Cool Mode

 

วิโรจน์  แก้วเรือง1/

         ภาวะโลกร้อน (global warming) กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของชาวไทยและชาวโลก ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gases : GHGS) ของนานาประเทศ ทั้งจากการทำอุตสาหกรรม การทำการเกษตร การดำเนินกิจกรรมของผู้ให้บริการ และกิจกรรมผู้บริโภค เช่น การเปิดเครื่องปรับอากาศ  การใช้ตู้เย็น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนเกิดภาวะโลกร้อน

                การสร้างอาคารสมัยใหม่ อย่างต่อเนื่องและหนาแน่น ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อีกทั้งการแต่งกายก็นิยมใส่เสื้อผ้าหนาๆ ตามแบบยุโรป  ยิ่งส่งเสริมให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศและปรับอุณหภูมิต่ำลง เป็นการใช้พลังงาน และปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงาน ดังนั้นเสื้อผ้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศมากขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน  ภาคพลังงานได้ และยังเป็นการส่งเสริมการวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อการบริโภคภายในประเทศ   และเพื่อการส่งออกได้อีกด้วย

                ผ้าไหมไทย นับเป็นเส้นใยธรรมชาติที่สามารถช่วยปรับอุณหภูมิของผู้สวมใส่ได้ราว 1-3  องศาเซลเซียส เรียกว่าถ้าสวมใส่ในสถานที่ที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิร่างกายก็จะทำให้ร่างกายเย็นลง ถ้าสวมสวมใส่ในสถานที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ผ้าไหมก็มีส่วนเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายให้สูงขึ้นได้ด้วย เรื่องนี้มิได้โมเมนะครับ แต่เป็นงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ดังนั้นผ้าไหมจึงเป็นเส้นใยที่น่าสนใจ และอาจกลายเป็น “เส้นใยลดโลกร้อน” ได้  อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ยังรอการวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมของผู้ที่อยู่ในวงการหม่อนไหมทุกคนที่จะทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นจริง นอกจากนั้นสิ่งทอจากไหม หรือนำไปผสมเส้นใยชนิดอื่นๆ ยังต้องคำนึงถึงการผลิต ที่สามารถลดการใช้พลังงาน ลดการซักรีด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อมสนับสนุนให้เส้นใยไหมหรือผ้าไหม มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมในมิติทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ (low carbon society) ได้ในอนาคต

           ปัจจุบันองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน)ได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตเสื้อผ้าลดโลกร้อน จึงเป็นโอกาส  โอกาสอันดีที่ผู้ผลิตเสื้อผ้าไหมจะได้ร่วมโครงการนี้ ท่านที่สนใจสามารถศึกษาหลักเกณฑ์มาตรฐานคุณลักษณะวัสดุ ที่มีการระบายความร้อน คงทน ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการสวมใส่ สามารถผลิตได้ในประเทศ เพียงพอต่อความต้องการของตลาด สรุปง่ายๆคือ “ผ้าที่ลดภาวะโลกร้อน” ผ้าสำหรับทำเสื้อผ้าลดโลกร้อน ต้องเป็นผ้าที่สวมใส่แล้วเย็นสบายและทำความสะอาดได้ง่าย เพื่อลดการใช้พลังงานในเครื่องปรับอากาศ การซักทำความสะอาด และการใช้น้ำ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยประดิษฐ์และอาจผสมเส้นใยสังเคราะห์ ที่การพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษในการซับเหงื่อจากผิวหนังและระเหยออกผ่านสู่ผิวผ้าด้านนอกเพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่ หรือมีการเพิ่มการเย็นสบายให้กับผู้สวมใส่ด้วยนวัตกรรม เช่น การใช้เทคโนโลยีพิเศษผลิตเส้นใย (fiber technology) หรือการใช้เทคโนโลยีการตกแต่งสำเร็จด้วยสารชีวภาพ (biotech finishing technology) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิผิวหนัง ทั้งนี้ ผ้าต้องมีคุณภาพความคงทนได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสำหรับผู้สวมใส่ด้วย (ภาคผนวก)

                เรื่องผ้าไหม หรือผ้าจากเส้นใยอื่นๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตคิดค้นจนมีคุณสมบัติต่างๆ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก จากห้องปฏิบัติการการทดสอบ ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะได้รับการอนุมัติให้ใช้เครื่องหมายรับรอง Cool Mode” ซึ่งมีหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ การขอ การใช้ การทดสอบ เช่นเดียวกับการขอใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย “ตรานกยูงพระราชทาน” จึงหวังว่าเราจะมีเสื้อผ้าไหม นกยูงพระราชทาน พร้อมเครื่องหมาย            “ส่งเสริมการพัฒนาลดโลกร้อน : Cool Mode” ไว้สวมใส่ในเร็ววันนี้

คำขอบคุณ

                 ขอขอบคุณ คุณชวนพิศ  สีมาขจร และคุณภัควิภา เพชรวิชิต สำนักอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม   ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพประกอบเรื่องให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

1/ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์    โทร. 0-2579-5595   e-mail: [email protected]

 

ภาคผนวก

 

ตารางที่ 1 คุณลักษณะด้านความปลอดภัย

รายการที่

คุณลักษณะ

หน่วย

เกณฑ์ที่กำหนด

วิธีการทดสอบตาม

1

ปริมาณฟอร์มาดีไฮด์น้อยกว่า

mg/kg

75

ISO 14184 Part 1

2

อนุภาคโลหะหนัก น้อยกว่า

- ตะกั่ว

- แคดเมียม

- โครเมียมทั้งหมด

- โครเมียม(VI)

- ทองแดง

mg/kg

 

1.0

0.1

2.0

0.5

50.0

สกัดด้วยสารละลายเหงื่อตาม ISO 105-E04 Test Solution II ที่ 40C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วนำมาวัดด้วย Atomic Absorption Spectrometer(AAS) หรือ Inductively Coupled Plasma Atomic Emission Spectrometer (ICP) สำหรับ ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียมทั้งหมด และทองแดง ส่วนโครเมียม(VI) วัดด้วย USVIS Spectrophotometer

3

สีเอโซ(azo dye) ที่ให้แอโรแมติกเอมีน(aromatic amine)* ไม่เกิน

mg/kg

30

EN 14362 Part 1 และ

EN 14362 Part 2

หมายเหตุ : * หมายถึง แอโรแมติกแอมีน 24 ตัว

ตารางที่ 2 คุณลักษณะด้านคุณภาพและความคงทน

รายการที่

คุณลักษณะ

หน่วย

เกณฑ์ที่กำหนด

วิธีการทดสอบตาม

1

ความต้านแรงดึงขาด(แบบแกรบ)(เฉพาะผ้าทอ) ไม่น้อยกว่า

นิวตัน(N)

111

ISO 13934-2

2

ความต้านทานแรงดันทะลุ(เฉพาะผ้าถัก) ไม่น้อยกว่า

กิโลปาสคาล

(kPa)

580

ISO 13938-1

3

การเปลี่ยนแปลงขนาดหลังการซัก * 5 ครั้งในแต่ละแนว ไม่เกิน

ร้อยละ

-5, +3 (ผ้าทอ)

-7, +5 (ผ้าถัก)

ISO 3759, ISO 5077,

ISO 6330

4

ความคงทนของสีต่อการซัก ไม่น้อยกว่า

-   การเปลี่ยนสี

-    การเปื้อนสี

เกรย์สเกล

ระดับ

 

 

4

3-4

ISO 105-C06

5

ความคงทนของสีต่อแสง

(แสงซีนอนอาร์ก) เมื่อเทียบกับผ้า บลูวูลมาตรฐาน ไม่น้อยกว่า

ระดับ

4

ISO 105-B02

 

ตารางที่ 3 คุณลักษณะด้านการลดความร้อน

รายการที่

คุณลักษณะ

หน่วย

เกณฑ์ที่กำหนด

วิธีการทดสอบตาม

1

การดูดซึมน้ำ (absorbency)

วินาที

ไม่เกิน 5 วินาที(ผ้าทอ)

ไม่เกิน 2 วินาที(ผ้าถัก)

AATCC 79

2

การดูดน้ำ(wicking)

มิลลิเมตร

มากกว่า 50 มิลลิเมตร

JIS L 1907-1994 (Byreck)

3

Touch feeling of warm or cool, Q-max

W/cm2

min 0.1 W/cm2

 

KES-F7 Thermo Labo II

หมายเหตุ : การดูดน้ำ (absorbency) : เป็นการวัดเวลาที่หยดน้ำซึมลงไปในผ้าที่วางในแนวระนาบ

              การดูดน้ำ (wicking) : เป็นการวัดระยะทางที่น้ำซึมขึ้นมาบนผ้าตามแนวดิ่งในเวลา 10 นาที

 

บรรณานุกรม

 

วิโรจน์  แก้วเรือง. 2540. หม่อน & ไหม พืชและสัตว์สารพัดประโยชน์. สถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 28 หน้า.

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ. 2552. โครงการส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน (Cool Mode Project). เอกสารโครงการส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน. 13 หน้า.