ขอบคุณกรณีศึกษาท่านหนึ่งและครูดนตรีที่ร่วมโครงการวิจัยกิจกรรมบำบัดด้วยการฝึกดนตรีผู้สูงอายุ 7 ครั้ง [คลิกอ่านที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/368406]

คุณ X: ขอบคุณคุณครูดนตรีมากๆ ที่ให้ความใส่ใจโทรติดตามว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง แล้วเชิญชวนมาเข้าร่วมการฝึกดนตรีเป็นครั้งที่สอง ตอนแรกนึกในใจว่า จะไม่มาแล้ว เพราะเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันครั้งที่แล้วนัดเที่ยวกัน เลยไม่มีเพื่อนมาด้วย มาแล้วเกรงว่าจะเล่นไม่ได้ คราวที่แล้ว ลองนึกทบทวนตนเองว่า ทำไมจิตใจกังวล กลัว มือเกร็ง เล่นคีย์บอร์ดไม่เป็นเพลงเลย

ครูดนตรี: ดีใจที่คุณ X มา ที่โทรไปด้วยความห่วงใยและอยากเชิญชวนให้ได้รับความรู้สึกและความคิดที่ผ่อนคลายในการฝึกดนตรีด้วยสมองสองซีก สังเกตว่า วันนี้คุณ X เปิดใจ มีความสุขกับการมาเล่นดนตรี มีความพยายามเล่นอย่างธรรมชาติและไม่ต่อต้าน ทำให้สมองสั่งการได้ราบรื่น ไม่เกร็งเหมือนครั้งก่อน

ดร.ป๊อป: ผมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเหมือนครูดนตรี และดีใจที่คุณ X มีความมุ่งมั่นและรู้จักจัดการความคิดของตนเอง คราวที่แล้ว สัญญากับตนเองให้ผมได้ยินภาษาใจว่า จะไม่ขาดการฝึกดนตรีเพราะได้รับโอกาสเข้าร่วมวิจัยกับผมเป็นเวลา 7 อาทิตย์ คราวที่แล้วคุณ X ถามเส้นทางมาถึงห้องปฏิบัติการกิจกรรมบำบัด ชั้น 5 คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา และดูมีความตั้งใจจริงในการขับรถมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง ขอชื่นชมครับ

คุณ X: รู้สึกไม่มั่นใจมากนัก แต่โดยอุปนิสัยเป็นคนจริงจัง สมองไม่ค่อยรับข้อมูลใหม่ๆ ง่าย งานประจำที่เคยทำก่อนเกษียรณนั้น เป็นครูที่เข้มงวด ไม่ปล่อยวาง จนบางครั้งจิตใจเกิดความวิตกกังวลและซึมเศร้า จนคุณหมอแนะนำให้ทานยาแก้ซึมเศร้า แต่ตนเองไม่ทาน และพยายามหาโอกาสทำกิจกรรมที่มีความสุขอย่างอื่นๆ ปกติก็ไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน ไม่อยากลุกจากเตียง รู้สึกไม่อยากทำอะไร และปล่อยวันหนึ่งๆ ผ่านไป

ครูดนตรี: เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุไทยกำลังประสบปัญหา "การปล่อยให้จิตใจซึมเศร้าโดยไม่ทำกิจกรรมใดๆ ที่มีคุณค่า" การฝึกดนตรีทำให้เราได้ใช้สมอง ทำให้สมองสั่งการมือและการควบคุมอารมณ์ให้มีนิ่งมีสมาธิ รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขเมื่อเราได้เล่นดนตรีแล้วเกิดเสียงเพลงที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

ดร.ป๊อป: ขอชื่นชมในความเสียสละของครูดนตรีที่มาฝึกสอนในโครงการวิจัยครั้งนี้ และชื่นชมความพยายามที่จะปรับความคิดและเปิดใจ "ไม่ต่อต้าน" การทำกิจกรรมยามว่างเชิงกิจกรรมบำบัดด้วยการฝึกดนตรีด้วยสมอง ซึ่งส่งผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น คือ คุณ X เข้าใจ "จิตใจ (ความคิดในการรับรู้ข้อมูลผ่านการรับความรู้สึกต่างๆ รวมถึงฐานใจที่รับรู้อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์สุขและทุกข์)" ของตนเองมากขึ้น เกิดการจัดการความคิดเชิงบวกที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจขับรถมาจากอนุสาวรีย์ถึงศาลายา แล้วมุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมบำบัดจิตใจด้วยการเล่นดนตรีด้วยสมองอย่างมีความสุข

 

ดร.ป๊อป: