การพัฒนาภาวะผู้นำ: การพัฒนาผู้นำ และกระบวนการพัฒนา
ได้อ่านเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำ: การพัฒนาผู้นำ และกระบวนการพัฒนา ซึ่งแปลและเรียบเรียง : โดย รัชฎาทิพย์ อุปถัมภ์ประชา เป็นเรื่องที่น่าสนใจจึงนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การพัฒนาภาวะผู้นำ: การพัฒนาผู้นำ และกระบวนการพัฒนา
David A. Boulay & Garee W. Earnest
รัชฎาทิพย์ อุปถัมภ์ประชา : แปลและเรียบเรียง
นายจ้างส่วนใหญ่มักจะลงทุนไปมากกับการพัฒนาและการฝึกอบรมเพื่อค้นหาสิ่งที่เป็นตัวดึงเอาความรู้และทักษะของพนักงานออกมาเพื่อสร้างศักยภาพขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น โดยปรากฏว่ามักจะมีการลงทุนในเรื่องของการพัฒนาภาวะผู้นำเป็นอันดับต้นๆ ตามที่สมาพันธ์การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรแห่งสหรัฐอเมริกา(ASTD State of the Industry) ปี 2004 รายงานว่า 28 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายด้านการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นประเภทที่สูงที่สุด เน้นในเรื่องความรับผิดชอบด้านการจัดการงานของพนักงาน ในขณะเดียวกันการพัฒนาและการฝึกอบรมก็เน้นไปที่ตำแหน่งด้านการจัดการ และงานวิจัยเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำก็ถูกคาดหวังเพิ่มขึ้นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่แนวคิดพื้นฐานของภาวะผู้นำก็ยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นพบว่าหัวข้อและผลลัพธ์ของงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำค่อนข้างกระจัดกระจาย เนื่องจากการสำรวจเกี่ยวกับภาวะผู้นำขาดความชัดเจนและจัดได้ว่าแย่ จากการศึกษาพบว่า 84 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบเชื่อว่าคำนิยามของคำว่าภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพจะเปลี่ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี
ผู้ตอบแบบสำรวจได้ระบุถึงความซับซ้อนอย่างมากของความท้าทายในเศรษฐกิจปัจจุบันว่าเป็นผลจากการพึ่งพาอย่างมากในการทำงานระหว่างบุคคล
และมีมุมมองของภาวะผู้นำว่ามีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน
พวกเขาเชื่อว่ารูปแบบของภาวะผู้นำจะสืบเนื่องต่อไปในอนาคต
ซึ่งเกี่ยวพันกับการพึ่งพาซึ่งกันและกันในการตัดสินใจ
หากงานวิจัยด้านการพัฒนาภาวะผู้นำพูดถึงธรรมชาติในการเปลี่ยนแปลงของภาวะผู้นำ
ดังนั้นภาพที่ออกมาของภาวะผู้นำและการพัฒนาภาวะผู้นำต้องเป็นการค้นคว้าแห่งอนาคตในสาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
งานเขียนเกี่ยวกับภาวะผู้นำและการพัฒนาภาวะผู้นำนี้
เป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภาวะผู้นำจากปัจเจกบุคคลและภาวะผู้นำจากรูปแบบของทัศนคติ
สิ่งที่แตกต่างเหล่านี้ในภาวะผู้นำเป็นเหมือนรูปแบบของภาวะผู้นำในยุคอุตสาหกรรมและรูปแบบของภาวะผู้นำในยุคหลังอุตสาหกรรม
ความแตกต่างของพัฒนาการเป็นเหมือนการพัฒนาผู้นำและการพัฒนาภาวะผู้นำ
ในช่วงสุดท้ายของรายงานนี้ทบทวนถึงงานเขียนด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านมุมมองของรูปแบบเหล่านี้และสรุปถึงโอกาสต่างๆ
ในการทำวิจัยในสาขานี้
ภาวะผู้นำ
James Burns (1978) ได้บันทึกไว้ว่า “ภาวะผู้นำเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่มีการสังเกตการณ์มากที่สุด และเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เข้าใจได้น้อยที่สุด” ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก พยายามทำความเข้าใจและนิยามความหมายคำว่าภาวะผู้นำ ซึ่งปรากฏว่ามีความสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกับคำกล่าวของ Burns ในปี 2005 Rost (1993) กล่าวว่าภาวะผู้นำไม่สามารถนิยามได้ด้วยคำว่า “ความแน่นอน, ความแม่นยำ และความกระชับ” Bass และ Stodgill (1981) ได้วิเคราะห์งานศึกษาเกี่ยวกับภาวะผู้นำมากกว่า 4,700 ชิ้น โดยสรุปว่างานศึกษามักจะหลีกเลี่ยงที่จะบูรณาการเพื่อความเข้าใจในเรื่องภาวะผู้นำ Shepard, Farmer, และ Counts (1997) พบว่าการให้คำจำกัดความของทั้งนักปฏิบัติและนักทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำไม่ได้มีความหมายเดียวกันที่เป็นเอกฉันท์
เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่ามีแต่ทฤษฎีภาวะผู้นำในบางส่วนที่คล้ายกันแต่ไม่มีคำจำกัดความใดที่มีความชัดเจน ในการทบทวนงานเขียนเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษในวารสาร Leadership Quarterly ซึ่งทั้ง Lowe และ Gardner (2001) แบ่งประเภททฤษฎีภาวะผู้นำออกเป็นแปดประเภทหลัก ได้แก่ ภาวะผู้นำตามลักษณะ (trait), ภาวะผู้นำตามพฤติกรรม (behavioral), ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (contingency), ภาวะผู้นำใหม่เชิงเสน่หา (neocharismatic), ภาวะผู้นำแบบหลายระดับ (multiple-level), ภาวะผู้นำแบบให้ทิศทางใหม่ (new direction), ภาวะผู้นำและรูปแบบการให้ข้อมูล (leadership and information processing), และ อื่นๆ (other) (ตาราง 1) ทฤษฎีภาวะผู้นำตามลักษณะ ศึกษาถึงคุณภาพที่แสดงความแตกต่างของผู้นำและผู้ตาม ทฤษฎีภาวะผู้นำตามพฤติกรรม กล่าวถึงรูปแบบหรือการกระทำของผู้นำรูปแบบพฤติกรรมที่เป็นที่รู้จักดีรวมถึงรูปแบบผู้นำแบบประชาธิปไตย ผู้นำแบบอัตตาธิปไตย และผู้นำแบบเสรีทฤษฎีตามสถานการณ์ค้นหารูปแบบของผู้นำในการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เหมาะสม เช่น ในภาวะผู้นำตามสถานการณ์ ผู้นำจะจับคู่ระหว่างรูปแบบของเขาหรือเธอให้เหมาะกับสถานการณ์ ทฤษฎีภาวะผู้นำใหม่เชิงเสน่หาระบุถึงความสำคัญของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน
Burns (1978) แนะนำถึงผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ ว่าเปรียบเสมือนผู้ที่ “ยึดมั่นกับผู้อื่นในรูปแบบที่ผู้นำและผู้ตามยกย่องบุคคลหนึ่งขึ้นมาในระดับของแรงจูงใจและในระดับของจริยธรรมที่มีมากกว่า” ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบหลายระดับ ให้ความรู้เรื่องรูปแบบของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตาม ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบให้ทิศทางใหม่ นำเสนอถึงการควบรวมพื้นฐานต่างๆ ของทฤษฎี เช่น ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบเน้นการเมือง และทฤษฎีผู้นำแบบเน้นกลยุทธ์ ทฤษฎีภาวะผู้นำและกระบวนการให้ข้อมูล ค้นหาถึงบทบาทของกระบวนการให้ข้อมูลทางสังคมในการรับรู้ถึงภาวะผู้นำ ทฤษฎี อื่นๆ รวมถึงกลวิธีการสร้างอิทธิพล การให้รางวัลและการลงโทษผู้นำ และเรื่องราวของทฤษฎีภาวะผู้นำซึ่งค้นพบว่าเครือข่ายของผู้นำและผู้ตามเปรียบเสมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ตาม
งานวิจัยของ Lowe และ Gradner (2001)
ได้เน้นถึงทิศทางที่มากมายของงานวิจัย
ซึ่งมีทฤษฎีและการสร้างโมเดลจำนวนมากเพื่อให้เข้าใจถึงปรากฏการณ์ของภาวะผู้นำ
คนโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่นอกเหนือการรับรู้ถึงสิ่งที่เกี่ยวกับทฤษฎีที่ปรากฏแก่ผู้นำ,
ผู้ตาม และในสถานการณ์ที่มุ่งเน้นเป้าหมาย
ขณะที่การให้คำนิยามและทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำไม่มีการบูรณาการร่วมกันและยังขัดแย้งกันเองอีกด้วย
Rost (1993)
สู้กับทฤษฎีภาวะผู้นำทั้งหลายเหล่านี้ว่าสามารถตรวจสอบได้ผ่านจากมุมมองเดียว
เขาเรียกมันว่าเป็นรูปแบบในยุคอุตสาหกรรมของภาวะผู้นำ Rost
สู้กับทฤษฎีภาวะผู้นำจำนวนมากที่เน้นเรื่องปัจเจกบุคคลและการบรรลุผลสำเร็จใน
“การบริหารจัดการที่ดี”
ผ่านการวิเคราะห์ในรายละเอียดจากงานเขียนของเขา
เขากล่าวว่ามีรูปแบบพื้นฐานในการใช้ภาวะผู้นำ 3 แบบ
ได้แก่
1.
ภาวะผู้นำเปรียบเสมือนสิ่งที่ดีที่สุดหรือการสร้างความเป็นเลิศ
2.
ภาวะผู้นำเปรียบเหมือนการรวมกันของเหล่าผู้นำหรือเหล่าบุคคลชั้นสู
3.
ภาวะผู้นำเปรียบเหมือนบุคคลหนึ่งคนที่ดูแลและรับผิดชอบงานของกลุ่ม
ตาราง 1 นำเสนอเกณฑ์ทั้ง เกณฑ์ที่ Rost แนะนำ
ซึ่งบรรยายถึงรูปแบบในยุคอุตสาหกรรม
คำบรรยายของภาวะผู้นำในยุคอุตสาหกรรม
1.ผู้เชี่ยวชาญตามโครงสร้าง |
5.การสนใจในตนเองและความเป็นปัจเจกบุคคล |
2.การมุ่งเน้นในการบริหารจัดการ |
6.การมุ่งให้ความสำคัญกับเพศชาย |
3.ความเป็นส่วนบุคคล-การให้ความสำคัญกับผู้นำ |
7.ผู้ที่มีความคิดแบบประโยชน์นิยม และวัตถุนิยม |
4.การควบคุมเพื่อให้บรรลุไปยังเป้าหมาย |
8.ความเป็นเหตุเป็นผล, ความเป็นมืออาชีพ, ความตรงไปตรงมา, รูปแบบที่เน้นปริมาณ |
Rost แนะนำว่าภาวะผู้นำควรมีมุมมองที่แตกต่างออกไป
ควรมองภาวะผู้นำว่าเป็นรูปแบบที่ผลลัพธ์ได้รับการออกแบบเอาไว้โดย
“การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง” มากกว่า
ผลลัพธ์ที่ถูกกำหนดลักษณะโดยทักษะและความสามารถของผู้นำ
เขาเสนอคำนิยามในสิ่งที่เขาอธิบายว่าเปรียบเหมือนภาวะผู้นำในรูปแบบหลังยุคอุตสาหกรรม
ภาวะผู้นำเป็นรูปแบบของสัมพันธภาพที่มีอิทธิพลระหว่างผู้นำและผู้ตามซึ่งเป็นผู้ที่ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงเพื่อสะท้อนวัตถุประสงค์ร่วมกันในสิ่งที่พวกเขาต้องการ
เขาได้ขยายองค์ประกอบที่สำคัญ 4
องค์ประกอบของความหมายนี้และเน้นว่าแต่ละองค์ประกอบต้องการความเป็นปัจจุบันเพื่อความอยู่รอดของภาวะผู้นำ
1. ภาวะผู้นำเป็นความสำคัญที่ต้องขึ้นอยู่กับอิทธิพล
2. ผู้นำและผู้ตามเป็นบุคคลที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้
3. ผู้นำและผู้ตามจะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงนี้เต็มไปด้วยเป้าหมาย,
มีอยู่จริง และกำลังแปรสภาพ และเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ
อย่างในทันที
4. รูปแบบของภาวะผู้นำมีวัตถุประสงค์ร่วมซึ่งกันและกัน
การมีวัตถุประสงค์ร่วมซึ่งกันและกันมีความยิ่งใหญ่กว่าเป้าหมายและจะถูกลืมเลือนผ่านความสัมพันธ์ของอิทธิพลที่ไม่มีอำนาจในการควบคุมเพื่อให้เป็นวัตถุประสงค์หลัก
การพัฒนาภาวะผู้นำ
การทบทวนงานเขียนเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ
ชี้ให้เห็นว่างานเขียนส่วนใหญ่ขาดการจำกัดความที่ชัดเจน
และความเข้าใจพื้นฐาน
มีความว่างเปล่าในงานเขียนเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ
รวมถึงขาดขอบเขตที่ชัดเจนในงานเขียนและขาดการเชื่อมโยงในงานเขียนที่เกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ
ขาดความชัดเจน
หรือขาดจุดมุ่งหมายในผลลัพธ์ร่วมกันของการพัฒนาภาวะผู้นำ
การประเมินผลที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่
และโดยทั่วไปยังขาดความรู้เกี่ยวกับวิธีการและความพึงพอใจในรูปแบบของการพัฒนาภาวะผู้นำ
Collins (2001)
สรุปว่างานวิจัยที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำยังคงกระจัดกระจายอยู่
เธอได้สรุปถึงช่องโหว่หลักทั้งสี่ในงานเขียนเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ
เธอบันทึกไว้ว่าโมเดลของภาวะผู้นำได้ถูกพัฒนาเพื่อให้มีความเสถียรมากขึ้นและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สามารถทำนายได้ซึ่งความเข้าใจของพวกเราที่ว่า
ผู้นำมีอิทธิพลอย่างไรต่อภาวะผู้นำแบบทีมยังเป็นเรื่องที่ขาดแคลนอยู่
ความต้องการในภาวะผู้นำขององค์กรแห่งโลกอนาคตยังคงไม่ได้รับความเข้าใจอย่างเต็มที่
และความไม่เพียงพอในความรู้ของนักปราชญ์เกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ
Cullen and Turnbull (2005)
ได้เสนอถึงการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อจัดการการพัฒนางานเขียนและเขียนถึงความอยู่รอดของการมีมุมมองที่หลากหลาย
นอกจากนี้
พวกเขายังชี้ให้เห็นถึงการขาดความเป็นเอกภาพในเรื่องของการพัฒนาการบริหารจัดการ
Day’s (2000)
ทบทวนงานเขียนเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำโดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเปรียบภาวะผู้นำว่าเป็นบทบาท
และการเปรียบภาวะผู้นำว่าเป็นรูปแบบ “บทบาทของภาวะผู้นำ
กล่าวถึงสิ่งที่มีติดตัวมาและสิ่งปราศจากอำนาจอย่างเป็นทางการ
ในขณะที่การพัฒนาการบริหารจัดการให้ความสำคัญกับความสามารถในการจัดการอย่างเป็นทางการ
รูปแบบของภาวะผู้นำสามารถทำให้กลุ่มคนทำงานร่วมกันในวิธีที่เป็นประโยชน์
ขณะที่รูปแบบการบริหารจัดการจะคำนึงถึงการเป็นเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและองค์กรที่เฉพาะเจาะจง”
Day ย้ำเพิ่มเติมถึงความต้องการของการพัฒนาผู้นำทั้งสอง คือ
รูปแบบของพัฒนาการในปัจเจกบุคคล และรูปแบบของพัฒนาการในภาวะผู้นำ
ความโดดเด่นในข้อเสนอของ Day คือ
การนำเสนอเรื่องรูปแบบของภาวะผู้นำในยุคอุตสาหกรรมและรูปแบบของภาวะผู้นำในยุคหลังอุตสาหกรรม
ซึ่งได้ให้ความหมายโดย Rost
ตาราง 2 แสดงถึงบทสรุปของลักษณะการพัฒนาผู้นำและการพัฒนาภาวะผู้นำ
การพัฒนาภาวะผู้นำขึ้นอยู่กับ “ประเพณีที่สืบต่อกันมา
แนวคิดเกี่ยวกับปัจเจกบุคคลของภาวะผู้นำ”
กับพัฒนาการที่ให้ความสำคัญกับผู้นำ
การพัฒนาผู้นำได้พัฒนาทุนมนุษย์ของผู้นำโดยให้ความสำคัญกับทักษะส่วนบุคคล
นี่คือลักษณะแนวคิดที่ใกล้เคียงกับลักษณะของ Rost
ในรูปแบบของภาวะผู้นำในยุคอุตสาหกรรม
Day กล่าวว่า การพัฒนาภาวะผู้นำ ให้ความรู้ว่า ภาวะผู้นำ
“ออกมากับรูปแบบในการสร้างความหมายร่วมกัน” และคำถามเช่น
“ฉันจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ได้อย่างไรในรูปแบบของภาวะผู้นำ”
จากมุมมองนี้ซึ่งเป็นรูปแบบที่รวมถึงผู้นำและผู้ตามจะสอดคล้องอย่างมากกับรูปแบบในยุคหลังอุตสาหกรรมของ
Rost การพัฒนาภาวะผู้นำค้นหาเพื่อพัฒนาลักษณะของทุนทางสังคมขององค์กร
โดยให้ความสำคัญกับการติดต่อซึ่งกันและกันของปัจเจกบุคคล
และบทบาทของการเชื่อมโยงทางสังคมในองค์กร
ตาราง 2. สรุปความแตกต่างระหว่างการพัฒนาผู้นำและการพัฒนาภาวะผู้นำ
ของ Day
เป้าหมายในการพัฒนา |
||
มิติในการเปรียบเทียบ |
ผู้นำ |
ภาวะผู้นำ |
รูปแบบทุน |
มนุษย์ |
สังคม |
โมเดลภาวะผู้นำ |
ปัจเจกบุคคล
|
ความสัมพันธ์
|
ความสามารถพื้นฐาน |
ความเข้าใจในตนเอง |
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล |
ทักษะ |
ความสามารถตระหนักรู้อารมณ์ตนเอง
|
ความตระหนักรู้ทางสังคม
|
ขอบพระคุณมากครับ ที่ให้ความรู้ กระผมเข้ามานั่งอ่านขอรับ
ขอขอบพระคุณมากครับ ท่าน เนิ่ม ชมภูศรี ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม