เรียนรู้งาน Home & Hospice Care ที่ ASSI SI HOME HOSPICE CARE
       1 อาทิตย์ที่ผ่านมาเราย้ายไปดูงานที่  Assi si home & Hospice ซึ่งเป็น 1 ใน 8 Hospice  Care ที่มีอยู่ในสิงคโปร์ และเป็นอีกที่หนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงาน Palliative care หลายที่ในประเทศไทยมาศึกษาดูงานที่นี่ และทราบจาก Dr. Tang Yew Seng Medical director ของที่นี่ ว่า wishing well foundation หรือที่เรารู้จักในนามมูลนิสายธารแห่งความหวังก็เคยมาศึกษาดูงานที่นี่ส่วนฉันเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้มีโอกาสแวะมาดูงานพร้อมกับทีมคณะพยาบาลศาสตร์ มข. แต่ดูแค่ครึ่งวัน คราวนี้มาหนึ่งอาทิตย์ เป็นประสบการณ์ที่ดีเลยทีเดียว  และรู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับโดยเฉพาะทีมพยาบาล Home care และนักสังคมสงเคราะห์ ก่อนอื่นขอเล่าถึง การให้บริการใน Hospice care แห่งนี้ก่อนนะคะ ที่นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนไข้ระยะสุดท้าย และคนไข้เรื้อรัง การบริการคลอบคลุมทั้ง In- patient ,  Home  care  และ Day care ซึ่งมีทั้งคนไข้เด็กและคนไข้ผู้ใหญ่ และ ที่น่าสนใจคือเขาจะมีClinical pastoral care  การเดินทางไปดูงานเป็นสิ่งที่ต้องบอกว่าง่ายมาก นั่งรถบัสสาย 855 จากที่พักไปถึง Thomson road ลงที่ Mac Ritchie Reservoir Bus stop แล้วก็เดินข้ามสะพานลอยไปก็ถึงแล้วใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที สังเกตง่ายคืออยู่ใกล้ Mount Alvernia Hospital   
Mission statement 
 "Assi si Home & Hospice เป็น โรมันคาทอริกที่จัดการบริการเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายทั้งใน In- patient   Home  care  Day care ซึ่งมีทั้งคนไข้เด็กและคนไข้ผู้ใหญ่"
 Vision  คือ
 "เราจะเป็นศูนย์บริการชั้นนำและเป็นเลิศในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยความเข้าใจเห็นอกเห็นใจและเห็นถึงความเป็นบุคคล"
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากที่นี่คือรูปแบบการทำงานของ Hospice care 
1.  เขามีทีมสหสาขาวิชาชีพที่เข้มแข็งมีนักสังคมสงเคราะห์และพยาบาล Home Careที่ร่วมมือร่วมใจกันดีมากๆ เฉพาะพยาบาล Home care 5 คนนักสังคมฯ 5 คน มีนักกายภาพบำบัด แพทย์  และอีกอย่างที่นี่จะมี Postural care counselors ที่เชี่ยวชาญและได้รับการTrain จากประเทศ Island   Postural care อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ในบ้านเรา ซึ่งมาที่นี่ฉันได้เรียนรู้  แนวทางเลือกในการดูแลสุขภาพจิต ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจ ร่างกายและจิตวิญญาณ ยกตัวอย่างจะคล้ายๆ กับเเนวทางที่พระไพศาล วิสาโลท่านสอนวิธีการช่วยเหลือคนไข้ระยะสุดท้ายก็คือ การช่วยเขาเเก้ conflict ในใจช่วยปลดเปลื้องสิ่งที่ค้างคาใจเพื่อให้จากไปอย่างสงบ  การขออโหสิกรรม ฟังไปฟังมามี Bereavement care เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  เป็นการฟื้นฟูและ เสริมพลังอำนาจจิตใจของคนที่อ่อนแอ  คนที่กำลังจะเสียชีวิต ตลอดทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งให้บริการไม่เฉพาะคนไข้ เเต่ยังคลอบคลุม ทีมสุขภาพใน Assisi ด้วย
2.  คนไข้ที่มาที่นี่จะเป็นคนไข้ Palliative care 90% เป็นคนไข้มะเร็งส่วน non- cancer น้อยส่วนใหญ่จะrefer มาจากโรงพยาบาลต่างๆในสิงคโปร์  มีมาจากบ้านโดยตรงบ้างเหตุผลของการมาอยู่ที่นี่คือ
  • Pain symptom control
  • Psychosocial issue
  •  Shared  care
  •  Terminal care
  • Drug titration
  •  Other……………………….
3.  การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่สำคัญคือเอื้อต่อการเยียวยา
(Healing environment)
4.  ประสบการณ์การออกเยี่ยมบ้านกับทีม Home care จะขอเล่ารายละเอียดในบันทึกต่อไป
5.  ทีม MEETING ที่ต้องบอกว่าเอาจริงเอาจังบางวันเสร็จหกโมงเย็น จะเป็นการพุดคุยถึง case ผู้ป่วยในประเด็นหลากหลายเช่น pain control ,psychosocial&spiritual care ,physical care ,family problem , financial problem
6.  A  TIME TO REMEMBER เป็นนาทีรำลึกถึงคนไข้ที่จากไปโดย Dr. Tang เป็น Facilitator จะมีรายชื่อคนไข้ที่เสียชีวิตระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม- 12 กรกฎาคม ก่อนเริ่มให้ทุกคนนั่งหลับตาเพื่อทำสมาธิเเละนึกถึงผู้ที่จากไปทั้งคนไข้ในเเละ Community care  ว่าเราจดจำอะไรเกี่ยวกับเขาได้บ้าง ประทับใจอะไร เราได้ทำอะไรให้เขาบ้าง ได้เรียนรู้อะไร จากคนไข้แต่ละคน
7.  มีทีมจิตอาสาจากทุกที่และมาจากหลายสาขาอาชีพ ทันตแพทย์
นักเรียน บุคคลทั่วไป
8. Bereavement care ที่เป็นเรื่องที่ฉันสนใจ ที่นี่คนที่ทำหน้าที่นี้คือ นักสังคมสงเคราะห์ เเละตอนนี้ที่สิงคโปร์เขากำลังตื่นตัวเเละมี Project ใหญ่ในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของ Bereavement co- ordinator โดยมีระยะเวลา 3 ปี น่าสนใจมาก ฉันได้ขอ Email ของน้องนักสังคมฯ ไว้เเล้วเพราะคิดว่าคงจะได้ติดตามเรื่องนี้ต่อไปเพื่อนำไปพัฒนาที่บ้านเราบ้าง น้องบอกว่า bereavement care เราไม่สามารถทำได้ทุกคนเพราะคนไข้ที่เสียชีวิตเยอะมากๆ เเต่จะตามเฉพาะ case ที่มีปัญหาที่ cope ไม่ได้ case ที่มีความเสี่ยงที่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน คงจะพยายามต่อไปสำหรับงาน Bereavement care ในบ้านเรา
คราวนี้มาชมภาพประกอบกันดีกว่านะคะ

 

จากซ้ายจิ๋ม Dr. Yung หมอจากฮ่องกงซึ่งมาดูงานเช่นกัน เเละฉัน ถ่ายหน้าทางเข้าค่ะ
 

 

 ฉันเเละเพื่อน จิ๋ม ถ่ายภาพมุม DAY CARE สำหรับเด็กป่วย

 

ภาพวาดหน้าทางเข้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาทอริก

 

ถ่ายภาพกับ Staff Nurse ของที่นี่

 

 

ภายในพื้นที่พักผ่อนDAY CARE สำหรับคนไข้ผู้ใหญ่สำหรับนั่งเล่นดูทีวี

 

การจัดสิ่งเเวดล้อมรอบนอก ดูเเล้วสดชื่น

 

น้ำตกเย็นใจ

 

มุมสบาย สบาย

 

ห้องกิจกรรมสัมพันธ์ สำหรับออกกำลังกาย ทำกายภาพโยคะ
เเละการจัดกิจกรรมจากทีมจิตอาสาก็จะใช้ห้องนี้

 

อีกมุมหนึ่งของ Assisi Home

 

มุมคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กๆ

 

บันทึกหน้าจะมาเล่าประสบการณ์ งานเยี่ยมบ้านในสิงคโปร์นะคะ
อย่าลืมติดตามตอนต่อไป