ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น
เสาวลักษณ์ ตั้งตระกูล (Saowalak Tangtrakul)* ดร.เศกสรรค์ ยงวณิชย์ (Dr.Sekson Yongvanit)**
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น และแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จแก่ผู้บริหารเทศบาล โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม จากพนักงานเทศบาลนครขอนแก่น และประธานชุมชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 157 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้รู้ จำนวน 15 คน เรียบเรียงข้อมูลตามหมวดหมู่เพื่อประกอบการอธิบาย
ผลการศึกษา พบว่า ผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่นมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านการกระตุ้นการทางปัญญา ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และ ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ตามลำดับ ส่วนแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลที่สามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ พบว่าผู้บริหารควรมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์และสามารถถ่ายทอดไปยังผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี เป็นแบบอย่างที่ดี ให้กำลังใจผู้ร่วมงาน พูดชักจูงให้เกิดแรงบันดาลใจในการปฏิบัติงาน รับฟังปัญหาพร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไข เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของผู้ร่วมงาน มอบหมายงานอย่างชัดเจน
สรุปและอภิปรายผลการศึกษา
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านการกระตุ้นการทางปัญญา ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และ ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายละเอียดในแต่ละด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ที่ผู้บริหารมีมากกว่าด้านอื่นๆทั้งนี้เนื่องจาก ผู้บริหารมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง ซึ่งทำให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลให้สามารถดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อีกทั้งผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น มีวิสัยทัศน์ที่ดีตลอดจนมีความสามารถในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ไปสู่ผู้ร่วมงาน ทำให้มีความเข้าใจตรงกันในการที่จะพัฒนาองค์การไปสู่เป้าหมายได้ อีกทั้งในการจัดทำวิสัยทัศน์ เป็นการกำหนดจากทุกส่วนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร พนักงานในส่วนผู้ปฏิบัติ และประชาชนในส่วนผู้เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะต้องใช้ข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาร่วมวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค
ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเนื่องมาจาก ผู้บริหารแสดงออกอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายในการพัฒนาองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวย้ำบ่อยๆในที่ประชุมพนักงานและที่ประชุมชุนชน เพื่อรับทราบเป้าหมายร่วมกัน ตลอดจนผู้บริหารตั้งมาตรฐานงานไว้สูงเพื่อท้าทายความสามารถของผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นหลักในการบริหารทั่วไปที่ผู้นำจะกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเกิดแรงบันดาลใจหรือแรงจูงใจในการทำงาน
ด้านการกระตุ้นทางปัญญา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารมีการกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือการแก้ปัญหาอยู่เสมอ ไม่ยึดติดอยู่กับกรอบระเบียบ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเสนอแนวทางหรือทางเลือกใหม่ๆในการทำงาน และที่สำคัญผู้บริหารจะเน้นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานมากกว่าผลลัพธ์ของงาน ซึ่งผู้บริหารมองว่าหากพนักงานมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ หาสาเหตุหรือที่มาของปัญหาได้ มีการคิดเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน รู้ว่าปัจจุบันกำลังทำอะไรอยู่ และอนาคตจะไปถึงไหน จะไปอย่างไร หากพนักงานสามารถเรียนรู้อยู่กับตัวเองแล้วอธิบายได้ ซึ่งประเด็นนี้คือการกระตุ้นทางปัญญาอย่างแท้จริง
ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากแต่น้อยกว่าด้านอื่นๆ อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารใช้หลักการบริหารของโลกตะวันออก มาเป็นแนวคิดในการบริหาร ที่มองว่ารางวัลของคนรับผิดชอบคือความสำเร็จของงาน มนุษย์จะเกิดความภาคภูมิใจเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นการเสพความสุขจากความภาคภูมิใจ จากผลสัมฤทธิ์ของงาน ให้ความรู้สึกทางคุณค่าของจิตใจ ไม่ได้ตีค่าเป็นวัตถุหรือรางวัล ทำให้ผู้ร่วมงานประเมินภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในด้านนี้ของผู้บริหารอยู่ในระดับน้อยกว่าด้านอื่นๆ
ข้อเสนอแนะ
ในการศึกษาครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา และข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ที่ผู้บริหารเทศบาลมีน้อยกว่าทุกๆด้านนั้น ควรได้รับการพัฒนาให้อยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับด้านอื่นๆ โดยผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพ การสร้างขวัญและกำลังใจโดยการกล่าวยกย่อง ชมเชย อย่างจริงใจ ทั้งนี้เพราะองค์กรจะสามารถขับเคลื่อนได้ บุคลากรในองค์กรต้องมีคุณภาพ หากบุคลากรได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจากผู้บริหาร ได้รับการยอมรับ รู้สึกว่าตนมีความสำคัญและมีคุณค่าต่อองค์กร ย่อมจะส่งผลดีต่อประสิทธิผลขององค์กรไปด้วย
2) ผู้นำที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่เพียงแต่มุ่งให้เป้าหมายขององค์การสำเร็จเท่านั้น แต่ควรทำให้ผู้ร่วมงานมีความสุขใจด้วย นั่นคือผู้นำควรจะควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆก็ตาม โดยการใช้เชาวน์อารมณ์ หรือความฉลาดทางอารมณ์ หากผู้บริหารสามารถควบคุมอารมณ์ในการปฏิบัติงานได้ ย่อมจะทำให้ความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรเพิ่มตามไปด้วยในที่สุด
ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา
จากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า ผู้บริหารมีบุคลิกที่มีลักษณะ คิดเร็ว ทำเร็ว ตัดสินใจเร็ว ซึ่งเป็นข้อดีในการบริหาร แต่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายจากการตัดสินใจนั้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารควรมีกระบวนการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และควรมีข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ หรืออาจใช้กระบวนการกลุ่มช่วยในการตัดสินใจ เพราะการะดมสมองจากหลายฝ่ายหลายความคิดจะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากความเร่งรีบได้