ตอนนี้หยกอยู่ชั้นอะไรแล้ว ปอหกแล้วครับ อยากเล่าเรื่องสตางค์ต่อ น้องหยกเค้าได้จัดการกระเป๋าของตนเองมาได้3 ปีแล้วมั้ง ก็ดีครับ ช่วงหลังเค้าโตขึ้นมากก็ต้องกินมาก ก็ใช้สตางค์มาก
จากหลักการใช้เงินที่เราได้ตกลงกันไว้ ช่วงนี้หยกจำเป็นต้องยืมจากกระเป๋าซ้าย จนกระเป๋านี้แห้งอยู่บ่อย ผมก็แนะนำให้เพิ่มเงินเข้ากระเป๋าขวา เค้าทำตามผลที่ได้ก็สบายอิ่มท้อง พอใจขึ้น
ในวันนี้หยกเมื่อรับเงินมาจะต้องแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ใส่กระเป๋า 10 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 บาท และก็ใส่กระเป๋าซ้าย 1 บาท จึงทำให้กระเป๋าขวาที่ใช้จ่ายทุกวัน ก็มีเงินอยู่ 13 บาท
เมื่อผมถามว่าเป็นอย่างไรบ้างเค้าก็บอกว่าดีขึ้นเยอะเลยพ่อ จากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ
ในช่วงนี้เค้าเองต้องเรียนพิเศษเพิ่มก็เลยได้เงินเพิ่มขึ้นอีก 5 บาท จึงทำให้เช้าขึ้นมารับเงินจากคุณพ่อ 20 บาท ทำให้มีเงินใช้จ่ายวันละ 18 บาท ซึ่งมากขึ้นกว่าเดิม 5 บาท จึงทำให้เค้ามีเงินมาซื้อขนมมากขึ้น เมื่อถามเค้าก็รู้สึกว่าชอบมากๆ มีเงินใช้คล่องดี
จริงๆ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่ามันฝืดเคืองหรือลำบากมากนะ แต่ความเดิมก็คือหยกเค้าได้เริ่มการทำแบ่งกระเป๋ามานานแล้ว และมีเงินอยู่ในกระเป๋าที่สามารถจะยืมกันไปมาได้
จึงทำให้ในแต่ละวัน คุณพ่อจ่ายเพียง 15 บาทก็จริง แต่หยกมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อของมากกว่าเงินที่รับจากคุณพ่อเพราะเค้าสามารถใช้เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายที่ค้างกระเป๋าขวาของเมื่อวานนี้ หากยังไม่พอก็ยังสามารถยืมจากกระเป๋าซ้ายได้อีก
ถามว่าทำไมต้องทำอย่างนี้นะ
คำตอบก็คงเป็นเพราะว่าต้องการให้หยกรู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักการบริหารเงิน รู้ว่ามันสัมพันธ์กับชีวิตจริงของเขาอย่างไร และก็เป็นการช่วยครอบครัวด้วย มันคงมีอะไรที่มากกว่านี้อีกซึ่งผมอาจจะยังกล่าวไม่หมดนะครับ และสิ่งที่สำคัญก็คือมันเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับครอบครัว และเป็นสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนไม่ได้สอนในตอนที่พวกเค้ายังเด็กๆ กันอยู่
มาชม
เป็นการหัดให้ลูกบริหารเงินเป็นตั้งแต่ยังเล็ก ๆ นะครับผม...ชื่นชม ๆ