GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ผลของข้อตกลงกับWTOต่อไทย

การที่ไทยมีข้อผูกพันกับองค์การการค้าโลก (WTO) ในเรื่องต่างๆนั้น ส่งผลให้เกิดผลดีมากกว่าผลเสียต่อประเทศไทย

     ผลของข้อตกลงกับWTOต่อไทย

       การที่ไทยมีข้อผูกพันกับองค์การการค้าโลก ( WTO) ในเรื่องต่างๆนั้น  ส่งผลให้เกิดผลดีมากกว่าผลเสียต่อประเทศไทย  ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและนักธุรกิจในด้านที่กลไกของรัฐไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆได้ตามอำเภอใจ  นอกจากนี้ยังมีในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐ  กฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ   ผลจากข้อตกลงจะทำให้ไม่ สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นตามอำเภอใจและจะส่งผลต่อการดำเนินในภาครัฐที่ต่อเนื่อง   แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยๆแต่รัฐบาลชุดต่างๆก็ยังต้องใช้นโยบายเดิม   ทำให้นักธุรกิจสามารถวางแผนได้ล่วงหน้าอย่างมีหลักเกณฑ์ขึ้น  นอกจากนี้ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการที่จะใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่ต่ำลงแม้ว่าจะเป็นสินค้าและบริการจากต่างชาติก็ตาม  ตัวอย่างที่จะเห็นได้ถึงสินค้าและบริการที่คุณภาพดีขึ้นในราคาที่ต่ำลง  ได้แก่บริการด้านการจัดจำหน่าย  การสื่อสารและการขนส่งเป็นต้น   นอกจากนั้นผลของการเปิดการค้าเสรีทำให้ไทยส่งสินค้าเกษตรไปจำหน่ายต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น  ส่วนผลเสียจนถึงปัจจุบันยังมีต่อไทยไม่มาก เช่น  ภาษีสินค้าเกษตรและสิ่งทอซึ่งไทยจะต้องลดลงก็มีผลกระทบต่อไทยบ้างไม่มากนัก  เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งทางสินค้าเกษตรและสิ่งทอ   สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ  เพราะทำให้ไทยต้องมีรายจ่ายในส่วนที่เป็นค่าลิขสิทธิ์   แต่ก็เป็นผลดีต่อธุรกิจไทยเองที่จะได้รับการคุ้มครองมิให้ผู้อื่นภายในประเทศลอกเลียนแบบ                   

        เมื่อประเทศไทยมีการเปิดเสรีแล้วการค้าระหว่างประเทศคู่แข่งที่สำคัญเช่น สหรัฐอเมริกา  ญี่ปุ่นและกลุ่มสหภาพยุโรปก็ดีขึ้น   กล่าวคือประเทศไทยสามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศเหล่านั้นเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ดีประเทศไทยจะต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างทันท่วงที และต้องมีการพัฒนาแนวคิดสู่ธุรกิจไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแม้ไทยจะส่งสินค้าออกไปจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นแต่สินค้าหลายรายการเป็นสินค้าต่างประเทศที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องระวังว่าการเปิดเสรีทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าเกษตรไม่แปรรูปไปจำหน่ายในต่างประเทศได้มากขึ้น  แล้วละเลยการคิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสินค้าเกษตรใหม่ๆขึ้นมา  ตัวอย่างเช่นผลผลิตทางการเกษตร  สมมุติว่าไทยส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่แปรรูปอย่างเช่นเมล็ดข้าวโพดดิบไปยังจำหน่ายยังต่างประเทศ  แม้ข้อตกลงกับองค์การการค้าโลก( WTO)จะทำให้ประเทศไทยสามารถส่งผลผลิตนั้นไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้เพิ่ม2-3เท่า แต่ถ้านำผลผลิตนั้นไปแปรรูปเป็นของขบเคี้ยวหรือผลิตภัณฑ์ที่เอาไว้รับประทาน  มูลค่าที่ได้จะแตกต่างถึงมากกว่า100เท่า                 

       อย่างไรก็ดีแม้ว่าองค์การการค้าโลกจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาได้เปรียบในบางเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์  สิทธิเท่าเทียมในการออกเสียงตามหลักฉันทามติ  แต่ก็อาจเกิดมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใหม่ๆ  การกำหนดมาตรฐานสินค้าและบริการระหว่างประเทศในระดับที่สูงขึ้น  ไม่ว่าจะมาจากข้ออ้างในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคและในเรื่องของสิ่งแวดล้อม  ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ประเทศพัฒนาสามารถปฏิบัติได้  แต่ประเทศกำลังพัฒนายังไม่สามารถปฏิบัติได้ ถ้าจะปฏิบัติก็ต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่า   นอกจากนี้ความแตกต่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนายังส่งผลถึงมาตรฐานแรงงานที่แตกต่างกัน  อันจะนำมาซึ่งข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 37542
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

ขอบคุรที่ให้ความรู้ค่ะ   จริงอยู่ที่WTO   นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการส่งผลดีต่อประเทศไทยเพราะจะมีความเป็นกลางอยู่สูง   แต่ตอนนี้สิ่งที่ไทยต้องระวังคือการที่ตอนนี้ไทยและประเทศต่างๆทั่วโลกในปัจจุบัน   หันมานิยมทำความตกลงกันแบบทวิภาคี   เช่น   FTA   เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าจะทำตวามตกลงดังกล่าวก็ควรที่จะศึดษาถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย

ในด้านการลงทุนทางการค้าประเทศไทยได้เปรียบมากกว่าประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งที่เป็นแหล่งการเกษตรขนาดใหญ่ แปรรูปนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศต่างๆทั่งโลก ทำให้นักลงทุนมั่นใจและมองว่าเป็นขุมทรัพย์ที่มองข้ามประเทศไทยไปไม่ได้ ซึ่งด้านแรงงานประเทศไทยมีทักษะที่ดีกว่ากลุ่มสมาชิกอาเซียน ทำให้ไทยได้เปรียบหลายด้าน