน ด้วยการ "ร่วมคิด ร่วมทำ จริงจัง และจริงใจ"ยึดธรรมชาติ สัตว์ คน กินได้ มีพืชหลากหลาย คือ การปลูกป่าแบบปลูกเสริมที่โครงการปลูกป่าปางมะหัน ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 เป็นวันแรกของการฝึกปฏิบัติ(เฉพาะช่วงกลางวัน) แค่วันแรกก็เหนื่อยแล้วนะคะ มีต่อช่วงที่สอง กลางคืน นำเสนอบทเรียนที่ได้ไปศึกษา จะพยายามเขียนต่อค่ะ ด้วยการปลูกป่าแบบไม่ปลูกของปูนะ