การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ชื่องานวิจัย         การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกระบวนการนิเทศภายในของ                               ครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา

 

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา (2) เปรียบเทียบการพัฒนาด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ก่อนและหลังจากการนิเทศภายใน (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ต่อการดำเนินการนิเทศภายใน

            ประชากรประกอบด้วย ครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ที่ปฏิบัติการสอนในปีการศึกษา 2547 จำนวน 60 คน ครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ที่ปฏิบัติการสอนในปีการศึกษา 2548 จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า คือ (1) แบบสอบถามกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา มีค่าความเชื่อมัน .95 (2) แบบสอบถามการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา มีความเชื่อมั่น .96 และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของครูต่อกระบวนการนิเทศภายใน มีค่าความเชื่อมั่น .97 การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ หาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบค่าพารามิเตอร์ของประชากร

            ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา อยู่ในระดับมาก (2) การพัฒนาด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา หลังจากการนิเทศภายใน สูงกว่าก่อนการนิเทศทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน ด้านการวางแผนการสอน ด้านการเตรียมการสอน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการใช้สื่อการเรียนการสอน ด้านการวัดผลประเมินผล และ (3) ครูมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการนิเทศภายในในระดับพึงพอใจมาก

 

คำสำคัญ  การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2

               สงขลา

 

 

ผู้วิจัย                นายชัยยุทธ    บัวตูม  ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์

ปีที่วิจัยเสร็จสิ้น   2549

 

 

 

 

 

ชื่องานวิจัย         การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์                                 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราช                               วิทยาลัย สตูล ปีการศึกษา 2550-2551

 

บทคัดย่อ

 

            การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน สู่ความเป็นเลิศ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วมโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล (2) เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล  ก่อนและหลังการพัฒนา (4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขอนักเรียนโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ก่อนและหลังการพัฒนา (5) เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่อรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล

            กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เครือข่ายการมีส่วนร่วมภายในโรงเรียน และเครือข่ายการมีส่วนร่วมภายนอกโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ประกอบด้วย นักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมศักยภาพ ในปีการศึกษา 2550 จำนวน 823 คน ปีการศึกษา 2551 จำนวน 815 คน นักรเยนที่ตอบแบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2550 จำนวน 262 คน และปีการศึกษา 2551 จำนวน 261 คน ครู ปีการศึกษา 2550 จำนวน 58 คน และปีการศึกษา 2551 จำนวน 58 คน ผู้ปกครองปีการศึกษา 2550 จำนวน 262 คน และปีการศึกษา 2551 จำนวน 261 คน ผู้แทนจากเครือข่ายการมีส่วนร่วมจำนวน 21 คน ประกอบด้วย เครือข่ายการมีส่วนร่วมภายในโรงเรียน จำนวน 12 คน ได้แก่ ผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 2 คน ผู้แทนคณะกรรมการบริหารโรงเรียน จำนวน 3 คน ผู้แทนคณะกรรมการนักเรียน จำนวน 2 คน ผู้แทนเครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 2 คน ผู้แทนครู จำนวน 2 คน และผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน เครือข่ายการมีส่วนร่วมนอกโรงเรียน จำนวน 8 คน ได้แก่ ผู้แทนองค์กรภาครัฐ จำนวน 2 คน ผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน 2 คน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 2 คน และผู้แทนสถาบันศาสนา จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ และรวบรวมข้อมูล คือ (1) แบบประเมินศักยภาพด้านคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 และ 4 จำนวน 2 ชุด (2) แบบประเมินศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 และ 4 จำนวน 2 ชุด (3) แบบสอบถมความพึงพอใจของนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่อรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนสู่ความเป็นเลิศ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าความเชื่อมั่น .90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ ความความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการเชฟเฟ

            ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบที่มีความเชื่อมั่นสูง (2) เมื่อใช้รูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล นักเรียนมีศักยภาพสูงขึ้น (3) นักเรียนมีศักยภาพหลังการพัฒนาตามรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี  โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล สูงกว่าก่อนการพัฒนา (4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการพัฒนาตามรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล สูงกว่าก่อนการพัฒนา (5) นักเรียน ครู และผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายการมีส่วนร่วม โรงเรียนจุฬาราชวิทยาลัย สตูล ปีการศึกษา 2550-2551 ไม่แตกต่างกัน โดยปีการศึกษา 2551 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า ปีการศึกษา 2550

 

 

ผู้วิจัย                นายสรยุทธ     หนูเกื้อ