กรมวิชาการเกษตรได้ฤกษ์ปล่อยแตนเบียนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูแล้ว วันที่ 17 กรกฏาคม 2553 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น หลังจากผ่านการศึกษาผลกระทบต่อพืชและสิ่งแวดล้อมต่างๆ แล้ว ยืนยันว่าปลอดภัย กรมวิชาการเกษตรจึงอนุญาตให้สามารถปล่อยแตนเบียนในสภาพแปลงเกษตรกรได้เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2553 นี้ ซึ่งจะเป็นทางรอดในการสู้วิกฤตเพลี้ยแป้งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา การระบาดของเพลี้ยแป้งเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญของการระบาดอย่างกว้างขวางคือ ไม่มีแมลงศัตรูธรรมชาติคอยควบคุม การแพร่กระจายโดยลม และการใช้ท่อนพันธุ์ที่มีเพลี้ยแป้งอาศัยอยู่ไปปลูกโดยไม่มีการจัดการให้ท่อนพันธุ์สะอาดก่อน หลายหน่วยงานพยายามมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหา กรมวิชาการเกษตรได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาวิธีในการควบคุมทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อให้การควบคุมได้ผลอย่างยั่งยืน แตนเบียนนี้ กรมวิชาการเกษตรนำเข้ามาจากสาธารณรัฐเบนิน เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 จำนวน 500 ตัว เป็นแมลงขนาดเล็ก มีลำตัวยาว 1.2-1.4 มิลลิเมตร สีดำสะท้อนแสง เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้ ปล้องฐานหนวดส่วนที่ต่อจากหัวมีลักษณะเป็นแผ่นแบนขนาดใหญ่กว่าหนวดปล้องอื่น ๆ ส่วนเพศผู้มีปล้องหนวดเรียวยาวทุกปล้อง
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ เกษตรกรเข้าร่วมงานพร้อมรับแตนเบียนไปปล่อยในไร่ของตนเองได้ ในวันที่ 17 กรกฏาคม 2553 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น และ 19 กรกฏาคม 2553 ที่สถาบันวิจัยมันสำปะหลังแห่งประเทศไทย
เริ่มขยายผลโดยการปล่อยแตนเบียนที่กรมวิชาการเกษตรร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยมันสำปะหลังแห่งประเทศไทยทดลองวิธีการขยายพันธุ์แคนเบียน การใช้แตนเบียนควบคุมเพลี้ยแป้ง ในพื้นที่ของมูลนิธิฯ ซึ่งประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงและการใช้แตนเบียนควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง โดยมุลนิธิเป้นกำลังสำคัญในการขยายและกระจายแตนเบียนไปยังพื้นที่ปลูกที่สำคัญของประเทศ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังและเกษตรกรผุ้ปลูกมันฯ
วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 พิธีมอบแตนเบียนให้กับสมาชิกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยและเกษตรกรที่สถาบันวิจัยมันสำปะหลังจึงเป้นโอกาสที่เหมาะสมในการกระจายแตนเบียนสู่แปลงเกษตรกร ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการศึกษาทดลอง ทดสอบจนแน่ใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อการเกษตรบ้านเรา ในงานยังมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะขนายแตนเบียน การปล่อยและอนุรักษ์แตนเบียนในสภาพแปลง ซึ่งจำเป้นต้องให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมี เนิ่องจากแตนเบียนเป็นสิ่งมีชีวิต และการควบคุมเพลี้ยแป้งให้ได้ผลต้องใช้ศัตรูธรรมชาติหลายชนิด การปลุกมันจะใช้สารเคมีเฉพาะเรื่องการเตรัยมท่อนพันธู์ก็เพียงพอ เนื่องจากท่อนพันธุ์ช่วงนี้ยังมีเพลี้ยแป้งอยู่มาก
งานนี้ต้องมีแตนเบียนเป้นพระเอก เพราะสามารถควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูอย่างได้ผล ซึ่งผลการทดลองทดลอบที่สบันวิจัยมูลนิธิ ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยองและศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น สามารถยืนยันได้ 2ใน 3 แห่งคือยกเว้นศูนย์ระยองเคยมีประสบการณืใช้สารเคมีแบบปูพรมแล้วไม่ได้ผล ปัจจุบันมุลนิธิจะเป้นแหล่งผลิต และขนายแตนเบียนขนาดใหญ่ แต่เกษตรกรก็สามารถเข้าถึงได้จากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พวกเราก้หวังว่าแล้งที่จะถึงนี้เราจะมีอาวุธเพียงพอในการต่อสู้กับเพลี้ยแป้ง
ผมอยากได้แตนเบียน มาปล่อยที่ไร่ หาได้จากที่ไหนครับ มีขั้นตอนอย่างไร ตอนนี้มันอายุ6เดือนต้นสูงพ่นยาไม่ได้แล้ว อยากได้แตนเบียนมาควบคุม
หน้าฝนไม่ต้องใช้สารเคมีแล้ว ธรรมชาติจะควบคุมเองได้ผลกว่า เกษตรกรต้องหมั่นตรวจแปลงว่าเริ่มมีการระบาดหรือยัง
ท่านอยู่ที่ไหน หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรที่อยู่ใกล้เคียงช่วยได้ แจ้งข่าวมา แต่เกษตรกรต้องแน่ใจว่าเพลี้ยแป้งที่ระบาดเป็นเพลี้ยแป้งสีชมพู การควบคุมจึงจะได้ผล และงดการใช้ยาฆ่าแมลงทุกชนิด
ผมอยู่ อำเภอน้ำยืน จ.อุบล ครับ เพลี้ยแป้งที่พบในแปลง เป็นชนิดเพลี้ยแป้งสีชมพู