ภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหารการศึกษาต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษา

ภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหารการศึกษาต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษา: กรณีศึกษาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จังหวัดสงขลา

                                                                                                                                เพ็ญศรี  พิทักษ์ธรรม มัชฌิมาภิโร*

 

บทคัดย่อ

                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะความเป็นผู้นำในด้านคุณลักษณะเฉพาะของผู้นำ และพฤติกรรมความเป็นผู้นำต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาของผู้บริหารการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในจังหวัดสงขลา โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารการศึกษา อันประกอบด้วย คณบดี รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี หัวหน้าภาค  หรือผู้อำนวยการโครงการ และอาจารย์สายวิชาการ จากตัวอย่าง 296 คน จำแนกเป็นผู้บริหาร 50 คน และอาจารย์สายวิชาการ 246 คน เป็นหญิงร้อยละ 54.1 อายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 38.5 วุฒิการศึกษาสูงสุดในระดับปริญญาโท ร้อยละ 74.0 ประสบการณ์ทำงานต่ำกว่า 10 ปี ร้อยละ 41.6 มีประสบการณ์ในระดับอุดมศึกษาต่ำกว่า 10 ปี ร้อยละ 59.5 เคยมีประสบการณ์ฝึกอบรม ศึกษา ดูงานด้านการบริหาร ร้อยละ 57.8 ตัวอย่าง 1 ใน 3 ของตัวอย่างเคยดำรงตำแหน่งคณบดี รองคณบดี และผู้ช่วยคณบดี

                ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มอาจารย์มีความเห็นว่าผู้บริหารการศึกษามีคุณลักษณะทางกายและสังคม คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ และคุณลักษณะทางทักษะโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับดี  เช่นเดียวกันในกลุ่มผู้บริหารแต่ค่าเฉลี่ยของคะแนนต่ำกว่ากลุ่มอาจารย์    ทั้งผู้บริหารและอาจารย์มีความเห็นว่าพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารการศึกษามีลักษณะแบบอำนาจบารมี  แบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน แบบเน้นการมีส่วนร่วม  และแบบนักพัฒนาในระดับมาก  ยกเว้นพฤติกรรมการบริหารงานแบบเน้นการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งผู้บริหาร และอาจารย์เห็นว่าอยู่ในระดับปานกลาง  สำหรับประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาในภาพรวมแล้ว ผู้บริหาร และอาจารย์มีความคิดเห็นว่าอยู่ในระดับปานกลาง โดยที่คะแนนเฉลี่ยความคิดเห็นในกลุ่มอาจารย์ต่ำกว่ากลุ่มผู้บริหารในทุกด้านของกระบวนการบริหารการศึกษา  และเมื่อวิเคราะห์เส้นทางเพื่อศึกษาภาวะความเป็นผู้นำต่อประสิทธิผลกระบวนการบริหารการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีผลทางตรง คือ พฤติกรรมพฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นการกำกับดูแล  พฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน  และพฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นการมีส่วนร่วม ปัจจัยที่มีผลทางตรงและทางอ้อม คือ คุณลักษณะทางทักษะ และปัจจัยที่มีผลทางอ้อม คือ คุณลักษณะทางกายและสังคม และคุณลักษณะทางบุคลิกภาพ  ข้อเสนอแนะคือ การส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้บริหารการศึกษามีองค์ประกอบคุณลักษณะทางทักษะ และบริหารงานแบบเน้นการมีส่วนร่วม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้นำมีความสามารถและทักษะในกระบวนการบริหารการศึกษาเพิ่มขึ้น

7. บทสรุปและข้อเสนอแนะ             

                สรุป

                จากผลการวิเคราะห์เส้นทางประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาสรุปได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรภายในส่วนใหญ่ตรงตามสมติฐานที่ตั้งไว้  โดยตัวแปรที่มีผลทางตรงต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาของผู้บริหารการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ พฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นการกำกับดูแล  พฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน  และพฤติกรรมความเป็นผู้นำแบบเน้นการมีส่วนร่วม ในขณะที่คุณลักษณะทางทักษะมีผลทางตรงต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษา และยังมีผลทางอ้อมผ่านแบบพฤติกรรมความเป็นผู้นำ  ส่วนตัวแปรคุณลักษณะทางกายและสังคม และคุณลักษณะทางบุคลิกภาพมีผลทางอ้อมต่อประสิทธิผลในกระบวนการบริหารการศึกษาโดยผ่านตัวแปรภายใน คือ แบบพฤติกรรมความเป็นผู้นำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และทำให้แบบจำลองเส้นทางมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะอธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลได้อย่างเป็นระบบ

                ข้อเสนอแนะ

                1) จากผลการวิจัยทำให้พบว่า คุณลักษณะสำคัญของผู้บริหารการศึกษาที่พึงจะมีเพื่อให้การบริหารจัดการการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ คือ  คุณลักษณะเฉพาะของความเป็นผู้นำ ด้านทักษะ และบุคลิกภาพ และควรมีการพัฒนาคุณลักษณะทางกายและสังคม เพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้นำมีคุณลักษณะเชิงทักษะ และบุคลิกภาพดีขึ้น ดังนั้น ควรจัดให้มีการพัฒนาคุณลักษณะดังกล่าวในกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งอาจกระทำได้หลายวิธี เช่น การฝึกอบรม การสัมมนา การศึกษาดูงาน และการใช้บทเรียนโปรแกรม เป็นต้น และผู้บริหารเองควรมีพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

                2) พฤติกรรมความเป็นผู้นำในการบริหารการศึกษาของผู้บริหารการศึกษา ควรเป็นแบบเน้นการมีส่วนร่วม แบบเน้นความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน และแบบเน้นการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ตามลำดับ

                3) ควรมีการพัฒนาองค์ประกอบภาวะความเป็นผู้นำด้านความสำเร็จของงานในคณะวิชา การวินิจฉัยสั่งการ ความพึงพอใจในงานของผู้ร่วมงาน และการพัฒนาผู้ร่วมงาน เนื่องจากผลการศึกษาได้พบว่า องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิผลหรือความสำเร็จอยู่ในระดับเพียงปานกลาง และผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ร่วมงานยังมีความเห็นต่อประสิทธิผลของการบริหารจัดการโดยรวมในระดับแค่ปานกลางเท่านั้น

                4) ควรมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการบริหารต้องผ่านการฝึกอบรม หรือพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำทั้งทางด้านกายและสังคม บุคลิกภาพ และคุณลักษณะเชิงทักษะ รวมทั้งความสามารถและทักษะในกระบวนการบริหารจัดการมาก่อน