บทความ เรื่อง โรงเรียนดีประจำตำบล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุญยเกียรติ ได้เสนอนโยบายในการพัฒนาการศึกษาหลายเรื่อง เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือ นโยบายโรงเรียนดีประจำตำบล ซึ่งจะนำร่องเขตพื้นที่การศึกษาละ 1 โรงเรียน และ 1 ตำบล โดยคัดเลือกโรงเรียนที่ดำเนินการจัดการศึกษาร่วมกับชุมชน มีภาคีระหว่างชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีการจัดทำความตกลงร่วมกัน หรือ MOU ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันจัดการศึกษาตอบสนองยุทธศาสตร์ในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก และยุทธศาสตร์ในการลดภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เท่าที่อ่านดูนโยบายและแนวปฏิบัติของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว เป็นนโยบายและแนวปฏิบัติที่ดีมีประโยชน์ ถ้าทำได้อย่างมีคุณภาพควรที่จะขยายออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จนทำให้คำว่าโรงเรียนดีประจำตำบล เป็นโรงเรียนดีใกล้บ้าน แต่จุดมุ่งหมายของนโยบายนี้เพื่อที่จะสร้างโรงเรียนขนาดเล็กให้ดำเนินการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของคนในตำบล และหวังว่าประชาชนในตำบลจะนำลูกหลานมาเข้าเรียน แทนที่จะนำลูกหลานไปเรียนที่อื่นตามโรงเรียนดังๆในตัวเมือง เป็นการสร้างสำนึกรักบ้านเกิดถิ่นกำเนิดของตัวเอง นับว่าเป็นการหวังผลเลิศโดยไม่ได้มองถึงปัจจัยอันเป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนต้องไปเรียนที่อื่นโดยไม่แยแสชุมชนของตนเองเลย ปัจจัยอันเป็นสาเหตุไม่ใช่อยู่ที่ความไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุนั้นมาจากหลายๆองค์ประกอบ ขอยกตัวอย่างเช่น
- ปัจจัยเหตุทางด้านเศรษฐกิจ ผู้คนที่ที่มีฐานะยากจน ไม่มีที่ทำกินจำเป็นต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ที่ไหนมีงานทำก็อพยพไปหาทำงานรับจ้างที่นั่นเพื่อเอาเงินมาจับจ่ายใช้สอย คงไม่พ้นหัวเมืองใหญ่หรือเมืองกรุง ดังนั้น ผู้คนจึงอพยพทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปอย่างหมดอนาคต
- ปัจจัยเหตุด้านคุณภาพ เป็นที่เข้าใจว่าโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นโรงเรียนที่ไม่มีคุณภาพ ความเข้าใจนี้คงไม่ถูกต้องทั้งหมดแต่ก็เป็นความจริงในส่วนหนึ่ง เรื่องคุณภาพถ้าหากมองถึงองค์ประกอบของโครงสร้างด้านภาระงานจะทราบว่างานที่โรงเรียนขนาดเล็กรับผิดชอบนั้นมีภาระงานเท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่บุคลากรที่โรงเรียนขนาดเล็กมีกับมีเพียงน้อยนิดทุกคนต้องทำหน้าที่ในงานทุกฝ่ายต่างจากโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรแยกออกเป็นฝ่ายต่างๆอย่างชัดเจนมีหน้าที่ทำตามที่ได้รับมอบหมายเพียงบางด้าน แล้วสังคมยังต้องการคุณภาพที่ทัดเทียมโรงเรียนขนาดใหญ่ได้อย่างไร แม้แต่นักการเมืองใหญ่อย่างท่านรัฐมนตรีก็คิดอย่างนั้น โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
- ปัจจัยเหตุด้านโอกาส เป็นที่ยอมรับกันว่าคนที่อยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ มักจะได้รับการบริการจากหน่วยงานของรัฐค่อนข้างน้อย และไม่ทันต่อเหตุการณ์หรือโอกาสที่สมควรจะได้รับอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ดังนั้นการที่จะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กเพียงหนึ่งแห่งในหนึ่งตำบลเป็นที่เชื่อถือและเป็นที่พึงในด้านการศึกษาจึงจะยังไม่เพียงพอ รัฐบาลควรที่จะส่งเสริมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการพัฒนามากกว่าที่จะทุ่มงบประมาณไปที่โรงเรียนขนาดใหญ่อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน