คุณ X: ขอบคุณคุณครูดนตรีมากๆ ที่ให้ความใส่ใจโทรติดตามว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง แล้วเชิญชวนมาเข้าร่วมการฝึกดนตรีเป็นครั้งที่สอง ตอนแรกนึกในใจว่า จะไม่มาแล้ว เพราะเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันครั้งที่แล้วนัดเที่ยวกัน เลยไม่มีเพื่อนมาด้วย มาแล้วเกรงว่าจะเล่นไม่ได้ คราวที่แล้ว ลองนึกทบทวนตนเองว่า ทำไมจิตใจกังวล กลัว มือเกร็ง เล่นคีย์บอร์ดไม่เป็นเพลงเลย
ครูดนตรี: ดีใจที่คุณ X มา ที่โทรไปด้วยความห่วงใยและอยากเชิญชวนให้ได้รับความรู้สึกและความคิดที่ผ่อนคลายในการฝึกดนตรีด้วยสมองสองซีก สังเกตว่า วันนี้คุณ X เปิดใจ มีความสุขกับการมาเล่นดนตรี มีความพยายามเล่นอย่างธรรมชาติและไม่ต่อต้าน ทำให้สมองสั่งการได้ราบรื่น ไม่เกร็งเหมือนครั้งก่อน
ดร.ป๊อป: ผมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเหมือนครูดนตรี และดีใจที่คุณ X มีความมุ่งมั่นและรู้จักจัดการความคิดของตนเอง คราวที่แล้ว สัญญากับตนเองให้ผมได้ยินภาษาใจว่า จะไม่ขาดการฝึกดนตรีเพราะได้รับโอกาสเข้าร่วมวิจัยกับผมเป็นเวลา 7 อาทิตย์ คราวที่แล้วคุณ X ถามเส้นทางมาถึงห้องปฏิบัติการกิจกรรมบำบัด ชั้น 5 คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา และดูมีความตั้งใจจริงในการขับรถมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง ขอชื่นชมครับ
คุณ X: รู้สึกไม่มั่นใจมากนัก แต่โดยอุปนิสัยเป็นคนจริงจัง สมองไม่ค่อยรับข้อมูลใหม่ๆ ง่าย งานประจำที่เคยทำก่อนเกษียรณนั้น เป็นครูที่เข้มงวด ไม่ปล่อยวาง จนบางครั้งจิตใจเกิดความวิตกกังวลและซึมเศร้า จนคุณหมอแนะนำให้ทานยาแก้ซึมเศร้า แต่ตนเองไม่ทาน และพยายามหาโอกาสทำกิจกรรมที่มีความสุขอย่างอื่นๆ ปกติก็ไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน ไม่อยากลุกจากเตียง รู้สึกไม่อยากทำอะไร และปล่อยวันหนึ่งๆ ผ่านไป
ครูดนตรี: เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุไทยกำลังประสบปัญหา "การปล่อยให้จิตใจซึมเศร้าโดยไม่ทำกิจกรรมใดๆ ที่มีคุณค่า" การฝึกดนตรีทำให้เราได้ใช้สมอง ทำให้สมองสั่งการมือและการควบคุมอารมณ์ให้มีนิ่งมีสมาธิ รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขเมื่อเราได้เล่นดนตรีแล้วเกิดเสียงเพลงที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
ดร.ป๊อป: ขอชื่นชมในความเสียสละของครูดนตรีที่มาฝึกสอนในโครงการวิจัยครั้งนี้ และชื่นชมความพยายามที่จะปรับความคิดและเปิดใจ "ไม่ต่อต้าน" การทำกิจกรรมยามว่างเชิงกิจกรรมบำบัดด้วยการฝึกดนตรีด้วยสมอง ซึ่งส่งผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น คือ คุณ X เข้าใจ "จิตใจ (ความคิดในการรับรู้ข้อมูลผ่านการรับความรู้สึกต่างๆ รวมถึงฐานใจที่รับรู้อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์สุขและทุกข์)" ของตนเองมากขึ้น เกิดการจัดการความคิดเชิงบวกที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจขับรถมาจากอนุสาวรีย์ถึงศาลายา แล้วมุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมบำบัดจิตใจด้วยการเล่นดนตรีด้วยสมองอย่างมีความสุข
ดร.ป๊อป:
บางครั้ง บางคนก็ต้องการกำลังใจจากภายนอกมาเสริม และหากเราแต่ละคนคิดและสื่อสารด้วยใจที่อาทรกัน ก็จะช่วยให้สังคมไทยมั่นคง เราอยู่ได้เราเคยอยู่กันเช่นนี้มา แต่เมื่อสังคมใหญ่ขึ้น คนต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ จากครอบครัวใหญ่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว พูดกันน้อยลง สื่อสารเป็นทางการกันมากขึ้น ก็ทำให้เรายิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว และซึมเศร้าได้มากขึ้น ขอบคุณทุกท่านครับที่ช่วยกัน และได้มาร่วมรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้นกับคน ๆ หนึ่ง... ให้รู้ว่าสังคมเราอาทรกัน และยังช่วยเหลือกันอยู่...
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับอาจารย์เอกราช
สังคมไทยมีการสื่อสารด้วย "จิตใจแห่งความดีงาม" ที่ซับซ้อนเกินไปจนเกิดช่องว่างระหว่างสัมพันธภาพทางบุคคลขึ้น
แนะนำให้ลองอ่านความรู้ต่อยอดจากบันทึกนี้ที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/378788
เสียงดนตรีเป็นเสียงที่ผ่อนคลายจิตใจได้ดี เเละการได้ฝึกเล่นดนตรีนั้น นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก
การเล่นดนตรีเป็นกิจกรรมยามว่างที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยค่ะ
การเล่นดนตรีทำให้สมองคนเราได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆขึ้น อีกทั้งยิ่งเป็นการเล่นดนตรีที่ตนสนใจก็จะได้ผลดีมากขึ้น
เกิดเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรีที่ตนเองชอบได้อย่างสำเร็จ อีกทั้งยังสามารถผ่อนคลายจิตใจของตนเองได้อีกด้วย
การใช้ดนตรีคลายจิตใจผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ดีมากๆเเละเห็นด้วยมากๆค่ะ เพราะผู้สูงอายุจะได้ไม่อยู่ว่างเฉยๆ
อีกทั้งยังสามารถใช้การเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก ได้ด้วยค่ะ เเละยังสามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลในครอบครัว
ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมทางดนตรีร่วมกัน ผู้สูงอายุจะได้รู้สึกว่าท่านก็สามารถทำอะไรได้และมีความสุขที่ได้ทำ
อีกทั้งยังสร้างความรื่นเริงให้ลูกหลานด้วยค่ะ อีกอย่างนะคะ ถ้าภายในชุมชนมีผู้สูงอายุที่สนใจดนตรี
ก็จัดตั้งกลุ่มดนตรีขึ้นมา ผู้สูงอายุจะได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน เเละอาจจัดงานเเสดงดนตรีจากกลุ่มผู้สูงอายุเอง
ในชุมชนขึ้นมาเพื่อให้ท่านได้เเสดงความสามารถของตนเเละทำให้เกิดความภาคภูมิใจด้วยค่ะ
ขอบคุณครับคุณศิริวรรณ