ในปัจจุบันมีกระแสการสร้างเสริมสุขภาพของคนวัยทำงานอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังพบปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม  สอดคล้องกับผลการตรวจสุขภาพประจำปีของข้าราชการและพนักงานสถานประกอบการที่ให้บริการตรวจโดยโรงพยาบาลระยองปี 2550 และ2551 พบผลการตรวจสุขภาพผิดปกติที่มีสาเหตุจากพฤติกรรมสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  โดยในกลุ่มข้าราชการพบว่ามีไขมันในเลือดสูงร้อยละ 69 และ 69.54 ตามลำดับ  ดัชนีมวลกายเกินร้อยละ 39.79 และ 59.33 ตามลำดับ และความดันโลหิตสูงร้อยละ 15.38 และ 45.73 ตามลำดับ         ส่วนผลการตรวจสุขภาพประจำปีในกลุ่มพนักงานสถานประกอบการปี 2550 และปี 2551 พบว่ามีไขมันในเลือดสูงร้อยละ 55.14 และ 57.05 ตามลำดับ   ดัชนีมวลกายเกินร้อยละ 40.4 และ 47.99 ตามลำดับ และความดันโลหิตสูงร้อยละ 14.76 และ 22.76 ตามลำดับ ซึ่งทำให้สามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตอันใกล้นี้ จำนวนผู้ป่วยโรคเหล่านี้จะสูงขึ้นและรักษายากขึ้น   การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเมตตาโบลิกซินโดรมได้และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่กับบุคคลอื่นหรือเป็นแบบอย่างด้านพฤติกรรมสุขภาพที่ดีกับประชาชนทั่วไปได้ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเมตตาโบลิกซินโดรมที่ตรวจสุขภาพประจำปีกับโรงพยาบาลระยอง จำนวน 62 ราย ซึ่งถูกเลือกอย่างเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด การเก็บรวมรวมข้อมูลทำโดยใช้แบบประเมินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (Stage of change model)การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ pair t-test  

        ผลการศึกษาพบว่า  ผู้เข้าร่วมโครงการอายุเฉลี่ย 40.66 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 66.1) ร้อยละ 62.9 เป็นผู้มีสิทธิประกันสังคม ร้อยละ 9.7 ดัชนีมวลกายสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 53.2 ดัชนีมวลกายอยู่ในภาวะอ้วน ร้อยละ 32.3 มีความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง หลังเข้าร่วมโครงการน้ำหนักลดลงร้อยละ 67.7 รอบเอวลดลงร้อยละ 50 น้ำหนักหลังเข้าร่วมโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < .01 รอบเอวหลังเข้าร่วมโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < .05 คะแนนรวมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < .05 คะแนนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านการกินอาหารเพื่อสุขภาพ หลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < .05

        อภิปราย สรุปและข้อเสนอแนะ กิจกรรมที่ใช้เป็นการแนะนำให้บุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้ง่ายขึ้นโดยไม่กระทบกับชีวิตประจำวันมากนัก ในการติดตามจนครบสามครั้งนั้นบางท่านติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้ถึงแม้จะมีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้าอาจทำให้ขาดเนื้อหาบางส่วนไป ในหน่วยงานราชการจะไม่มีผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพของพนักงานเหมือนในสถานประกอบการ อาจทำให้ขาดการติดตามความยั่งยืนของพฤติกรรมสุขภาพ หากขาดความตระหนักของผู้เข้าร่วมโครงการเองจะทำให้กลับไปมีพฤติกรรมสุขภาพแบบเดิมได้ ผลการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อติดตามและสนับสนุนให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพยั่งยืนจนเปลี่ยนเป็นสุขนิสัย โดยควรจัดกิจกรรมเชิงรุกขยายเครือข่ายเข้าสู่หน่วยงานและในสถานประกอบการ