๑๘  กรกฎาคม  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักและเคารพทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓   ตื่นนอนตามเสียงนาฬิกาที่ตั้งเวลาปลุกไว้ ๐๑:๓๐ น. เพื่อต้องการจะชมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ซึ่งถ่ายทอดสดจากสนามในประเทศอาฟริกาใต้ เป็นคู่ชิงระหว่างสเปนกับเนเธอร์แลนด์  ด้วยเงินรางวัลที่สูงถึง ๑๗๐๐ ล้านบาท ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังที่อดตาหลับขับตานอนเพราะทั้งสองทีมสู้กันสุดฝีเท้า จนต้องต่อเวลา และโชคก็ช่วยให้สเปนคว้าชัยชนะไป ๑ : ๐  ทีมชนะก็แสดงออกซึ่งความสุขสุด ๆ ทีมพ่ายก็เศร้าจนน้ำตาไหล เข้าอาการซึมไปเลย  หลับต่ออีกประมาณ ๒ ชั่วโมง จึงตื่นมาดูข่าวสารบ้านเมืองจากทีวีในห้องพัก ผมพักห้อง ๒๑๘๒ ของโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท ๑๑ เพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ มีผู้เข้าประชุมเขตพื้นที่การศึกษาละ ๔ คน ประกอบด้วย ประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทน ก.ค.ศ.ในเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล  ลงไปหน้าห้องประชุมทักทายพรรคพวกเพื่อนฝูงเก่าที่ไม่พบหน้ากันมานาน เช่น คุณสมชาย  วงศ์เวช  จากอุทัยธานี   คุณปรีดา บุญเพลิง จากขอนแก่น เขาจัดที่นั่งเป็นแถวเรียงตามตัวอักษรชื่อเขตพื้นที่การศึกษา  ปทุมธานี เขต ๑ นั่งแถวที่ ๑๒  คาบแรก รองศาสตราจารย์สุขุม  เฉลยทรัพย์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. มาปูพรมเรื่องอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.และอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการย้ำเตือนหรือทบทวนความจำ ตอนท้ายเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประชุมซักถามหรือร่วมอภิปรายได้ด้วย คำถามที่น่าสนใจ แต่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน คือ พระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งและวิทยฐานะ ซึ่งไม่คืบหน้าเท่าที่ควร  ความล่าช้าในการจ่ายเงินวิทยฐานะ  การยกสำนักงาน ก.ค.ศ. ขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกรม  เวลา ๑๑.๐๐ น. นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ จนเที่ยงจึงจบรายการภาคเช้า  ไม่ได้กินข้าวเพราะท่านรองฯ ครรชิต  หิรัณยหาด  คุณวิภาวรรณ  พึ่งโยธิน และนายเต้ยมาคอยรับไปโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์(มัธยมวัดหัตถสารเกษตร)ในพระบรมราชูปภัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร  เพื่อเป็นประธานรับมอบเงินจากแม่ชีบุญนาค จิ่นจันทร์ เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาให้โรงเรียนในสังกัด ๓ โรงเรียน   ใช้ทางด่วนไปลงเชียงรากเลี้ยวขวาผ่านด้านข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขึ้นสะพานยกระดับข้ามถนนพหลโยธิน เข้าคลองหลวง พอถึงคลองห้าเลี้ยวซ้าย ไปสักพักเลี้ยวซ้ายอีกครั้งข้ามคลองห้ากลับไปอีกครั้ง เข้าซอยไปนิดหน่อยก็ถึงโรงเรียน  พิธีจัดที่หอประชุมซึ่งตอนเพลมีการทำบุญเลี้ยงพระไปแล้ว ภาคบ่ายเหลือพิธีรับมอบทุนอย่างเดียว แขกผู้มีเกียรติ นักเรียน นั่งกันพร้อมหน้า แม่ชีบุญนาค จิ่นจันทร์ และหลานสาว อาจารย์สุนีย์  จิ่นจันทร์ ก็พร้อมเช่นกัน  คุณครูอ่านประวัติแม่ชี ทำให้ทราบว่าปีนี้ท่านอายุ ๗๙ ปีแล้ว เป็นคนคลองห้าโดยกำเนิด จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนวัดหัตถสารเกษตร  ด้วยความฝักใฝ่ทางธรรมได้ศึกษาจนจบนักธรรมเอก   ก่อนบวชเป็นแม่ชีได้พักอาศัยอยู่กับพี่ชายทำหน้าที่ดูแลหลาน ๆ แถวย่านสุทธิ สาร กรุเทพฯ ถือศีลห้าเป็นประจำไม่เคยขาด เป็นคนสมถะมัธยัสถ์เก็บหอมรอมริบจนเป็นนิสัย มีเงินเพียงไรก็ใช้ชีวิตคงเดิม นำเงินไปทำบุญสม่ำเสมอ  เพื่อเป็นการตอบแทนการดูแลหลาน ๆ มาอย่างดี พี่ชายจึงได้ซื้อที่ดินให้กับแม่ชีที่ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นที่เคยอาศัยอยู่เมื่อตอนเป็นเด็ก ท่านบวชเป็นแม่ชีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่วัดหัตถสารเกษตร เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ต่อมาเมื่อที่ดินมีราคาเพิ่มขึ้นแม่ชีจึงทยอยขายโดยนำเงินไปฝากธนาคาร เพื่อนำดอกเบี้ยไปทำบุญให้แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งวันนี้ท่านได้ตัดสินใจมอบเงินทุนแก่โรงเรียนเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม รวมทั้งให้ทางโรงเรียนทำกิจกรรมด้านศีลธรรม จริยธรรม เพื่อให้นักเรียนประพฤติปฏิบัติดีอันจะนำไปสู่การเป็นคนดีในสังคม จำนวน ๓ โรงเรียน คือ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์(มัธยมวัดหัตถสารเกษตร)ในพระบรมราชูปภัมภ์พระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร  เป็นเงิน ๑ ล้านบาท  โรงเรียนชุมชนวัดหัตถสารเกตร เป็นเงิน  ๕ แสนบาท และโรงเรียนบางชวดอนุสรณ์  เป็นเงิน ๕ แสนบาท  ผมมอบให้ ผอ.วิไลวรรณ วรังครัศมิ  ผอ.วชิระ เภาโฉมยงค์ และ ผอ.เฉลียว  อารีย์  รับไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เสร็จพิธีการประมาณ ๑๔ นาฬิกา  ทางโรงเรียนเขาเตรียมข้าวไว้ให้กินที่ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นมื้อเช้าและมื้อกลางวันของวันนี้  รถมาส่งโรงแรมเพื่อเข้าประชุมต่อเนื่องจากภาคเช้า หลังเลิกประชุมตอนเย็นเดินเล่นในซอยหน้าโรงแรม แวะร้านสะดวกซื้อ และมายืนคุยกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตจากภาคใต้ ๔ – ๕ คน

วันอังคารที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓  ตื่นเช้ามาดูข่าวจากทีวี ต้มน้ำร้อน ชงกาแฟในห้องพัก ได้เวลาลงไปห้องประชุมฟังการอภิปรายที่มี ดร.รัตนา  ศรีเหรัญ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการ มีผู้แทนประธาน อ.ก.ค.ศ. เขต  นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการ กศน. ผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ศ. เขต นายธีรเชิด  บุญกรวยทอง  อดีตสมาชิกวุฒิสภา และ ผอ.สพท. นายทวีพล แพเรือง จากนครปฐม เขต ๑  เป็นผู้ร่วมอภิปราย เป็นการแสดงทัศนะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ใช้เวลาถึง ๑๐.๓๐ น. จึงรับประทานอาหารว่าง  ออกมานั่งคุยกับพรรคพวกที่มุมกาแฟจนเที่ยงเพราะติดพันเกี่ยวกับข่าวคราวในแท่งต่าง ๆ ของกระทรวง บ่ายฟังการบรรยายในการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา  ๓๘.ค.(๒) เป็นหลักเกณฑ์ที่นำของ ก.พ. มาใช้โดยอนุโลม เย็นมีงานเลี้ยงส่งเกษียณอายุราชการ เลขาธิการ ก.ค.ศ. คุณประเสริฐ งามพันธ์ไปโดยปริยาย มีดนตรีจากโรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสงครามมาแสดงเพราะเคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดรายการชิงช้าสวรรค์  ไปเลือกโต๊ะกลมนั่งรวมกลุ่มคุยกันในทีมงาน ผอ.เขต รุ่นแรก ๔ – ๕ คน ประมาณ ๑ ชั่วโมงก็แยกย้ายกันกลับห้องพัก

วันพุธที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓  เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางตั้งแต่เช้า เพราะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมที่ ก.ค.ศ.เป็นเจ้าภาพ แม้จะมีการประชุมติดต่อกันไปอีกสองวัน ณ โรงแรมแห่งนี้ แต่เป็นการประชุมที่ สพฐ. เป็นเจ้าของเรื่อง จะต้องไปเข้าห้องพักใหม่ เลยคิดว่าจะกลับไปบ้านสักคืนเพราะเริ่มเบื่อโรงแรม   ลงไปทานอาหารเช้าที่ชั้น ๓ กินข้าวต้ม ๑ ชาม นั่งคุยกับ อาจารย์โสภณ  นุ่มทอง  ผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตเพชรบุรี เขต ๒ และเพื่อน ผอ.เขต ที่สนิทสนมกัน อิ่มแล้วกลับขึ้นไปลากกระเป๋าลงไปใส่ท้ายรถ เป็นอันเสร็จภารกิจ  กลับเข้าห้องประชุมนั่งฟังเขาซักเขาถามและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของครู พูดกันจนเที่ยง จึงเลิกไปกินข้าว มีโทรศัพท์มาร้องเรียนการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมในสังกัดว่าสร้างความปั่นป่วนให้ครูจนขาดขวัญและกำลังใจ รับปากว่าจะเข้าไปดูแลให้ ขับรถขึ้นทางด่วนไปลงบางพูน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากลับสำนักงานเขต  เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนมาพูดคุยกรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวโทษ เขาก็ชี้แจงว่าได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ซึ่งไม่น่าจะผิดพลาดอะไรเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียน สักพักคู่กรณีขึ้นมาหาผมที่ห้องทำงาน จึงเชิญลงมาคุยกันที่สโมสร ดูแล้วจะพูดกันให้เข้าใจยาก เลยสรุปให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกลับไปก่อน ชวนผู้มาร้องเรียนให้ร้องเพลงแทน เขาบอกว่าเครื่องเสียงดี บรรยากาศดีขึ้น ความเครียดหายไป อยู่กันจน ๑ ทุ่มจึงกลับที่พัก บางครั้งเห็นผู้บริหารโรงเรียนและครูตกอยู่ในวังวนของทุกข์หรือปัญหาก็สงสาร มาคิดเอาใจเขาใส่ใจเราว่า ถ้าเราตกอยู่ในสภาพอย่างนั้นจะแก้ปัญหาอย่างไร เอาชนะ ยอมแพ้ ประนีประนอม หลีกเลี่ยง หรือร่วมมือแก้ปัญหา ผมทำปริญญานิพนธ์เรื่อง Conflict Management มีทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า ความเปลี่ยนแปลง ทำให้คนเครียด ความเครียดทำให้เกิดความขัดแย้ง และความขัดแย้งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นวงจรอย่างนี้หมุนเวียนกันไป ผู้บริหารที่ชาญฉลาดจะต้องควบคุมความขัดแย้งให้อยู่ในระดับที่เหมาะ เพื่อให้คนกระตือรือร้นในการการทำงาน หากมากเกินไปจะทำให้วงแตกได้ง่าย หากหย่อนเกินไปก็ไม่มีผลอะไรกลับเฉื่อยชาเหมือนเดิม   ผู้บริหารไม่ควรเข้าไปเป็นคู่กรณีขัดแย้งเสียเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้น เราก็หมดโอกาสจะบริหารความขัดแย้ง

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓  ออกจากบ้านแต่เช้ามืด รถติดตั้งแต่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ต่อเนื่องไปถึงสะพานข้ามแยกแคราย และบนทางด่วนก่อนถึงด่านเก็บเงินติดกันยึกยักเสียเวลามาก แต่ก็ถึงโรงแรมก่อนเวลาประชุมเล็กน้อย  ลงชื่อรับเอกสาร ได้รับแจ้งว่านักเรียนเตรียมการจะยกพวกตีกันแถวรังสิตแต่ตำรวจไหวทันรวบไปโรงพักให้ผู้ปกครองมารับตัวไป เขตเองก็เตรียมชุดสายตรวจออกป้องปราม ขณะนี้รถเกือบเสร็จพร้อมใช้งานคงจะดูแลได้ทั่วถึงขึ้น  ภาคเช้าเริ่มด้วยท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร. ชินภัทร  ภูมิรัตน ได้เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ โดยเน้นว่าที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดการประชุมทางไกลกับ เขต แต่ก็ยังทำไม่ได้ราบรื่นนัก ซึ่งต้องพัฒนาต่อไป  แต่ที่สำคัญคือบุคลากรที่ต้องทำงานกันเป็นทีม  การทำโครงการภายใต้งบประมาณ SP2   โรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยจัดการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกองหน้า  เขตเป็นกองกลางซึ่งต้องกำกับดูแลให้ตรงเป้าหมาย ให้เกิดความเสมอภาค  สพฐ.ก็เป็นเพียงกองหลังที่กำกับนโยบาย   ปี ๒๕๕๓   มีการประชุมติดตามความคืบหน้า  พบว่า มีทั้งความคืบหน้า และความล่าช้าในบางเรื่อง ระยะนี้เป็นปลายปีงบประมาณ เหลือเวลาอีก ๒ เดือนเศษ  ขอให้เบิกจ่ายให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม  ขณะนี้เป็นการเตรียมชี้แจงงบประมาณปี ๒๕๕๔  มีเรื่องจะขอพูดดังนี้

                         1.   การเตรียมงบประมาณ 2554  โดยหลักทั่วไป  เน้นการดำเนินงานเชิงปริมาณและคุณภาพ ดูแลเด็กมีความต้องการพิเศษ ขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรปี 2554  วงเงินน้อยกว่าปี 2553 ประมาณ 8 พันล้านบาท  มีประเด็นที่อนุกรรมาธิการดังข้อสังเกต

                                1.1   นักเรียน   คุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัย สุขลักษณะ และคุณภาพนักเรียนต้องการให้พัฒนาการคิด จัดสาธารณะผ่านการศึกษา พลเมืองศึกษา (Civic Education)  สันติศึกษา  จิตสำนึกเพื่อส่วนรวมและสมรรถนะนักเรียน ป.3 ดีขึ้นได้มาตรฐาน  ซึ่งเราจะต้องมียุทธศาสตร์อย่างไร

                                1.2   การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี  เข้าเรียน ม. 3  ไม่ครบ 100%  ต้องมีข้อบังคับอะไรหรือไม่ เราจะทำอย่างไร

                                1.3   โรงเรียน  การก่อสร้างอาคารเรียน งบประมาณราคาไม่เป็นปัจจุบัน  เขตต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อการปรับราคากลางต่อไป

                                1.4   งบ SP2  การเบิกจ่ายงบซื้อคอมพิวเตอร์ยังน้อย ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนส่วนใหญ่รับมอบคอมพิวเตอร์แล้ว  ข้อมูลไม่สอดรับกัน และควรจัดสรรให้โรงเรียนเล็กด้วย

                                1.5   การแข่งขันวงโยธวาทิต  ต้องกำหนดเกณฑ์ ไม่ควรให้โรงเรียนของบประมาณเรื่องนี้โดยอิสระ

                                1.6   การที่ผู้บริหารโรงเรียนและครูอยู่ติดโรงเรียนนานเกินไป ทำให้ไม่เห็นประเด็นที่จะพัฒนาคุณภาพแล้ว การกำหนดวาระที่เหมาะสม  รวมทั้งครูก็ควรมีการหมุนเวียนด้วย

                                         ทั้งหมดนี้ ควรมีการสนองตอบ มีพัฒนาการ โดยเริ่มด้วยการทบทวนประเด็นของคณะอนุกรรมาธิการ และปีที่แล้วทำอะไรบ้าง เพื่อหาทางปรับปรุง

                         2.   การขับเคลื่อนหลักสูตรการเรียนการสอน  ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ คือ ภายในภาคเรียนที่ 1 ต้องมี Roadmap ขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรม คุณเบญจลักษณ์  น้ำฟ้า  ผู้อำนวยการสำนักวิชาการมาตรฐานการศึกษา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าได้กำหนดจุดเน้นเพื่อให้เห็นความชัดเจนในแต่ละช่วงชั้น เช่น ช่วงชั้นที่ 1 อ่านออกเขียนได้  คิดเลขเป็น  เป็นต้น และกำหนดจุดเน้นเช่นนี้จนถึง ม.6

                         ที่ผ่านมามีการจัดประชุมทำเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ เพื่อได้มีการแสดงความคิดเห็น และต่อไปจะทำแนวทางการจัดการเรียนการสอนเป็นกรอบให้โรงเรียนใช้ในระดับห้องเรียนต่อไป ดร.ชินภัทร  ภูมิรัตน  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                         ขอเพิ่มเติมจุดเน้นดังนี้

                         ช่วงชั้นที่ 1           ใฝ่ดี

                         ช่วงชั้นที่ 2           ใฝ่รู้

                         ช่วงชั้นที่ 3           อยู่อย่างพอเพียง

                         ช่วงชั้นที่ 4           มุ่งมั่นพัฒนา มีความพร้อมก้าวไปสู่การศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป  เพราะเรื่องเหล่านี้ต้องปลูกฝังตั้งแต่ต้นและเหมาะกับวัย

                         โครงสร้างเวลาเรียน มีการซ้ำซ้อน ซึ่งมีการลดความซ้ำซ้อนลง และมีการอบรมครูให้มีการจัดเวลาเรียนให้เหมาะสม จึงขอให้ช่วยคิดส่วนนี้ด้วยว่าจะใช้เวลาอย่างไรให้เหมาะสมระหว่างเวลาเรียนและกิจกรรมภาษาอังกฤษ ต้องให้ความสำคัญ ต้องเริ่มเมื่อใด เมื่อ Roadmap เสร็จ จะจัดให้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องเสร็จในภาคเรียนนี้

                         3.   การประเมินสมรรถนะนักเรียนชั้น ป.3   เขตเป็นหน่วยประเมินและทราบดีว่าคะแนนเป็นอย่างไร  ข่าวอาจไม่สื่อกับข้อเท็จจริงนักว่าเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  ความจริงเด็กอาจเพียงมีสมรรถนะต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานจากผลการประเมิน เป็นจุดหลักนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาความจริงมีจำนวนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ลดลง ยกเว้นการคิดคำนวณยังคงที่ในการประชุมกลุ่มขอให้วางเป้าและมาตรการให้ลดลงให้ได้ภายใน 2 ปี

                         4.   การพัฒนาสมรรถนะ ผอ.สพท. และเส้นทางความก้าวหน้า หลักการ คือ                       จะพยายามให้ ผอ.สพท. มีเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจนมากขึ้นใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ไม่ต้องรอการประเมิน กลุ่มก้าวหน้า คือ มีประสบการณ์มาหลายปี จะกำหนดความเชี่ยวชาญประมาณ 7 ด้าน  มีหลักเกณฑ์พิจารณาผลงานจะเสนอ อกคศ.วิสามัญพิจารณาต่อไป  กลุ่ม 3 ข้าราชการที่มีประสบการณ์ยาวนานได้มีโอกาสเติบโตมาเป็นผู้บริหาร ซึ่ง ก.พ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์แล้ว สำหรับผู้ที่จะเป็นผู้ตรวจราชการ ไม่ต้องเป็น ผอ.สำนักมาก่อน  ดังนั้นแนวทางที่จะเสนออาจออกมาในรูปผู้ช่วยเลขาธิการ ประมาณ 5 คน ครอบคลุมด้านต่าง ๆ และผู้ตรวจราชการ จึงขอให้มีความสบายใจว่า  สพฐ. พยายามรักษาสิทธิประโยชน์และความก้าวหน้าของทุกคนการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร ซึ่งได้ไปร่วมกับ ก.พ. 1 วัน พบว่า ดีมาก  หาก ผอ.เขต ที่ต้องการอบรมในหลักสูตรนี้ ก็จะเปิดโอกาสให้  แต่คงต้องดูความมุ่งมั่นและความตั้งใจ เป็นหลักการประชุม 2 วันนี้ คาดหวังจะให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพราะหากการประชุมขาดประสิทธิผลแล้ว ก็จะขับเคลื่อนไม่ได้ หลังเลขาธิการ กพฐ. เปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ เป็นการอภิปรายเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อเด็กใฝ่รู้ใฝ่ดี โดยนายมีชัย วีระไทยะ  ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนาและ ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์(พัทยา, กรุงเทพ, UK)   มี น.ส.ศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย  เขาบอกว่าโรงเรียนมีหน้าที่จะต้องให้นักเรียนได้มีประสบการณ์และได้เกิดทักษะใน ๕ ด้าน ดังนี้ (๑) เกิดความกล้าที่สร้างสรรค์ (Courage) (๒) มีความใจดี อดทนและเสียสละให้ผู้อื่น(Generosity) (๓) มีการจินตนาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม (Principle) (๕) เมื่อผิดพลาด ก็ไม่หมดหวังแต่มีความตั้งใจจะทำให้ดีขึ้นหรือแก้ปัญหาให้ได้(Resolution)

             เวลาเที่ยงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ทางมาถึงเพื่อมอบนโยบายเร่งด่วน ๓ เรื่องให้ ผอ.สพท.ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย ดังนี้
                     ๑) การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  ขณะนี้ ศธ.ได้ดำเนินการจัดทำ Roadmap ขับเคลื่อนหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งได้มีการมอบให้ส่วนราชการต่างๆ เป็นทั้งเจ้าภาพหลักและเจ้าภาพร่วม เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองเป็นไปตามเป้าหมาย มีแผนงาน กิจกรรม งบประมาณอย่างชัดเจน สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ผอ.สพท.จะต้องนำยุทธศาสตร์เหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา ให้เป็นพลังการขับเคลื่อนและเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
                     ๒) คุณภาพผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น  ซึ่งถือเป็นเป้าหมายและจุดเน้นในการจัดการศึกษา โดยได้มอบหมายให้ สพฐ.พัฒนากระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร และกระบวนการประเมินผลคุณลักษณะของผู้เรียนให้เห็นภาพชัดเจน มุ่งเน้นการยกระดับพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้นการศึกษาอย่างชัดเจน ดังนี้
                   ป.๑-๓  อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ทักษะชีวิต
                   ป.๔-๖  อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
                   ม.๑-๓  ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
                   ม.๔-๖  ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ความเป็นพลเมืองดี ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

                   ๓) เรื่องเฉพาะหน้าที่จะดำเนินการ ให้การศึกษาเป็นธงนำในการปฏิรูปการศึกษาและนำเข้าสู่แผนการปรองดอง  ซึ่งเชื่อมั่นว่าเพื่อนครูจะช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นจริง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเดินหน้าประเทศด้วยแผนปรองดอง และใช้การศึกษาสร้างความเป็นพลเมืองดีและสร้างภาคีเครือข่าย ตลอดถึงการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดพลเมืองยุคใหม่ที่เป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาอยู่แล้ว   รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า นอกจากนโยบายดังกล่าวแล้ว ยังได้ฝากเรื่องการสร้างขวัญกำลังใจให้เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้มีนโยบายให้ ผอ. สพท.ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง   ภาคบ่ายมีการประชุมกลุ่มเพื่ออภิปรายแก้ปัญหา ผมอยู่ในกลุ่มที่ ๓ การแก้ปัญหาครู

วันศุกร์ที่ ๑๖  กรกฎาคม ๒๕๕๓  วันนี้ไม่ได้เข้าประชุม ผอ.สพท. ที่แอมบาสซาเดอร์ เพราะต้องมารับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่โรงแรมบางกอก กอล์ฟ สปา รีสอร์ท  ปทุมธานี ตามกำหนดการท่านจะเป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการของสำนักพัฒนากฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา บังเอิญผมจัดพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ที่โรงแรมนี้เหมือนกัน เมื่อวานจึงเชิญท่านเป็นการภายในว่าหลังพิธีเปิดของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแล้ว ขอให้ท่านไปมอบนโยบายกับผู้บริหารสถานศึกษาที่มาพัฒนาด้วย ท่านตกลง  ผมเลยต้องมาเตรียมความพร้อมที่โรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่  เวลา ๐๙.๐๐ น. รัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้เข้าห้องรับรองพูดคุยกับสมาชิกวุฒิสภาและผู้แทนสาขาพรรคในจังหวัดปทุมธานี  ได้เวลาไปเป็นประธานเปิดการสัมมนา มีผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยหลายท่านมาร่วม อย่างอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.พนม  พงษ์ไพบูลย์ ท่านใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที ก็ขึ้นไปพบผู้บริหารสถานศึกษาที่ห้องประชุมชั้นที่ ๙ ของโรงแรม กล่าวว่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่ออกมาพบผู้บริหารสถานศึกษาโดยตรง เพราะมีเวลาจำกัด จึงมอบนโยบายสำคัญให้นำไปดำเนินการ เหมือนกับที่มอบกับ ผอ.เขต เมื่อวานนี้  ใช้เวลาอยู่กับพวกเราประมาณ ๓๐ นาที ก็เดินทางกลับ  ผมพาฝ่ายเลขานุการของรัฐมนตรีว่าการฯและผู้สื่อข่าว ไปทานอาหารกลางวันที่วัดศาลเจ้า มีคณะครูจากโรงเรียนวัดมะขามมาอำนวยความสะดวก จากนั้นคณะมาเยี่ยมสำนักงานเขต ชื่นชมกับบรรยากาศของสโมสรประมาณ ๑ ชั่วโมงก็เดินทางกลับ  ผมเองก็เดินทางกลับไปโรงแรมเพื่อร่วมจัดการอบรมต่อไป  พรุ่งนี้ภาคเช้าต้องไปประชุม กต.ตร. ที่สโมสรตำรวจ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ใน กต.ตร.จังหวัดปทุมธานี ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ มีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เป็นประธานการประชุม  วันอาทิตย์จะทำหน้าที่วิทยากรให้การอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาในโมดูลที่ ๒ Good Governance ทั้งวันคู่กับท่าน ผอ. กิจจา ชูประเสริฐ โรงเรียนปทุมวิไล

        ก่อนจากสัปดาห์นี้จะฝากคำพูดของ Dr. Kurt Hanh “If you don’t change the way you teach our children, they all will be corrupted by the time they finish their high school.”  “We believe that schools should have a greater purpose beyond preparing students for college and university. We believe that it was crucial for young people to prepare for life by having them face it directly and experience it in ways that would demand courage, generosity, imagination, principle and resolution.”     

 

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑