“ไอที” กับสังคมและการศึกษา

นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตลอดมา ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นต่างก็เป็นไปเพื่อเตรียมผู้คนรุ่นหลังให้สามารถปรับตัว  ดำรงชีวิตอยู่และสามารถพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าต่อไปได้

               ในยุคสมัยที่ผ่านมาได้มีนักคิดหรือปรัชญาแห่งยุค มีแนวคิดในการดำเนินชีวิตและใช้ชีวิตในสังคมที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อการกำหนดเนื้อหาและวิธีการในการจัดการศึกษา ในยุคปัจจุบัน  ลักษณะของสังคมปัจจุบันบางด้านกำลังปรากฏให้เราเห็นอยู่ เรารู้เห็นสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมสังคมเมือง เราได้รับรู้พฤติกรรมและบทบาทของผู้คนและองค์กรต่างๆ เรารับรู้ถึงอิทธิพลของสื่อและเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างฉาบฉวยและผิวเผิน เด็กและเยาวชนใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเพื่อเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ เพื่อแชตหรือเพื่อความบันเทิง จนในบางครั้งอาจจะเป็นไปอย่างไร้ขอบเขตที่เหมาะสม ความน่าตื่นเต้นสนใจของเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาตอบสนองการเรียนรู้ แต่กลับมีแนวโน้มว่ากำลังถูกใช้ไปในด้านการบันเทิง  รวมทั้งการโอ้อวดด้านฐานะและความทันยุคทันสมัยวิ่งไล่ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมทั้งวัตถุนิยม เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สมควรนำมาพิจารณาอย่างพินิจพิเคราะห์ เพราะเหล่านี้คือส่วนต่อของสังคมในอนาคต เราควรจะมีคำถามว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หรือเราต้องการอะไรจากเทคโนโลยี  ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ทั้งที่เป็นนักวิชาการการศึกษา  พ่อแม่  ครูอาจารย์  ควรมองหาหนทางแห่งการถ่ายทอดวิธีคิดและองค์ความรู้ ที่จะช่วยให้ผู้รับผิดชอบของสังคมรุ่นใหม่ สามารถดำรงชีวิตและรักษาพัฒนาสังคมนี้ให้มีความเหมาะสมแก่การมีชีวิตที่ตลอดไป โดยที่เห็นว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ไม่ใช่เป้าหมายของชีวิตและสังคม ดังที่ท่าน พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตโต)ได้เขียนบทความที่เกี่ยวข้องน่าสนใจ เรื่อง"ไอทีภายใต้วัฒนธรรมทางปัญญา"  ไว้ว่า

"......ในการปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐาน (คือการศึกษา) ผู้จัดสรรข้อมูลข่าวสารให้แก่เด็กในฐานะที่เรียกว่ากัลยาณมิตร จะต้องทำหน้าที่โดยพยายามจัดสิ่งที่ดีที่สุด เช่น เป็นพ่อแม่ก็ต้องพยายามหาสิ่งแวดล้อมข่าวสารข้อมูลที่ดี หาสื่อที่ดีที่สุดให้แก่เด็ก แต่ในเวลาเดียวกันบุคคลนั้นหรือเด็กก็ควรได้รับการศึกษาชนิดที่ว่าจะทำให้ เป็นคนที่สามารถเอาประโยชน์จากสิ่งที่เลวที่สุดสองอย่างนี้คู่กัน ย้อนแย้งกัน แต่สำคัญมาก คือ

                   1. ในฐานะผู้จัดให้ ต้องจัดสิ่งที่ดีที่สุด

                   2. ในฐานะผู้รับ คือผู้ศุกษา จะต้องสร้างความสามารถที่จะเอาประโยชน์ได้จากสิ่งแวดล้อมและข่าวสารข้อมูล ที่เลวที่สุด

                   เราต้องมุ่งสร้างการศึกษาให้เด็กของเราเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์อารยธรรม ของมนุษยชาติ อย่ามองแคบแค่สังคมไทยเท่านั้น เวลานี้เป็นเวลาโลกาภิวัฒน์แล้ว อารยธรรมก็ต้องสร้างให้ทันกัน อารยธรรมที่ทันกันก็คือให้มนุษย์ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหาของ โลก และสร้างสรรค์อารยธรรมของมนุษย์ชาติ...........

( "ไอทีภายใต้วัฒนธรรมแห่งปัญญา"   ในหนังสือ ไอทีเพื่อประชาชน พิมพ์เนื่องในงาน ไอทีเฉลิมพระเกียรติ 1-4 มิถนายน 2538)

                ดังนั้นในการใช้ชีวิตในยุคสมัยที่  สังคมมีการเปลี่ยนแปลง  การศึกษาก็มีความหลากหลายในด้านเนื้อหาสาระ  การทำงานก็เร่งรีบ  อาจทำให้ความใกล้ชิดของหน่วยเล็กๆ ในสังคม  เช่นครอบครัว  พ่อแม่พี่น้อง  มีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกันมากขึ้นเนื่องจากเวลาที่ไม่สามารถอยู่รวมกัน  การนำไอทีมาใช้ติดต่อสื่อสารแทนการพูดคุยกันตามปกติ  จึงทำให้ไอทีต้องเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันมากขึ้น  ทุกคนในสังคมนี้ไม่เฉพาะครูเพียงอย่างเดียวแต่ต้องรวมถึงพ่อแม่  ผู้ปกครอง  จึงต้องมีส่วนรับผิดชอบดูแลเยาวชนผู้สืบสามสังคมของเรา  ให้มีชีวิตที่ดีและเหมาะสม  รวมทั้งเข้าใจในการใช้ชีวิตรวมกับไอทีอย่างมีความสุข  ไม่นำมาใช้มากหรือน้อยเกินไป  ทุกอย่างในชีวิตล้วนต้องเดินสายกลางเท่านั้นก็พอ