กานต์
นาย เสกสรร กานต์ สิงห์ทร

เรื่องเล่าจากอนามัย 2


ชนะใจเยี่ยมบ้าน

เรื่องเล่า อาแผ่

สถานีอนามัยบ้านสันติคีรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

 

เจษฎาภรณ์ สิงห์ทร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

นภาพร วงค์ปิน นักวิชาการสาธรณสุข

 

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานที่สถานีอนามัยประมาณ 1 ปี สังเกตได้ว่าอาแผ่จะเดินทางมาที่สถานีอนามัยในช่วงเวลา 11.30-12.00 น. เดือนละครั้งหรือ 2 เดือนครั้ง เพราะมารับยาลดความดันโลหิต ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว...ไม่เห็นหน้าอาแผ่ วันนี้เธอมารับบริการจึงถามอาแผ่ว่าทำไมไม่เห็นมาเอายาเลย เธอสบตามองเจ้าหน้าที่อย่างช้าๆ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน และมีสีหน้าที่อ่อนล้า และค่อยๆพูดว่า ตอนนี้เดินไม่ไหวแล้ว ไปไหนมาไหนไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีคนมาส่ง ลูกชายก็ไม่ว่างมาส่งเพราะต้องไปทำงาน บางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องวานให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้ หรือคนขับรถสอ.ไปส่งที่บ้านหรือฝากให้ชาวบ้านที่อยู่บ้านใกล้ๆ ไปส่งที่บ้าน ครั้งหนึ่งที่เธอติดรถเจ้าหน้าที่ออกไปแล้วลืมไม้เท้าไว้ที่สถานีอนามัย เธอจะวานให้คนมาเอาให้เพราะถ้าไม่มีไม้เท้าเดินก็เดินไม่ไหว

โรคความดันโลหิตสูงคอยรุมเร้าเธอมาประมาณ 6-7 ปี เธอกินยาไม่ต่อเนื่อง ทางสถานีอนามัยได้ให้ความรู้และแนะนำไปโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อตรวจสุขภาพเพิ่มเติม เพราะระดับความดันโลหิตสูงมากกว่า 150 ตลอดไม่ลด บุตรสะใภ้ชอบพูดเสียงดังและตะหวาดใส่อาแผ่อยู่ตลอด ปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัวไม่ราบรื่นมากนัก ตลอดเวลาที่เจ้าหน้าที่ออกไปเยี่ยมบ้าน อาแผ่อยากไปโรงพยาบาลแม่จัน ตามคำแนะนำ แต่ติดที่ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือญาติไม่ให้ไป ทางเจ้าหน้าที่มีความเห็นอกเห็นใจ และเกิดความสงสาร ก็ได้แต่ทำตามหน้าที่โดยให้คำแนะนำและพูดคุยกับญาติให้เขาเข้าใจ และก็มี อสม. เป็นตัวช่วยอีกแรงหนึ่งในการพูดคุย

 

ภายในบ้านมืดสลัว พบอาแผ่นอนอยู่บนที่นอนเก่าๆ เธออยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เจ้าหน้าที่เข้าไปเรียกหาอาแผ่ พอเธอได้ยินเรียก ใบหน้าที่เหี่ยวย่นก็เริ่มมีรอยยิ้ม มีท่าทางดีใจทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ เธอพยายามกวักมือเรียกให้เข้าไปหา เมื่อเข้าไปนั่งใกล้ๆ เจ้าหน้าที่ได้พูดกับเธอโดยผ่านล่ามว่า

หญิงหม้ายชาวอาข่าวัย 84 ปี อยู่บ้านตงจาใส ห่างจากสถานีอนามัย 2 ก.ม. มีบุตร 4 คน ซึ่งได้แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมด เธออาศัยอยู่กับลูกชายคนโตและครอบครัวซึ่งอยู่บ้านหลังเดียวกัน หลานๆ อายุราว 4 ขวบ อาจซนตามประสาเด็ก บุตรชายเป็นเสาหลักในบ้านซึ่งมีหน้าที่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว อาชีพหลักคือรับจ้างทำไร่ และเด็ดยอดชา จากคนจีนละแวกในหมู่บ้าน หรือหมู่บ้านใกล้ๆ ในวันหนึ่งๆได้รายได้ ประมาณ 80 – 100 บาทต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอกับรายได้ของครอบครัว อาแผ่จะช่วยงานบ้านหรือทำสวนข้างๆบ้าน โดยจะปลูกผักกาดตามประสาผู้สูงวัย เธอเป็นคนรูปร่างเล็ก ผิวหนังเหี่ยวย่น ผิวคล้ำ ใช้ไม้เท้าที่ทำจากด้ามร่มเก่า ช่วยประคองเวลาเดินไปมาหรือเดินมารับบริการที่สถานีอนามัยประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ข่าวจากอสม.พี่หยง ซึ่งอยู่ข้างบ้านแจ้งว่า ผู้ป่วยนอนป่วยอยู่ที่บ้าน สภาพโดยทั่วไปที่พบคือ แขนข้างซ้ายอ่อนแรง ยกไม่ได้มา 2-3 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เป็นรุ่นน้องเข้าไปเยี่ยมบ้านบอกว่า แขนซ้ายยกแขนได้เล็กน้อยราบกับพื้นไปมา และพูดมุมปากซ้ายบิดเบี้ยว ขาซ้ายยกระนาบกับพื้น เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อธิบายให้และให้เหตุผลทั้งผลดีของการไปโรงพยาบาลแต่ญาติก็ยังปฏิเสธ เพราะมีความเชื่อว่าถ้าผู้ป่วยมีอาการป่วยหนักก็ขอให้ตายที่บ้านดีกว่า เจ้าหน้าที่จึงได้สอนวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพ แขนขา 2 ข้าง และให้ยารับประทาน รุ่นน้องเล่าว่า น่าสงสารจังเลยพี่อยากช่วย ดูท่าทางยายเค้าอยากให้เราช่วยนะ แต่ญาติปฏิเสธตลอดเวลา “ อสม.ก็ช่วยพูด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ในเดือนมีนาคมได้มีการ ประชุมประจำเดือน ของ อสม. เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามจากอสม. ได้ข้อมูลว่า “ ญาติช่วยทำไม้ยัน ลักษณะคล้ายๆราวตากผ้า ให้ยายอาแผ่ไว้ประคองเวลาลุก แกก็กินยาทุกวันนะ พูดได้มากขึ้นปากไม่มีบิดเบี้ยว “ ในวันต่อมาจึงชวนรุ่นน้องไปเยี่ยมบ้านอาแผ่ ฝากรถไว้บ้านข้างบนและเรียกพี่หยง อสม. ข้างบ้านไปด้วย เพราะทางลงไปบ้านชันมากๆ และเป็นทางลูกรังแคบๆ สภาพบ้านเรือนที่พบ เป็นบ้านอาข่าที่สร้างด้วยไม้ไผ่ มุงคายกสูงประมาณ 1 เมตร ภายในบ้านมีพื้นที่ ประมาณ 6*6 เมตร ด้านซ้ายแบ่งเป็น 2 ห้อง ห้องแรกมีที่นอนเก่าๆ ม้วนไว้มุมหนึ่งของห้องกับมุ้งเก่าๆ และมีลังเสื้อผ้าวางไว้ข้างๆ อีกมุมหนึ่งด้านขวาในบ้านมีกองไฟเล็กๆ ที่ใช้หุงหาอาหาร ข้างฝามีถ้วยชามและใบหม้อแกงสีดำใบเก่าๆ 2 ใบ อาผี่สบายดีไหม ดูสบายดีกว่าครั้งก่อนมากเลย “ อาแผ่ค่อยๆประคองตัวเพื่อลุกนั่ง ดูแขนซ้ายยกได้บ้างแต่ไม่มากนัก Mได้ระดับ 3 ส่วนเท้า Mระดับ 4 ซึ่งเห็นได้จากการใช้แขนขวาช่วยประคอง คุยกันไปสักพัก ลูกชายและลูกสะใภ้ก็กลับมา จึงได้สอบถามถึงอาการของอาแผ่ บุตรชายบอกว่า ช่วยทำราวให้แกพยุงตัวเกาะ เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือหัดเดิน ข้างๆที่ติดกับราวมีผ้าสีดำที่ตัดเป็นเส้นยาวๆ ยาวพอๆกับราว ถามว่าใช้ทำอะไร สะใภ้บอกว่า ให้แกถือยกไปเหวี่ยงไปมา หรือใช้ดึงขึ้น เพื่อประคองจับราว ส่วนข้างราวมีรูขนาดสัก 1 คืบ มองเห็นด้านล่างใต้ถุง แกบอกว่า ไว้ให้แกปัสสาวะและขับถ่าย เจ้าหน้าที่ได้สอนทำกายภาพบำบัด โดยการยกแขน ขา กระดิกเท้าไปมา ถามถึงยาที่กินอยู่ เพราะอาแผ่บอกว่ากินยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ที่สถานีอนามัย ระดับความดันไม่ลดลงแต่ก็ไม่มีอาการปวดศีรษะ และญาติจึงเปลี่ยนให้กิน Atenolon 5 mg กินวันละ1ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด ซื้อจากสถานพยาบาลเอกชนในหมู่บ้านแม่สลองมารับประทาน ครั้งนี้เจ้าหน้าที่แนะนำให้ญาติพาไปโรงพยาบาลอีกครั้ง ญาติบอกว่าอาการดีขึ้น ลองกินยาดูก่อน สักพัก เจ้าหน้าที่จึงรู้สึกหมดหวังในการเจรจา ทั้งๆที่จะเป็นคนอาสาพาไปส่งที่โรงพยาบาลเอง แต่ญาติก็ไม่ยอม พูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เจ้าหน้าที่ จึงขอตัวกลับสถานีอนามัย จึงเหลือบไปมองอาแผ่ เธอมีสีหน้าเศร้าๆ คล้ายๆว่า ไม่อยากให้เรากลับ และพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆเป็นภาษาอาข่าว่า วันหน้ามาหาเราอีกนะ ถ้าเดินได้ไปหาที่สถานีอนามัย “ ฟังภาษาอาข่าไม่ออก อสม.เป็นคนแปลให้ฟัง เรา 2 คนกับรุ่นน้องมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มให้แก แล้วจึงเดินออกมา คิดว่าต่อไปชีวิตของอาแผ่จะเป็นอย่างไร……………….

หมายเลขบันทึก: 375854เขียนเมื่อ 16 กรกฎาคม 2010 19:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มิถุนายน 2012 20:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)
  • สวัสดีค่ะ
  • ขอชื่นชมการทำงานของชาว รพ.สต. นะคะ
  • เป็นการทำงานที่ตรงกับพันธกิจของชาวเรามากๆค่ะ
  • การช่วยเหลือดูแลผู้เจ็บไข้ได้พ้นทรมาน
  • ยังมีหลายชีวิตที่ยังรอความช่วยเหลือจากเรานะคะ
  • เราสามารถเป็นทุกอาชีพ สำหรับคนไข้
  • ปรบมือให้ดังๆค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้นะคะ
  • สวัสดีค่ะ
  • ขอชื่นชมในความตั้งใจ
  • และเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี